รัชทายาทถอนหายใจ สิ่งที่ปรากฏในดวงตาคือความเอือมระอา
“เสี่ยวเยว่ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เกี่ยวพันกับเรื่องนี้ ข้าในฐานะรัชทายาทก็ไม่สามารถขอร้องตามอำเภอใจได้”
“รอจนกว่าเรื่องนี้คลี่คลาย ข้าก็จะมารับเจ้ากลับไปอย่างสมเกียรติ แต่ถ้าท้ายที่สุดแล้ว เจ้ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าก็คงต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างยุติธรรม”
มือที่จับลูกกรงของหลันเยว่อิงค่อยๆ ลดลงไปพร้อมกับความสิ้นหวังในใจ
นางจ้องมองคนที่อยู่ข้างหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ราวกับว่าเพิ่งจะมองเห็นเขากระจ่างชัดเป็นครั้งแรก
“รัชทายาท? หรือว่าสิ่งที่ท่านเคยพูดกับข้าในอดีตล้วนเป็นเรื่องโกหก”
รัชทายาทเม้มปาก ไม่เอ่ยคำใด
แต่เขากลับเบนสายตาไปที่มู่เหยา “ข้า...”
ถ้อยคำที่ปรารถนาจะเอ่ย รวมถึงสายตาที่ลังเล
ทำให้ดวงตาของหลันเยว่อิงเบิกกว้าง
นางรีบหันศีรษะไปมองมู่เหยา
แล้วนางก็เข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ที่แท้ ที่แท้คนท่านต้องการจริงๆ ไม่ใช่ข้า”
รัชทายาทขมวดคิ้ว “เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าได้กำชับให้แล้ว หลังจากนี้ต่อไป เจ้าจะอยู่ที่นี่ได้สบายขึ้น”
“รัชทายาท ตอนนี้นางคือพระชายาฉู่! เป็นภรรยาที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีมงคลสมรสของฉู่อ๋อง!”
เสียงโทสะของหลันเยว่อิงดึงดูดสายตาจำนวนไม่น้อย
ความไม่พอใจในดวงตาของรัชทายาทเกือบจะถึงขีดสุด ความรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเองในตอนนั้นทวีมากขึ้นเรื่อยๆ
คนโง่ที่ไร้ประโยชน์ ไม่ต้องรอให้เขาลงมือวางแผนร้าย ก็ตกหลุมพรางผู้อื่นก่อนแล้ว!
ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ!
“อะไรกัน มีคนระลึกถึงพระชายาของข้าอยู่หรือ”
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงเฉื่อยชา ราวกับไม่ใส่ใจสิ่งใดเลย
ทว่าดวงตาที่เย็นยะเยียบคู่นี้ กลับทำให้แม้แต่หลันเยว่อิงที่กำลังบ้าคลั่งก็ยังอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย มู่เหยาก็เงยหน้าขึ้น ความปีติยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เยี่ยนสวินมองไปที่มู่เหยา แล้วเดินเข้าไปหารัชทายาท แต่แล้วฝีเท้าก็ชะงักหยุด
“รัชทายาทช่างว่างนัก ถึงขนาดมีใจเตรียมของเผื่อให้พระชายาของข้าด้วย”
เขาเอ่ยคำเหน็บแนม แต่เท้ากลับจงใจยื่นออกไปเตะกล่องอาหารคว่ำลง แล้วก็ทำทีรู้สึกผิด “ในคุกมันมืด รัชทายาทโปรดให้อภัยข้าด้วย ที่ไม่ได้มองทางและบังเอิญเตะกล่องอาหารที่ท่านอุตส่าห์ตั้งใจเตรียมไว้”
นมตุ๋นก็ถูกบรรจุใส่ถ้วยขนาดเล็กไว้หลายถ้วย
กลิ่นหอมนี้แม้แต่หลันเยว่อิงที่อยู่ข้างๆ ก็ยังน้ำลายสอ
“ป้าสะใภ้ไม่ได้เอามาให้ข้าด้วยหรือ” หลันเยว่อิงอดไม่ได้ที่จะถาม
เยี่ยนสวินหันไปมอง ในแววตาเจือปนไปด้วยความเย็นชา “ฮูหยินซูบอกว่า ตอนนี้คุณหนูสามเป็นชายารอง ย่อมไม่ขาดอาหารจากตระกูลหลันอยู่แล้ว จึงไม่ได้เตรียมมาเผื่อ”
หลันเยว่อิงรู้สึกจุกอกและละอายใจ จึงทำได้เพียงจ้องตาละห้อยมองมู่เหยากินของเหล่านี้
ความเสียใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
มู่เหยากินไปครึ่งท้อง ที่เหลือก็วางไว้ในที่สะอาดเพื่อกินในตอนเย็น
“เจ้าเอาของเหล่านี้เข้ามาได้อย่างไร ใต้เท้าเซี่ยไม่ขวางไว้หรือ”
มู่เหยามองฉางชิงที่กำลังยัดถุงผ้าเข้ามาอย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกขบขัน นางก็สัมผัสได้ถึงของที่ซ่อนอยู่ข้างใน
“นิสัยของข้า เจ้าก็รู้ดี เก่งเรื่องก่อกวนอยู่แล้ว เขาก็คงด่าข้าอยู่ในใจสักสองสามคำ แล้วก็ลืม”
เยี่ยนสวินแกล้งพูดติดตลกเพื่อกระเซ้าให้มู่เหยาอารมณ์ดี
มู่เหยารู้สึกขำขันกับพฤติกรรมของเขา “ต่อไปท่านอ๋องอย่าได้ทำเช่นนี้อีก ใต้เท้าเซี่ยเป็นขุนนางคนสำคัญในราชสำนัก หากวันหน้าเขาทูลฟ้องเจ้าในท้องพระโรง คงไม่ดีแน่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...