“เจ้าคงไม่คิดจริง ๆ หรอกนะว่าองค์รัชทายาทรักเจ้าจริง? เขารับเจ้า เพียงเพราะเจ้าเป็นบุตรีตระกูลหลันเท่านั้น คำพูดขององค์รัชทายาทช่างถูกต้อง เจ้าช่างโง่เง่ายิ่งนัก”
“บัดนี้ ตระกูลหลันได้ตัดขาดความเกี่ยวข้องกับเจ้า ต่อให้เจ้ากลับไป เกรงว่าก็ไม่มีใครต้องการเจ้าแล้ว”
เวินอวิ๋นกล่าวถ้อยคำแทงใจเสร็จก็ถูกล้อมหน้าล้อมหลังออกไปเช่นเดียวกับตอนมา
พอพวกนางจากไป บรรดาหญิงรับใข้ก็ไม่คิดสนใจหลันเยว่อิงที่ยังนั่งอยู่บนพื้น กลับหันไปหัวเราะเล่นกันต่อ
ในเรือนนี้ ไม่มีใครแม้สักคนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย
หลันเยว่อิงนั่งอยู่นาน จนร่างกายชาวาบ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น
นางเงยหน้ามองฟ้าค่ำอันมืดมิด จากนั้นก็วิ่งเท้าเปล่าออกไป
คนเฝ้าประตูได้รับคำสั่งเวินอวิ๋น จึงไม่คิดจะขวาง
ดังนั้น
ยามเที่ยงคืน หลันเยว่อิงวิ่งเท้าเปล่า ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง มาถึงหน้าประตูตระกูลหลัน
จวนหลันปิดประตูลงกลอนแล้ว โคมไฟสองดวงหน้าประตูแกว่งไกวตามลม
นางแนบกายเข้าประตู ทุบเคาะเสียงดัง
“ท่านพ่อ! ท่านลุง! ท่านป้า! ท่านปู่! ข้าขอร้อง เปิดประตูเถิด! ข้าคือเยว่อิง บุตรีที่พวกท่านรัก! เปิดประตูเถิด!”
เสียงร้องไห้ผสมลมหนาว ทำให้คนเฝ้ายามกลางคืนที่ผ่านไปถึงกับขนลุก
เขามองไกล ๆ เห็นว่าเป็นหลันเยว่อิง จึงไม่กล้าเข้าใกล้
ได้แต่ถอนหายใจ ส่ายหัวจากไป
“ท่านพ่อ! ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดจริง ๆ ขอท่านอย่าทอดทิ้งข้าเลย ข้าสำนึกผิดแล้ว…”
หลันเยว่อิงร้องไห้ทุบประตู บ่าวเฝ้าประตูรีบไปรายงานแก่พ่อบ้าน
พ่อบ้านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปตามเจ้านาย
หลันชิวเหิงกับหลันเอ้าเซวียนได้รับข่าว จึงรีบมาที่เรือนหน้า
ซูโหรวตามมาช้ากว่าหน่อย
เมื่อประตูจวนเปิดออก ประกายแห่งความหวังพลันลุกวาบในดวงตาหลันเยว่อิง
ทันใดเห็นคนยืนอยู่ด้านใน นางก็ยกเท้าจะก้าวเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
แต่กลับถูกบ่าววิ่งถือไม้ขวางไว้ไม่ให้เข้า
“ซีเอ๋อร์ เจ้าปิดประตูด้านข้างเสีย อย่าให้เรื่องนี้รบกวนอาหน่วนพักผ่อน”
หลันซีพยักหน้ารับ แล้วจากไปตามคำสั่งของแม่
ไม่แม้แต่หันตามองน้องสาวผู้นี้สักครั้ง
เพราะเป็นตระกูลใหญ่ ขยับเพียงนิดก็ส่งผลมากมาย
หากเพราะคนผู้เดียวทำให้ตระกูลลำบาก ผู้นั้นก็เป็นคนบาปไปชั่วชีวิต!
หลันเอ้าเซวียนมองความโกรธบนใบหน้าน้องชาย จึงก้าวเข้ามาปลอบเบา ๆ ก่อนหันไปมองภรรยา
ซูโหรวเข้าใจทันที รับผ้าคลุมจากสาวใช้แล้วกล่าว “อากาศหนาวเย็น อนุเยว่โปรดกลับไปเถิด”
“ต่อไปอย่ามาอีก ตระกูลหลันไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าแล้ว เจ้าเองก็ไม่ต้องเสียใจ นี่คือสิ่งที่เจ้าตัดสินใจเลือกไว้เองในวันนั้น”
เมื่อวางผ้าคลุมไว้ตรงหน้าหลันเยว่อิง ซูโหรวก็หันหลังโบกมือ
บ่าวที่ถือไม้ก็ถอยเข้าไปพร้อมช่วยปิดประตู
เสียงประตูไม้หนักดัง “ปัง” ตัดขาดความหวังและความคิดทั้งมวลของหลันเยว่อิง
นางหมดแรงทรุดนั่งบนพื้น น้ำตาไหลเป็นสาย
ลมหนาวทำให้ร่างสั่นเทา สายตามองไปที่ผ้าคลุมตรงหน้า มือเอื้อมไปแตะ
ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ เห็นลายปักกล้วยไม้คุ้นตาบนผ้าคลุม ก็จำได้ว่านี่คือผืนที่ตนเคยชอบที่สุดในบ้าน
หลันเยว่อิงกอดผ้าคลุม ร้องไห้โฮหน้าประตู เต็มไปด้วยความเสียใจ
แต่นางก็รู้ดี ต่อให้เสียใจในตอนนี้ ก็ไม่มีทางถอยกลับได้อีกแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...