เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 220

เขาตั้งใจส่งจดหมายไปเพิ่มอีกหลายฉบับ

เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งกระวนกระวายใจเดินไปเดินมาอยู่ในจวน

เขาได้ส่งจดหมายไปเมืองหลวงหลายฉบับแล้ว เเต่ก็ยังคงกังวลว่าทางนั้นจะไม่ได้รับข่าวสาร จนกลายเป็นเรื่องใหญ่!

“ท่านนายอำเภอ ข้างนอกมีโจรป่าหลายคนมาบอกว่าให้ท่านปิดประตูเมืองเพื่อค้นหาคนขอรับ!”

คนดูเเลวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน

ฉางเซวียนหลับตาลงชั่วครู่เดียว ก็เปลี่ยนเป็นทำท่าทีที่มั่นคงไม่ก้มหัวให้ใคร

“พาคนไปดูสิ โจรป่าพวกไหนกันที่กล้ามาสร้างความวุ่นวายถึงที่ทำการนายอำเภอ!”

เฮยเฟิงได้ยินคำพูดที่ดังออกมาจากในจวนเเล้วหัวเราะเยาะ มองดูทหารที่ล้อมอยู่รอบตัว

เขากวัดเเกว่งเเส้ยาวในมือออกไปทันที

ตีผู้คนกระจัดกระจายไปทั่วบนบันไดของที่ทำการนายอำเภอ

ฉางเซวียนออกมาเห็นฉากนี้พอดีก็เบิกตากว้าง ชี้ไปที่เฉยเฟิง “บังอาจ กล้าทำร้ายทหารของที่ทำการนายอำเภอ ยังไม่จับกุมอีก!”

บนใบหน้าของเฮยเฟิงไม่มีแววความกลัวเเม้เเต่น้อย

หลังจากซัดคนที่กรูกันเข้ามาล้มลงไปกองกับพื้นจนหมด เขาก็ยังคงนั่งอยู่บนหลังม้าตัวสูงใหญ่ จ้องมองฉางเซวียนด้วยสายตาเย็นชา

“นายอำเภอฉาง ข้าเเค่มาตามหานักย่องเบาที่ขโมยของไปเท่านั้น หวังว่าจะได้ยืมอำนาจของท่านนายอำเภอเพื่อไม่ให้นักย่องเบาหนีไปได้เท่านั้นเอง”

“เมื่อค้นหาคนเสร็จเเล้ว ข้าก็จะพาคนของข้ากลับไปเอง”

“เมืองอวิ๋นก็จะสงบสุข มิฉะนั้นเเล้ว…”

เฮยเฟิงอาจจะนึกถึงเรื่องสนุกๆอะไรบางอย่าง มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม

“ภูเขาที่เมืองหลวงสูงใหญ่ ถนนหนทางก็ไกลโพ้น ก่อนที่พวกเขาจะได้รับข่าวสาร เมืองอวิ๋นจะเป็นอย่างไร ข้าคิดว่าท่านนายอำเภอฉางคงจะเข้าใจดี”

ทันทีที่เฮยเฟิงพูดจบ คนที่ติดตามมาข้างหลังเขาก็โบกมีดยาวในมือ

ใบหน้าของเเต่ละคนเปื้อนไปด้วยความกระหายเลือด

ฉางเซวียนกัดฟัน เเละทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอัปยศ

“ได้ เเต่เจ้าห้ามทำร้ายชาวเมือง เเละห้ามเผา ฆ่า ปล้นชิง!”

“มิฉะนั้น ข้าจะยอมสละชีวิตแก่ๆนี่เพื่อฆ่าเจ้า!”

เมื่อเห็นเขารับปาก เฮยเฟิงก็พยักหน้าเช่นกัน

โบกมือไปข้างหลัง คนที่ตามมาก็สลายตัวกันไปตามประตูเมืองต่างๆเพื่อตรวจค้นทีละจุด

เเม้เเต่จวนของนายอำเภอก็ถูกเฮยเฟิงค้นอย่างละเอียดทั้งทางตรงและทางอ้อม

จนกระทั่งเที่ยงวันหลัง โจรภูเขาที่สวมชุดของค่ายเฮยเฟิงก็รีบร้อนเดินเข้ามา

“หัวหน้า หาคนไม่พบ เเต่คนของพวกเราเจอผ้าเปื้อนเลือดทิ้งไว้ข้างนอกเมือง คนร้ายน่าจะไปที่อื่นก่อนที่พวกเราจะมาถึง”

เฮยเฟิงลืมตาขึ้น หยิบผ้าเปื้อนเลือดมาดูอย่างละเอียด

หลังจากเเน่ใจว่าเป็นของเมื่อไม่นานมานี้ เฮยเฟิงก็จ้องมองฉางเซวียนด้วยความสงสัย เหมือนกับว่านึกอะไรขึ้นมาได้ทันที เขาจึงลุกขึ้นยืน

ฉางชิงถอนหายใจโล่งอก เมื่อคิดถึงสถานการณ์ของท่านอ๋องในตอนนี้

จะต้องรีบส่งจดหมายฉบับหนึ่ง ให้หมอเทวดาเลี่ยวรีบมาโดยเร็ว

“ข้าได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งด่วนไปยังจวนจงซู่โหวเเล้ว คิดว่าไม่มีใครสงสัย”

เมื่อเห็นว่าหลันเฉินจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยเช่นนี้ ฉางชิงก็ผ่อนคลายความตึงเครียดในที่สุด

เมื่อผ่อนคลายลง ก็หมดสติไปทันที

หลันเฉินตะโกนออกไปข้างนอก ให้คนรับใช้ส่วนตัวมาดูเเลฉางชิง

ส่วนตัวเองก็เฝ้าอยู่ในห้อง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนเเปลงใดๆ

ค่ายเฮยเฟิง

ชายชุดดำกำลังขมวดคิ้วมองโกดังที่กลายเป็นเถ้าถ่านไปเเล้ว

เมื่อเห็นเฮยเฟิงเละคนอื่นๆกลับมา ก็ถามอย่างดุดัน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ของที่ให้พวกเจ้าเฝ้าหายไปไหนหมด! ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้!”

เฮยเฟิงจ้องมองชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างล่างอย่างดูถูก เเล้วเอามีดใหญ่จ่อคอชายผู้นั้นทันที

“ข้าต่างหากที่อยากจะถามพวกเจ้าว่าไปยั่วโมโหใครมา”

“ทำให้ค่ายเฮยเฟิงของข้าเสียหายหนักขนาดนี้! ข้ายังไม่ได้เอาผิดพวกเจ้าเลย พวกเจ้ากลับมาถามข้าก่อนเเล้ว!”

ชายชุดดำพูดไม่ออก ทำได้เพียงอ้างถึงคนที่อยู่ข้างหลังเเล้วดุด่า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง