พูดจบ เฉินเสวี่ยก็พาสาวใช้ออกไป
บรรดาหญิงรับใช้ยังคงเฝ้าอยู่หน้าประตู ไม่สนเสียงตะโกนของหลันเยว่อิงเลย
จนเสียงตะโกนแหบแห้ง หลันเยว่อิงจึงเข้าใจว่าคนนอกนั้นไม่สนใจจริง ๆ
นางพยายามยันกายขึ้น เห็นอาหารบนโต๊ะข้างเตียงก็กลืนน้ำลาย แล้วค่อย ๆ เคลื่อนตัวไป ก้มลงกินอาหารอย่างลำบาก
พอเริ่มแรงขึ้นจึงนั่งตัวตรงบนเตียง
นางจ้องเขม็งที่เงาด้านนอก ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เมื่อกินอิ่มแล้ว นางจึงปัดถ้วยชามตกลงพื้นทั้งหมด
จากนั้นนางก็เดินเท้าเปล่า ผลักประตูออกไป
บรรดาหญิงรับใช้ที่เฝ้าประตูมัวแต่พูดคุยเสียงดัง ต่างสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนั้น
พอหันไปเห็นหลันเยว่อิงในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย สีหน้าบึ้งตึง ต่างก็เผยสีหน้าเหยียดหยามออกมา
“อนุเยว่ เจ้ากินอิ่มแล้วก็พักผ่อนให้ดี อย่าได้คิดก่อเรื่องในจวนอีกเลย”
“อย่างไรเสีย ตอนนี้เจ้าก็เป็นเพียงอนุ ไม่ต่างอะไรกับบ่าวไพร่อย่างพวกเรา”
หญิงรับใช้คนหนึ่งหัวเราะเยาะพูดขึ้น แล้วคนอื่น ๆ ก็พากันหัวเราะล้อเลียนตาม
เมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะบนใบหน้าพวกนาง หลันเยว่อิงก็โกรธจัด คว้าไม้กวาดหน้าประตูจะฟาดใส่
“นังบ่าวชั้นต่ำ! ข้าเป็นชายารอง! มิใช่อนุ! พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาล้อข้า! มีสิทธิ์อะไร!”
แต่หญิงรับใช้เฝ้าประตูก็ไม่ใช่คนอ่อนหัด แย่งไม้กวาดไปได้ง่ายดาย
แล้วผลักหลันเยว่อิงล้มลงกับพื้น
“อนุเยว่ หากเจ้ายอมอยู่เงียบ ๆ พวกเราก็จะไม่ทำให้ลำบาก แต่ถ้าเจ้ายังไม่ยอมเชื่อฟัง เช่นนั้นพวกเราย่อมทำตามคำสั่งองค์รัชทายาท สอนให้เจ้าเข้าใจกฎเกณฑ์ของการเป็นอนุ!”
หลันเยว่อิงเงยหน้ามองบรรดาหญิงรับใช้ที่แววตาแข็งกร้าวราวปีศาจ
ความอัดอั้นในอกไม่มีทางระบาย จนพ่นโลหิตออกมา
หญิงรับใช้เฝ้าประตูเห็นดังนั้นก็ตกใจ ถอยหลังไปสองก้าว
กำลังคิดจะปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ก็มีร่างอรชรเดินเข้ามา ยิ้มเยาะมองหลันเยว่อิงที่นั่งทรุดอยู่กับพื้น
“อนุเยว่ ไฉนถึงได้ตกต่ำเช่นนี้ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก”
เสียงหัวเราะเยาะของเวินอวิ๋นดังลั่นลาน พวกหญิงรับใช้ก็รีบคำนับอย่างนอบน้อม
ภาพนั้นเจ็บแทงเข้าไปในดวงตาของหลันเยว่อิง
เมื่อมองเวินอวิ๋นที่ยืนเหนือกว่า นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนตนเพิ่งเข้ามาในจวน
ครั้งนั้น ตนเองก็ได้รับการล้อมหน้าล้อมหลังเช่นนี้
“ไม่! ไม่ใช่! นี่ไม่ใช่หน้าของข้า! จะเป็นไปได้อย่างไร! ไม่ใช่! ไม่ใช่เด็ดขาด!”
หลันเยว่อิงกรีดร้อง สะบัดตัวหลุดจากหญิงรับใช้ แล้วขว้างกระจกทองเหลืองลงพื้นอย่างแรง
แต่เศษกระจกที่แตกละเอียดนั้น ยังสะท้อนใบหน้าที่ถูกทำลายของนางอยู่ดี!
“ฮ่าฮ่าฮ่า หลันเยว่อิง แต่ก่อนเจ้าหยิ่งผยองนักมิใช่หรือหรือ บัดนี้ใบหน้าสิ้นสภาพ เจ้ายังจะหยิ่งทนงอย่างไรได้อีก?”
“ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนเลย ชาตินี้อย่าหวังจะแย่งความโปรดปรานจากองค์รัชทายาทกับข้าอีก!”
เห็นนางทรุดนั่งอย่างไร้วิญญาณ เวินอวิ๋นก็ลูบท้องตนด้วยความลำพอง
“ข้าขอบอกข่าวดีอีกเรื่อง วันนี้หมอประจำจวนมาตรวจชีพจร ข้าตั้งครรภ์เดือนกว่าแล้ว”
“รอให้เด็กคนนี้คลอดออกมา เจ้าคิดหรือไม่ว่าองค์รัชทายาทอาจจะยกเจ้าให้ข้าจัดการ เพื่อทำให้ข้าพอใจ?”
ถ้อยคำนี้ราวสายฟ้าฟาด กระแทกเข้ากลางอกหลันเยว่อิงอย่างแรง
“องค์รัชทายาท เหตุใดถึงทำกับข้าเช่นนี้”
นางร่ำไห้เสียงดัง
เวินอวิ๋นมีเพียงรอยยิ้มเยาะในดวงตา ยิ่งเห็นว่าหลันเยว่อิงช่างโง่เขลา
“ครั้งนั้นเรื่องที่หอจู๋เซียง มู่จวิ้นจู่ยังคิดช่วยปิดบังแทนเจ้า ใครจะไปคิดเล่าว่า เจ้ากลับดื้อดึงจะให้เรื่องบานปลาย และดันทุรังจะเข้ามาอยู่ในจวนรัชทายาทเอง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...