เขาตั้งใจส่งจดหมายไปเพิ่มอีกหลายฉบับ
เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งกระวนกระวายใจเดินไปเดินมาอยู่ในจวน
เขาได้ส่งจดหมายไปเมืองหลวงหลายฉบับแล้ว เเต่ก็ยังคงกังวลว่าทางนั้นจะไม่ได้รับข่าวสาร จนกลายเป็นเรื่องใหญ่!
“ท่านนายอำเภอ ข้างนอกมีโจรป่าหลายคนมาบอกว่าให้ท่านปิดประตูเมืองเพื่อค้นหาคนขอรับ!”
คนดูเเลวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน
ฉางเซวียนหลับตาลงชั่วครู่เดียว ก็เปลี่ยนเป็นทำท่าทีที่มั่นคงไม่ก้มหัวให้ใคร
“พาคนไปดูสิ โจรป่าพวกไหนกันที่กล้ามาสร้างความวุ่นวายถึงที่ทำการนายอำเภอ!”
เฮยเฟิงได้ยินคำพูดที่ดังออกมาจากในจวนเเล้วหัวเราะเยาะ มองดูทหารที่ล้อมอยู่รอบตัว
เขากวัดเเกว่งเเส้ยาวในมือออกไปทันที
ตีผู้คนกระจัดกระจายไปทั่วบนบันไดของที่ทำการนายอำเภอ
ฉางเซวียนออกมาเห็นฉากนี้พอดีก็เบิกตากว้าง ชี้ไปที่เฉยเฟิง “บังอาจ กล้าทำร้ายทหารของที่ทำการนายอำเภอ ยังไม่จับกุมอีก!”
บนใบหน้าของเฮยเฟิงไม่มีแววความกลัวเเม้เเต่น้อย
หลังจากซัดคนที่กรูกันเข้ามาล้มลงไปกองกับพื้นจนหมด เขาก็ยังคงนั่งอยู่บนหลังม้าตัวสูงใหญ่ จ้องมองฉางเซวียนด้วยสายตาเย็นชา
“นายอำเภอฉาง ข้าเเค่มาตามหานักย่องเบาที่ขโมยของไปเท่านั้น หวังว่าจะได้ยืมอำนาจของท่านนายอำเภอเพื่อไม่ให้นักย่องเบาหนีไปได้เท่านั้นเอง”
“เมื่อค้นหาคนเสร็จเเล้ว ข้าก็จะพาคนของข้ากลับไปเอง”
“เมืองอวิ๋นก็จะสงบสุข มิฉะนั้นเเล้ว…”
เฮยเฟิงอาจจะนึกถึงเรื่องสนุกๆอะไรบางอย่าง มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม
“ภูเขาที่เมืองหลวงสูงใหญ่ ถนนหนทางก็ไกลโพ้น ก่อนที่พวกเขาจะได้รับข่าวสาร เมืองอวิ๋นจะเป็นอย่างไร ข้าคิดว่าท่านนายอำเภอฉางคงจะเข้าใจดี”
ทันทีที่เฮยเฟิงพูดจบ คนที่ติดตามมาข้างหลังเขาก็โบกมีดยาวในมือ
ใบหน้าของเเต่ละคนเปื้อนไปด้วยความกระหายเลือด
ฉางเซวียนกัดฟัน เเละทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอัปยศ
“ได้ เเต่เจ้าห้ามทำร้ายชาวเมือง เเละห้ามเผา ฆ่า ปล้นชิง!”
“มิฉะนั้น ข้าจะยอมสละชีวิตแก่ๆนี่เพื่อฆ่าเจ้า!”
เมื่อเห็นเขารับปาก เฮยเฟิงก็พยักหน้าเช่นกัน
โบกมือไปข้างหลัง คนที่ตามมาก็สลายตัวกันไปตามประตูเมืองต่างๆเพื่อตรวจค้นทีละจุด
เเม้เเต่จวนของนายอำเภอก็ถูกเฮยเฟิงค้นอย่างละเอียดทั้งทางตรงและทางอ้อม
จนกระทั่งเที่ยงวันหลัง โจรภูเขาที่สวมชุดของค่ายเฮยเฟิงก็รีบร้อนเดินเข้ามา
“หัวหน้า หาคนไม่พบ เเต่คนของพวกเราเจอผ้าเปื้อนเลือดทิ้งไว้ข้างนอกเมือง คนร้ายน่าจะไปที่อื่นก่อนที่พวกเราจะมาถึง”
เฮยเฟิงลืมตาขึ้น หยิบผ้าเปื้อนเลือดมาดูอย่างละเอียด
หลังจากเเน่ใจว่าเป็นของเมื่อไม่นานมานี้ เฮยเฟิงก็จ้องมองฉางเซวียนด้วยความสงสัย เหมือนกับว่านึกอะไรขึ้นมาได้ทันที เขาจึงลุกขึ้นยืน
ฉางชิงถอนหายใจโล่งอก เมื่อคิดถึงสถานการณ์ของท่านอ๋องในตอนนี้
จะต้องรีบส่งจดหมายฉบับหนึ่ง ให้หมอเทวดาเลี่ยวรีบมาโดยเร็ว
“ข้าได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งด่วนไปยังจวนจงซู่โหวเเล้ว คิดว่าไม่มีใครสงสัย”
เมื่อเห็นว่าหลันเฉินจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยเช่นนี้ ฉางชิงก็ผ่อนคลายความตึงเครียดในที่สุด
เมื่อผ่อนคลายลง ก็หมดสติไปทันที
หลันเฉินตะโกนออกไปข้างนอก ให้คนรับใช้ส่วนตัวมาดูเเลฉางชิง
ส่วนตัวเองก็เฝ้าอยู่ในห้อง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนเเปลงใดๆ
ค่ายเฮยเฟิง
ชายชุดดำกำลังขมวดคิ้วมองโกดังที่กลายเป็นเถ้าถ่านไปเเล้ว
เมื่อเห็นเฮยเฟิงเละคนอื่นๆกลับมา ก็ถามอย่างดุดัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ของที่ให้พวกเจ้าเฝ้าหายไปไหนหมด! ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้!”
เฮยเฟิงจ้องมองชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างล่างอย่างดูถูก เเล้วเอามีดใหญ่จ่อคอชายผู้นั้นทันที
“ข้าต่างหากที่อยากจะถามพวกเจ้าว่าไปยั่วโมโหใครมา”
“ทำให้ค่ายเฮยเฟิงของข้าเสียหายหนักขนาดนี้! ข้ายังไม่ได้เอาผิดพวกเจ้าเลย พวกเจ้ากลับมาถามข้าก่อนเเล้ว!”
ชายชุดดำพูดไม่ออก ทำได้เพียงอ้างถึงคนที่อยู่ข้างหลังเเล้วดุด่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...