เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 317

บรรยากาศอึมครึมรอบด้านที่เพิ่งก่อตัวขึ้นถูกทำลายลงทันทีหลังจากคำพูดนี้

เยี่ยนสวินหัวเราะออกมา ใบหน้าค่อย ๆ สดใสขึ้น

“งอนอะไรแบบนี้เล่า เด็กดี กินเยอะๆหน่อย กินเสร็จแล้วข้าจะบอกเจ้า”

มู่เหยาฮึดฮัดสองครั้ง จากนั้นก็หันหน้าไปกินจนหมด

นิ้วมือกำแน่นที่แขนเสื้อของเยี่ยนสวิน ราวกับกลัวว่าเขาจะผิดคำพูด

จนทำให้เยี่ยนสวินทั้งจนปัญญาทั้งขบขัน

“ข้ามีแผนจริง เพียงแต่เป็นห่วงเจ้า หากเรื่องนี้ไม่สำเร็จ เจ้าจะต้องเผชิญเคราะห์ภัยนี้กับข้าด้วย”

“อาหน่วน ข้าและท่านแม่ไม่มีอะไรให้เป็นห่วงนัก ท่านปู่ก็เช่นกัน แต่เจ้าซิ ในบ้านยังมี…”

ยังไม่ทันให้เยี่ยนสวินพูดต่อ มู่เหยาก็ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเขา

“เยี่ยนสวิน เราประสบชะตาเช่นเดียวกัน การร่วมคิดแผนการกับเจ้า คือเส้นทางร่วมกันของเรา”

เมื่อเห็นความกังวลในแววตาเขา มู่เหยาก็ยิ้มบาง ก้มหน้าลงแล้วจับมือเขาไว้

“เจ้ากับข้าไม่อาจหันหลังกลับ ต้องฝืนกระแสน้ำขึ้นไป”

เมื่อสบเข้ากับดวงตาสุกใสของนาง เยี่ยนสวินก็รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกระแทกเข้าที่กลางอกอย่างแรงสองครั้ง

มือที่กุมมือนางอยู่ก็เผลอบีบแน่นขึ้น

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยเสียงสั่นเพียงคำเดียวว่า “ได้”

สองชั่วยามต่อมา

เยี่ยนสวินจึงออกจากจวนจงซู่โหว

พอเขาจากไป มู่เหยาก็ให้หนิงจู๋ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตัวเอง แล้วหารถเข็นพาไปเรือนข้าง ๆ

เสื้อคลุมขนจิ้งจอกที่เยี่ยนสวินทิ้งไว้ อบอุ่นยิ่งนัก

มู่เหยาเดินทางมาโดยไม่รู้สึกหนาวเลย แต่กลับทำให้ซูโหรวและคนอื่นตกใจ รีบให้คนเติมถ่านไฟเพิ่ม

“ท่านอ๋องเพิ่งไป ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาท่านตา ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ และพี่รอง”

เห็นนางมีสีหน้าเคร่งขรึม นายท่านหลันกับคนอื่นก็โบกมือให้บ่าวไพร่ถอยออกไป

หลังจากที่ภายในเรือนเหลือแต่คนในครอบครัวแล้ว

มู่เหยาจึงเล่าเรื่องที่ตนได้ปรึกษากับเยี่ยนสวินออกมาทีละเรื่องอย่างครบถ้วน

ทุกถ้อยคำล้วนทำให้คนตระกูลหลันตกตะลึง

แต่เมื่อคิดถึงสถานการณ์ของมู่เหยาในตอนนี้ และเรื่องร้ายที่ตระกูลหลันเคยประสบ

นายท่านหลันก็เป็นฝ่ายพูดก่อน

“ฉู่อ๋องมีปณิธานยิ่งใหญ่ เป็นผู้คัดเลือกที่เหมาะสม เพียงแต่หนทางนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค เราต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว”

หลันเอ้าเซวียนกับคนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย

มู่เหยาจึงวางใจได้ทั้งหมด

เฉินเสวี่ยเดินเข้ามา ข้างหลังมีสาวใช้ตามมาวางอาหารไว้

“ชายารองเยว่ เจ้ากล่าวใส่ร้ายจวิ้นจู่ นั่นเป็นโทษถึงเฆี่ยนตี แต่เพราะองค์รัชทายาททูลขอร้องต่อฝ่าบาท เจ้าจึงยังรักษาชีวิตไว้ได้”

“แต่หากเจ้ายังอยากอยู่ในจวนรัชทายาท วันหน้าจะได้เป็นเพียงอนุเท่านั้น ตำแหน่งชายารองต้องมอบให้ผู้อื่น”

เฉินเสวี่ยเอ่ยถึงตรงนี้ แววตายังมีความเสียดายอยู่บ้าง

แต่เรื่องของหลันเยว่อิง นางก็รู้อยู่ไม่น้อย

พูดได้เพียงว่าเป็นเวรกรรมที่นางก่อเอง

“หมายความว่าอย่างไร? องค์รัชทายาทจะทอดทิ้งข้าหรือ?” หลันเยว่อิงมองเฉินเสวี่ยอย่างไม่อยากเชื่อ

“เป็นเพียงการลดชั้น หรือไม่องค์รัชทายาทยินดีจะมอบหนังสือหย่า ให้เจ้ากลับไปตระกูลหลัน”

เฉินเสวี่ยเพิ่งพูดจบ

หลันเยว่อิงก็เหมือนแมวป่าถูกกระตุกขน โกรธเกรี้ยวตะโกนลั่น “หนังสือหย่าอะไรกัน! ข้าไม่ยอมหย่า! ข้าเป็นชายารอง! ข้าคือพระชายารองเยว่!”

“เรื่องนี้ข้าก็ถูกคนล่อลวงเช่นกัน เหตุใดองค์รัชทายาทถึงทำกับข้าเช่นนี้ ข้าไม่อยากเป็นอนุ! ข้าไม่เอา!”

“ข้าต้องการพบองค์รัชทายาท!”

เฉินเสวี่ยเห็นว่านางจะลุกลงจากเตียง ก็เม้มปาก สีหน้าลำบากใจ

“หากเจ้าไม่อยากกลับตระกูลหลัน วันหน้าก็ต้องเป็นเพียงอนุเยว่ เรื่องมันก็มีเท่านี้ หากเจ้าไปก่อเรื่องต่อหน้าองค์รัชทายาท เกรงว่าสุดท้ายจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง