“ข้าน้อยเองก็แค่คาดเดาเท่านั้น อย่างไรเสียคนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ก็คือพี่ชายใหญ่บุญธรรมของมู่จวิ้นจู่”
ชื่อที่ระบุไว้ท้ายจดหมายก็คือมู่หลันชง
แต่ฮ่องเต้ไม่ใช่คนโง่ ที่จะมองไม่เห็นถึงการลักลอบสมรู้ร่วมคิดกันของคนทั้งสอง
“ในเมื่อพวกเจ้าสงสัยว่าเป็นฝีมือของฉู่อ๋อง ข้าจะให้เขามาเผชิญหน้ากับพวกเจ้า”
คำพูดของฮ่องเต้ที่พูดออกมาอย่างไม่รีบเร่ง ก็เพียงพอที่จะทำให้คนสองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเหงื่อออกได้แล้ว
เยี่ยนสวินได้ยินทุกอย่างจากหลังฉาก เขาเดินออกมาเมื่อสิ้นเสียงของฮ่องเต้
ทันทีที่ปรากฏตัว เขารับรู้ได้ถึงสายตาไม่อยากจะเชื่อสองคู่ที่จ้องมองเขาอยู่
เขาเลิกคิ้วขึ้น พลางยกริมฝีปากยิ้ม “จิ้นอ๋องดูจะประหลาดใจที่ข้าจะอยู่ที่นี่”
เมื่อสบตากับสายตาท้าทายของชายหนุ่ม ดวงตาของจิ้นอ๋องก็ดำดิ่งลึกลงไป
“ที่แท้ฉู่อ๋องก็อยู่ในวัง ข้าเข้าใจผิดไปจริงๆ”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของจิ้นอ๋องยังคงรู้สึกโล่งใจที่เมื่อครู่นี้ไม่ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงเกินไป
หาไม่แล้ว เยี่ยนสวินคงจะจับผิดเขาได้!
“เจ้าดูนี่” ฮ่องเต้โยนจดหมายไปที่เท้าของเยี่ยนสวิน พลางพินิจมองคนทั้งสองด้วยท่าทีผ่อนคลาย
หลังจากได้อ่านจดหมายแล้ว เยี่ยนสวินก็หัวเราะออกมา “ฝ่าบาท กระหม่อมคุกเข่าอยู่หน้าห้องทรงพระอักษรตลอดทั้งคืน พระองค์คงไม่อาศัยจดหมายที่ปลอมแปลงมั่วซั่วฉบับนี้มาเข้าใจกระหม่อมผิดหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ฉู่อ๋อง จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาเมื่อหลายวันก่อน บอกไม่ได้หรอกว่าเมื่อคืนเจ้าจงใจมาคุกเข่าในวังเพื่อให้คนอื่นคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหรือไม่!”
จิ้นอ๋องคิดหาคำพูดในทันที
ภายในห้องเงียบสงบลงชั่วขณะ บรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดขึ้น
ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ฮ่องเต้จึงตัดสินพระทัย
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉู่อ๋อง เจ้าจงกลับไปสำนึกผิดที่จวน ห้ามออกไปไหนจนกว่าจะหาคนหายพบ”
“ส่วนเรื่องการสืบสวนและการค้นหา ให้เซี่ยหนี้จัดการ หากยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องพบคน หากตายก็ต้องพบศพ”
เซี่ยหนี้ประสานมือทันที “กระหม่อมรับบัญชา”
ทั้งหมดเดินออกจากประตูห้องทรงพระอักษร
จิ้นอ๋องมองคนที่อยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเย้ยหยัน มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มออกมา แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ดีมาก
“ฉู่อ๋อง ช่วงนี้ก็อยู่สำนึกผิดในจวนอ๋องให้ดีล่ะ”
เยี่ยนสวินหยุดเดินทันที แล้วมองจิ้นอ๋อง
เขาจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะฉีกยิ้มออก “เรือที่จิ้นอ๋องอุตส่าห์สร้างขึ้นมา เกรงว่าจะคว่ำเสียแล้ว”
“เจ้าก็ระวังตัวเองให้ดีเช่นกัน”
เมื่อทิ้งคำพูดนี้แล้ว เยี่ยนสวินก็เดินทอดน่องจากไป
ทิ้งให้จิ้นอ๋องขมวดคิ้วหน้ามุ่ย
ซูชิงชิงกำลังเศร้าโศกเพราะระยะนี้ไม่ได้พบกับจิ้นอ๋องเลย ยามนี้เมื่อเห็นชายหนุ่มมาหาที่เรือน นางจึงรีบเดินเข้าไปหาด้วยท่าทีแช่มช้อยสง่างามอย่างที่สุด
“ท่านอ๋อง...”
ก่อนที่นางจะได้เอ่ยวาจา ข้อมือของนางก็ถูกจับไว้แน่น
“พรุ่งนี้เจ้าไปสืบความที่ตระกูลหลันให้ข้า ถ้าไม่ได้ความอะไรมา เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก!”
ซูชิงชิงยังไม่ทันได้ตอบสนอง นางก็ถูกจิ้นอ๋องสะบัดลงบนพื้นด้วยสีหน้าหงุดหงิด
แขนของนางกระแทกกับพื้น เจ็บจนนางต้องสูดปากเบาๆ
“หม่อมฉันไปสืบความมาแล้ว แต่ประตูใหญ่ตระกูลหลันปิดสนิทแน่นหนา ไม่ว่าผู้ใดไปเชื้อเชิญ ก็ไม่มีใครยอมออกมาเลย หม่อมฉันก็จนปัญญาเหมือนกัน”
ซูชิงชิงลุกขึ้น แล้วเดินไปข้างกายจิ้นอ๋องด้วยท่าทางน้อยใจ ก่อนจะยื่นมือไปแตะตัวชายหนุ่ม
ทว่าก่อนที่จะสัมผัสถูกตัวอีกฝ่าย นางกลับถูกปัดป่ายออกไปอย่างรวดเร็ว!
“ถ้าเจ้าไม่ไป ผลที่ตามมา เจ้าก็น่าจะรู้ดี!”
ซูชิงชิงสบกับสายตาข่มขู่ของชายหนุ่ม นางไม่กล้าต่อต้านอีก
“เพคะ หม่อมฉันจะไปอีกครั้งพรุ่งนี้”
สีหน้าของจิ้นอ๋องอ่อนโยนลงเล็กน้อย จากนั้นก็ดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด
“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนเชื่อฟังที่สุด อย่าลืมเรื่องที่ข้ามอบหมายให้เจ้าล่ะ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เจ้าก็ต้องทำภารกิจที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จให้จงได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...