เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 221

เฮยเฟิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ เเล้วเก็บมีดกลับไปในที่สุด

“ถ้างั้นช่วยไปบอกจิ้นอ๋องของพวกเจ้าด้วย ถามเขาหน่อยว่าช่วงนี้ไปยุ่งกับใครมาบ้าง เเล้วก็…ช่วยอธิบายให้ข้าเข้าใจด้วย”

ชายชุดดำได้ยินคำว่าจิ้นอ๋อง ดวงตาของเขาก็หดเล็กลงทันที

“เจ้า เจ้ารู้ได้อย่างไร”

เฮยเฟิงค่อยๆยืดหลังตรง มองชายชุดดำจากที่สูง “ในรัศมีหลายร้อยลี้ ไม่มีข่าวสารอะไรที่เฮยเฟิงคนนี้สืบไม่ได้ เพราะฉะนั้นเจ้าจะไปหรือไม่ไป”

สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เเผ่ความน่ากลัวออกมาจากชายบนหลังม้า

ชายชุดดำไม่ลังเล หันหลังกระโดดสองสามครั้งก็จากไปในพริบตา

เมื่อมองดูเงาหลังของชายชุดดำที่จากไป เฮยเฟิงก็ค่อยๆลงจากหลังม้าอย่างช้าๆ

มองดูศพที่เริ่มเน่าเปื่อยบนพื้น หลังจากผ่านไปสองคืน เเล้วสั่งว่า “จัดการสะ เผาทิ้งให้หมด”

เฮยจิ่วที่ติดตามเฮยเฟิงมานานก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หัวหน้าใหญ่เปิดเผยตัวตนคนนั้นออกไปตรงๆเเล้ว ถ้าจิ้นอ๋องโกรธจัดเเละอยากปิดปากจะทำอย่างไร”

สำหรับเรื่องนี้ เฮยเฟิงกลับมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง “ไม่ต้องห่วง ตอนนี้จิ้นอ๋องกำลังขาดคน เขาจะไม่เสี่ยงที่จะฆ่าคนในค่ายหรอก”

“ตรงกันข้าม เขาจะส่งของมาให้มากมายต่างหาก”

เย็นวันรุ่งขึ้น ข่าวจากเมืองอวิ๋นก็มาถึงเมืองหลวงในที่สุด

เมื่อได้ยินข่าวที่ชิงอิ่งส่งมา มู่เหยาถึงกับตกใจจนลุกขึ้นยืน

“บาดเจ็บสาหัสหมดสติ! ทำไมถึงได้รุนเเรงขนาดนี้”

ชิงอิ่งก็ตกใจไม่เเพ้กัน

เพราะวิทยายุทธ์ของท่านอ๋องนั้น พวกนางพี่น้องรู้ดีที่สุด

“จวิ้นจู่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถามเรื่องนั้น เเต่เป็นเวลาที่หาวิธีส่งหมอเทวดาเลี่ยวออกไป!”

ชิงอู้เดินไปมาอย่างกระวนกระวาย

มู่เหยาได้ยินดังนั้นก็ตั้งสติได้ เเต่มือของนางก็สั่นอย่างเห็นได้ชัด

คิดไปคิดมา ในสมองก็คิดถึงใครบางคน

“ชิงอู้ ไปเตรียมรถม้า! ข้าจะไปจวนเม่ทัพเจิ้นกั๋ว!”

สองชั่วยามต่อมา

เมื่อมู่เหยาออกจากจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว เจียงมั่วเหยียนก็ได้พาหมอเทวดาเลี่ยวออกจากเมืองหลวงเเล้ว

แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะไม่ใหญ่โตนัก

เเต่ก็คงทำให้ผู้ที่อยู่ในพระราชวังรับรู้ได้

ฮ่องเต้มองฏีกา ฟังข่าวที่คนข้างล่างรายงาน ดวงตาฉายเเววเย็นชา

“เเล้วสีหน้าของคุณหนูสกุลมู่เป็นอย่างไร”

ชายชุดดำตอบอย่างนอบน้อม “กังวลใจเป็นอย่างมาก”

“คุณชายรองสกุงหลันตกอยู่ในอันตรายจริงหรือ”

ดวงตาของชายชุดดำไหววูบไปมา น้ำเสียงไม่เเน่ใจ “กระหม่อมยังไม่ได้ตรวจสอบพะยะค่ะ เเต่คุณชายรองหลันครั้งนี้ไปเจียงหนาน เพื่อสืบเรื่องร้านค้าของสกุลหลาน”

ฉางชิงพูดพลางวางก้อนสีดำหลายก้อนที่เยี่ยนสวินเสี่ยงชีวิตนำออกมา วางบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง

จากนั้นก็เสริมไปประโยคหนึ่งว่า “ท่านอ๋องก็บาดเจ็บจากสิ่งนี้เเหล่ะ”

เมื่อเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะคืออะไร คนที่เสดงปฏิกิริยามากที่สุดก็คือเจียงมั่วเหยียนที่ประจำการอยู่ในกองทัพ

เขารีบหยิบก้อนหนึ่งขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างละเอียดในมือ

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เเน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ในมือคือสิ่งที่เขาคิดไว้

เขาตัวสั่นด้วยความโกรธ “พวกเขา พวกเขากล้าดียังไงถึงได้ผลิตสิ่งนี้ขึ้นมาเอง!”

สมัยที่ฮ่องเต้องค์ก่อนยังมีพระชนม์ชีพ ได้มีคำสั่งห้ามผลิตดินปืนโดยพลการอย่างเด็ดขาด

ปัจจุบันฮ่องเต้เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่ถึงเเปดปี เเต่ภายนอกกลับมีการผลิตดินปืนออกมาเเล้ว

ดูเเล้วอานุภาพก็ไม่น้อยเลยทีเดียว!

“ค่ายเฮยเฟิงอาจเป็นเเค่หนึ่งในจุดจัดเก็บ หากที่อื่นยังมีอีก เกรงว่าสถานการณ์บ้านเมืองคงจะอันตราย”

หลันเฉินจ้องมองก้อนสีดำบนโต๊ะ เเละเหลือบมองเยี่ยนสวินที่นอนอยู่บนเตียง

จู่ๆก็เริ่มเสียใจว่า ไม่ควรตกลงเรื่องการเเต่งงานกับอาหน่วนหรือไม่

แม้ว่าเยี่ยนสวินจะเป็นอ๋องต่างเเซ่ เเต่บรรพบุรุษก็มีวีรกรรมในการรบมากมาย อีกทั้งตระกูลของมารดาก็มีอำนาจเเละตำเเหน่งสูงส่ง

ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่เข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายที่ตามมา

“เก็บของพวกนี้ไว้ก่อน คุณชายรองหลาน รบกวนท่านพาท่านอ๋องเเละหมอเทวดาเลี่ยวกลับเมืองหลวงก่อน ส่วนข้ากับฉางชิงจะวนเวียนอยู่เเถวนี้สักครู่เเล้วค่อยกลับ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง