มู่เหยาไม่เอื้อนเอ่ยวาจา เพียงแค่มองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าสงบเย็นชา ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้า
ท่วงท่าเช่นนี้ ทำให้หัวใจของหลันเยว่อิงเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา
นางถอยหลังไปครึ่งก้าว
ทำราวกับว่า มู่เหยาจะสามารถกัดกินนางผ่านลูกกรงกั้นได้
เมื่อท่าทีเช่นนี้ตกอยู่ในสายตาของมู่เหยา มุมปากของนางก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “ที่แท้พี่สามก็กลัวเป็นเหมือนกันหรือ”
“อย่าได้เสแสร้งแกล้งทำไปหน่อยเลย!”
มู่เหยาเหลือบตามอง หลังจากแน่ใจแล้วว่าคำพูดต่อจากนี้จะมีแค่พวกนางสองคนที่ได้ยิน นางจึงเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า “พี่รู้หรือไม่ว่าเหตุใดพี่รองถึงได้แต่งกายเป็นเด็กรับใช้ในโรงหมอ”
หลันเยว่อิงมีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ
“วันนี้พี่รองเข้าวังไปสืบดู ถึงได้รู้ว่าองค์หญิงซูหรงหายดีแล้ว ก็แค่แกล้งทำเป็นหลับใหลไม่ได้สติเท่านั้น”
“ทั้งๆ ที่วันนั้นอาเจียนเป็นเลือดแบบนั้น เหตุใดถึงฟื้นตัวได้เร็วนัก พี่รู้หรือไม่”
ทุกถ้อยคำของมู่เหยาทำให้สีหน้างุนงงของหลันเยว่อิงแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตกใจ
แม้ในใจจะคาดเดาได้บ้าง แต่นางก็ยังคงปากแข็งไม่ยอมรับความจริง
“เจ้าโกหก! วันนั้นสีหน้าขององค์หญิงซีดขาว ทั้งยังอาเจียนเป็นเลือด ข้าเห็นกับตา นางจะต้องถูกพิษร้ายแรงมากแน่ๆ จะแกล้งทำได้อย่างไรกัน!”
มู่เหยาเอียงคอเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉย “ถ้าพี่ไม่เชื่อคำพูดของพี่รอง แล้วคำพูดของท่านหมอเทวดาเลี่ยวล่ะ”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘หมอเทวดาเลี่ยว’ สีหน้าของหลันเยว่อิงก็ไม่สามารถสงบได้อีกต่อไป ความตื่นตกใจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว
ในขณะเดียวกัน นางก็ตระหนักได้
ว่าตัวเองอาจจะถูกหลอกใช้เป็นหอกดาบโดยไม่รู้ตัว
“เป็นไปได้อย่างไร จะเป็นแบบนี้ได้อย่างไร!”
มู่เหยาเห็นสีหน้าของนาง ก็รู้ว่านางเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
จึงถอนสายตากลับ แล้วหมุนกายเดินกลับไปที่เตียงฟาง
ทว่าเพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็มีเสียงเรียกรั้งไว้
“มู่เหยา... อาหน่วน ข้า ข้าทำเรื่องผิดไปใช่หรือไม่”
น้ำเสียงสั่นสะท้านของหลันเยว่อิงทำให้ฝีเท้าของมู่เหยาหยุดชะงัก
“พี่เสียใจหรือ” นางถามเสียงเบา
ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เสียงของหลันเยว่อิงที่สั่นเครือกว่าเดิมก็ดังมาจากด้านหลัง
“ข้า ข้า ข้าไม่รู้”
มู่เหยาลอบถอนหายใจ ดวงตาที่เคยสั่นไหวในตอนแรกกลับมานิ่งสงบในที่สุด
“พี่สาม”
นางหันหลังกลับไปเรียกอีกฝ่ายเบาๆ
ไร้เดียงสา
ยิ่งไปกว่านั้น…คือการคิดแค้นต่อผู้อื่น จงใจสร้างความเดือดร้อนให้
ทั้งหมดทั้งมวลได้สร้างความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซื้งให้แก่หลันเยว่อิงในยามนี้
ในใจของนาง แม้แต่องค์รัชทายาทอวิ๋นจี้ที่นางรู้สึกว่าสูงส่งไม่อาจเอื้อม ตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากงูพิษที่ชั่วร้าย
หลังจากกัดนางเข้าครั้งหนึ่งแล้ว ก็ไม่สนใจอีกเลย!
“ไม่ ข้ายังเป็นชายารอง ข้ายังเป็นชายารองจริงๆ ยังไม่มีราชโองการปลดสถานะของข้า อย่างน้อยๆ ข้าก็ยังเป็นชายารองอยู่”
นางพึมพำกับตัวเองอยู่ที่มุมกำแพง แต่เมื่อสายตาเห็นหนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านปลายเท้า
นางก็กรีดร้องด้วยความตกใจอีกครั้ง
ตลอดทั้งคืน หลันเยว่อิงดวงตาแดงก่ำ ตกอยู่ในความหวาดวิตก
ส่วนมู่เหยา นอนหลับพักผ่อนได้เป็นอย่างดี
แลเห็นแสงตะวันสาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างเล็กๆ เหนือคุก นางจึงค่อยๆ ลุกขึ้น
แววตาของหลันเยว่อิงที่คร่ำครวญมาตลอดทั้งคืนดูเลื่อนลอย
บางทีนางอาจจะสังเกตเห็นมู่เหยา จึงส่งเสียงแหบแห้งตะโกนเรียกอีกฝ่าย “เจ้าบอกว่า จนถึงตอนนี้ รัชทายาทไม่เคยมาหาข้าเลย เจ้าก็เหมือนกันนั่นแหละ!”
“ฉู่อ๋องเองก็ไม่เคยมาหาเจ้าเลยสักครั้งไม่ใช่หรือ! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาว่าข้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...