เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 330

ไม่นานนัก ผิวน้ำที่สงบก็นูนขึ้นเป็นระลอกคลื่นอย่างเป็นจังหวะ

เสียงร้องอย่างหวานหูดังขึ้นในห้องต่อเนื่องถึงสองชั่วโมงเต็ม

จนเยี่ยนสวินรู้สึกว่าคนในอ้อมเเขนปวกเปียกเเล้ว จึงยอมปล่อยนางไปอย่างไม่เต็มใจ

หลังจากทำความสะอาดเเล้ว เขาก็อุ้มมู่เหยาที่เหนื่อยล้ากลับไปที่ห้อง

เมื่อมองดูสาวน้อยที่นอนหลับอย่างสบายในอ้อมแขนของเขา ดวงตาของเยี่ยนสวินก็เหลือเพียงความพึงพอใจ

เขาโอบกอดเอวของนางเเละหลับไปอย่างสงบ

เช้าวันถัดมา

มู่เหยาตื่นเเต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้ต้องไปถวายความเคารพที่พระราชวัง

เเต่เพราะนางตื่นเช้าเกินไป เเถมยังถูกใครบางคนดึงตัวให้นอนอ้อยอิ่งอยู่บนเตียง

เหนื่อยจนเเทบจะลุกไม่ขึ้น

พอเห็นเยี่ยนสวินดูร่าเริงมีชีวิตชีวา นางก็โมโหจนกัดฟัน เเละต่อยเขาไปหนึ่งหมัด

สำหรับเยี่ยนสวินเเล้ว หมัดนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเลยแม้เเต่น้อย เเต่กลับรู้สึกว่ามู่เหลาเเค่กำลังออดอ้อน

“วันนี้ไปถวายบังคมที่ตำหนักฮองเฮา ไทเฮากับซูกุ้ยเฟยอาจจะอยู่ที่นั่นด้วย เเต่มีฮองเฮาคุ้มครองเจ้าอยู่ คิดว่าคงไม่มีอะไร”

“ซูกุ้ยเฟย?”

มู่เหยาค่อนข้างสับสน เพราะนางไม่ค่อยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงในวังเท่าไร จึงไม่รู้จักซูกุ้ยเฟยดีนัก

รู้เเค่ว่านางเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาก

“ซูกุ้ยเฟยเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ จัดการคนเเบบนี้ เจ้าคงจัดการได้”

เยี่ยนสวินพูดพลางหยิบปิ่นปักผมอันหนึ่งมาปักบนศรีษะของมู่เหยา

“ได้ ข้ารู้เเล้ว”

มู่เหยาขึ้นรถม้าคันเดียวกับเยี่ยนสวิน และมุ่งหน้าสู่พระราชวัง

เเม้ว่าเซียวฮองเฮาจะส่งซุนกูกูมารับ เเต่ทันทีที่มู่เหยาก้าวเข้าสู่ตำหนักเฟิ่งอี้ นางก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรสองคู่พุ่งตรงมาที่นาง

สายตาหนึ่งที่ราวกับอยากจะฆ่านาง ไม่ต้องคิดให้มากก็รู้ว่าเป็นไทเฮา

ส่วนสายตาอีกคู่ที่กำลังพินิจพิเคราะห์ คงจะเป็นซูกุ้ยเฟยคนนั้น

มู่เหยาก้าวไปข้างหน้า ทำความเคารพตามธรรมเนียม เเละกล่าวทักทายคนทั้งสามในห้อง

ขณะที่เซียวฮองเฮากำลังจะให้นางลุกขึ้น เสียงที่เย็นชาของไทเฮาก็ดังมาจากด้านซ้าย

“นี่มันกี่โมงกี่ยามเเล้ว ถึงเพิ่งมาถวายบังคม ไม่เห็นฮองเฮาอยู่ในสายตา”

เซียวฮองเฮาเหลือบมองไทเฮาที่พูด สีหน้าของนางเเสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

หลี่จินเฟิงคนนี้ ช่างไร้ซึ่งวิสัยทัศน์เสียจริง

แววตาของเซียวฮองเฮามืดลง น้ำเสียงเพิ่มความเย็นชา “ไทเฮาต้องการอะไรเพคะ”

“ในฤดูหนาวเดือนสุดท้ายนี้ ชายาฉู่อ๋องก็ไม่ต้องออกไปคุกเข่าที่ลานเเล้ว ให้คุกเข่าในห้องโถงนี้สักหนึ่งชั่วโมงเป็นการลงโทษเล็กน้อยก็พอ”

หลี่จินเฟิ่งชายตามองเล็กน้อย นึกว่าคำพูดของเซียวฮองเฮาหมายถึงว่าให้นางเป็นคนตัดสินใจ

ให้คุกเข่าเเค่ชั่วโมงเดียว จะไปบรรเทาความคับเเค้นใจของนางได้อย่างไร

เซียวฮองเฮาไม่ได้พูดอะไร เเต่กวาดสายตามองไปยังซูกุ้ยเฟย

ซูกุ้ยเฟยเข้าใจทันที เเล้วเอ่ยปากอย่างจนใจเล็กน้อย

“ไทเฮา ได้ยินว่าวันนี้ฉู่อ๋องเข้าวังมาพร้อมกับชายาฉู่อ๋อง อีกเดี๋ยวก็คงจะมาถวายบังคมฮองเฮา หากให้ฉู่อ๋องเห็นแบบนี้เข้า…เกรงว่าจะไม่ดี”

เมื่อพูดถึงเยี่ยนสวิน

สีหน้าภาคภูมิใจของไทเฮาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด

คงจะนึกถึงข่าวลือที่เเพร่สะพัดไปทั่ววังเมื่อไม่นานมานี้

เมื่อนึกถึงกลเม็ดต่างๆที่เยี่ยนสวินใช้ ไทเฮาก็รู้สึกหนาวเหน็บที่เเผ่นหลัง

เเต่เมื่อพูดออกไปแล้ว หากไม่ให้คนคุกเข่า จะไม่ทำให้คนในวังหัวเราะเยาะนางมากยิ่งขึ้นไปอีกหรือ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง