เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 293

รอยยิ้มนี้ควรจะเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เฉินเสวี่ยกลับรู้สึกใจสั่น ความหนาวเหน็บวาบขึ้นที่หลังของนาง

“พระชายาจะขอร้องให้พระชายารองเยว่หรือมู่จวิ้นจู่ล่ะ”

เฉินเสวี่ยกะพริบตาปริบๆ

“แน่นอนว่าต้องเป็นพระชายารองเยว่สิ รัชทายาท หลายวันมานี้ท่านได้ไปเยี่ยมพระชายารองเยว่ที่คุกบ้างหรือเปล่า”

อวิ๋นจี้ยิ้มเล็กน้อย พลางเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของนาง

แต่ไม่คิดว่าเฉินเสวี่ยกลับหลบเลี่ยงเอนตัวไปด้านหลัง

ดวงตาของอวิ๋นจี้สั่นไหว แต่สุดท้ายก็ชักมือกลับ

“เปล่า พระชายาพักผ่อนเถอะ อย่าได้กังวลกับเรื่องในคุกเลย”

แลเห็นรัชทายาทค่อยๆ ลุกขึ้น ท่าทีชัดเจนว่าไม่ต้องการฟังต่ออีกแล้ว

เฉินเสวี่ยจึงทำได้เพียงปิดปากเงียบ ไม่ถามอะไรอีก

หลังจากรัชทายาทเดินออกไปแล้ว นางถึงสัมผัสได้ว่า บรรยากาศความเย็นยะเยือกรอบๆ ลดลงไปหลายส่วน

เฉินเสวี่ยหายใจเข้าลึกๆ มือสั่นเทาของนางกุมมือซู่อวิ๋นสาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านเดิมแน่น

“พระชายา” ซู่อวิ๋นเรียกอีกฝ่ายด้วยความเป็นกังวล

เฉินเสวี่ยสงบสติอารมณ์ แล้วหลับตาลง “เอายามาให้ข้าเถอะ เจ้าไปรายงานท่านพ่อท่านแม่ว่าข้าปลอดภัยดี”

“อีกอย่าง ขอให้พวกเขาพยายามลบเบาะแสพวกนั้นออกให้มากที่สุด อย่าให้ใครสืบสวนพบเจอได้”

สายตาของซู่อวิ๋นระแวดระวัง นางรีบพยักหน้ารับคำสั่ง

หลังจากสั่งให้สาวใช้ในห้องดูแลพระชายาให้ดีแล้ว

นางก็หาข้ออ้าง ออกจากจวนรัชทายาทไป

......

ภายในห้องหนังสือ

รัชทายาทอวิ๋นจี้กำลังมองดูม้วนกระดาษในมือ ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

“รัชทายาท ซู่อวิ๋นไปที่จวนตระกูลเฉินแล้ว ท่าทางของนางดูรีบร้อนมาก บอกคนนอกว่าไปรายงานความปลอดภัยให้บิดามารดาของเฉินเสวี่ย”

อวิ๋นจี้ไม่เงยหน้า “ไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเฉินเสวี่ยเคยติดต่อกับสตรีตระกูลมู่หรือไม่ แล้วก็ติดต่อถึงขั้นไหนแล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์เงาตอบรับและจากไป

ผ่านไปครู่ใหญ่

อวิ๋นจี้ก็ค่อยๆ ลุกขึ้น มองท้องฟ้าด้านนอกที่กำลังร้อนระอุ

“แต่คำพูดของพระชายาก็ถูก ข้าก็ควรไปเยี่ยมชายารองของข้าเช่นกัน”

ข้ารับใช้ข้างๆ จึงรีบจัดเตรียมสิ่งของ หลังจากผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม รถม้าก็แล่นออกจากจวนรัชทายาท มุ่งหน้าตรงไปยังศาลต้าหลี่

......

ในเวลาเดียวกัน ก็มีข่าวส่งมาถึงจวนฉู่อ๋อง

คำตอบนี้ไร้ที่ติ แม้แต่อวิ๋นจี้ก็ยังหาข้อบกพร่องไม่ได้

“เป็นเช่นนี้นี่เอง มู่จวิ้นจู่วางใจได้ พระชายารัชทายาทเพิ่งจะฟื้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่ร่างกายของนางยังไม่ค่อยแข็งแรงดีนัก เกรงว่าคงไม่สามารถมาเป็นพยานให้จวิ้นจู่ได้”

คำพูดนี้ตัดรอนความสัมพันธ์ชัดเจน

มู่เหยายิ้มไม่พูดอะไร สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

รัชทายาทรับกล่องอาหารจากข้ารับใช้ที่อยู่ด้านหลัง แล้ววางไว้หน้าลูกกรงของมู่เหยา

“เห็นแก่ที่เราเคยพบกันมาก่อน เจ้ากับพระชายารองของข้าก็ถือว่าเป็นญาติกัน วันนี้ข้าจึงเตรียมมาเพิ่มอีกชุด หากมู่จวิ้นจู่ไม่รังเกียจ ก็เชิญได้เลย”

มู่เหยาย่อกายคำนับขอบคุณ

รัชทายาทหมุนกายไปยังห้องข้างๆ เมื่อเห็นหลันเยว่อิงพุ่งเข้ามาหา อาภรณ์ยุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรกมอมแมม เขาก็ผงะถอยหลังไปสองก้าวอย่างเงียบๆ

พอดีกับที่อีกฝ่ายไม่สามารถคว้าแขนเสื้อของเขาได้

“รัชทายาท รัชทายาท ในที่สุดท่านก็มาหาข้า ในที่สุดก็ได้เจอท่าน! รัชทายาท พาข้าออกไปจากที่นี่ที!”

หลันเยว่อิงร้องไห้คร่ำครวญใส่คนเบื้องหน้า มือพยายามไขว่คว้าจับแขนเสื้อของเขา

แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็คว้าไม่ถึง

เมื่อเห็นเช่นนั้น

หัวใจของหลันเยว่อิงก็ยิ่งตื่นตระหนก แววตาของนางที่จับจ้องคนตรงหน้าเต็มไปด้วยความอ้อนวอน

“รัชทายาท ข้าคือชายารองที่เพิ่งแต่งงานกับท่านนะ ท่านจะทิ้งข้าไว้โดยไม่เหลียวแลไม่ได้นะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง