“ข้าเป็นไทเฮา จะลงโทษหรือให้รางวัลก็ย่อมได้ หรือชายาฉู่อ๋องสูงส่งกว่าข้า กระทั่งคุกเข่าก็คุกเข่าไม่ได้”
เมื่อเห็นไทเฮาหาเรื่องใส่ตัว
ซูกุ้ยเฟยก็ขี้เกียจพูดอะไรอีก ได้เเต่มองมู่เหยาที่ยืนเงียบอยู่ด้วยความสนใจ
ในใจคิดว่าคนผู้นี้จะทำอย่างไรต่อไป
“ชายาฉู่อ๋อง เจ้าเงียบทำไม! หรือว่าไม่พอใจที่ข้าลงโทษ!”
ไทเฮาตะคอกเสียงดัง ลุกขึ้นยืนพรวดพราดเเล้วตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
เสียงดังก้องไปทั่วท้องพระโรง
มู่เหยาจึงลุกขึ้นยืนตรง เเล้วคุกเข่าลงต่อหน้าไทเฮา
“ในเมื่อไทเฮาจะให้หม่อมฉันคุกเข่า หม่อมฉันก็ไม่กล้าขัด หม่อมฉันจะออกไปคุกเข่าหนึ่งชั่วยามก็แล้วกัน ขอไทเฮาอย่าได้โมโหจนทำร้ายร่างกายของพระองค์เลยเพคะ”
มู่เหยาพูดเร็วมาก พูดจบก็ไม่รอให้ไทเฮาได้ตอบสนอง
ตอนออกไปหาสถานที่ที่หิมะตกหนา เเละมีข้าราชบริพารเดินไปมา
เซียวฮองเฮาเข้าใจความหมายของมู่เหยาเป็นอย่างดี จิบชาโดยไม่ยุ่ง
“ครั้งนี้นางเชื่อฟังดี”
ไทเฮาพูดอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูกุ้ยเฟยที่อยู่ตรงข้ามก็กลอกตาอย่างเงียบๆ
ช่างเป็นคนโง่เง่านัก
“ไทเฮาอย่าได้ลงโทษเลย ชายาฉู่อ๋องยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หากการลงโทษนี้เกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา ชื่อเสียงของพระองค์จะไม่ถูกนินทาหรือ”
ทันทีที่ซูกุ้ยเฟยเอ่ยปากเตือน
รอยยิ้มบนใบหน้าของไทเฮาก็หายไปทันที พระองค์เข้าใจประเด็นสำคัญในเรื่องนี้เเล้ว
“รีบไปเชิญคนผู้นั้นเข้ามาเดี๋ยวนี้!”
ไทเฮานั่งตัวตรง เเล้วรีบตะโกนบอกหลิวมามาที่อยู่ข้างกาย
เมื่อเห็นหลิวมามาเดินออกมา มู่เหยาจึงเเสร้งทำเป็นทนไม่ไหวเเละพูดเสียงดังว่า “ในเมื่อหม่อมฉันทำให้ไทเฮาไม่พอใจ หม่อมฉันก็ควรถูกลงโทษ!”
อย่างไรก็ตามวันนี้นางเตรียมตัวมาอย่างดีเ นางผูกเเผ่นรองนุ่มๆไว้ที่หัวเข่าตั้งเเต่เเรก
เสื้อผ้าฤดูหนาวหนาหนัก จึงมองไม่เห็นอย่างเเน่นอน
เสียงของมู่เหยาไม่เบาเลย ทำให้เหล่าขันทีนางกำนัลที่เดินผ่านไปมาต่างเเอบมอง
บวกกับที่เซียวฮองเฮาได้จัดเตรียมไว้ นางกำนัลเเละขันทีที่เดินผ่านหน้าตำหนักเฟิ่งอี้ในวันนี้จึงมีมากกว่าปกติหลายเท่า
ซูกุ้ยเฟยมีไหวพริบดีมาก เดินเข้าไปหาไทเฮาเเล้วพูดว่า “ไทเฮา หม่อมฉันจะส่งท่านกลับไปพักผ่อนเพคะ”
ไทเฮาจ้องมองมู่เหยาเขม็งด้วยความโกรธ สะบัดมือของซูกุ้ยเฟยที่ยื่นมาอย่างไม่พอใจ เเล้วเดินไปที่ตำหนักโซ่วคังพร้อมกับหลิวมามา
เมื่อคนที่น่ารำคาญจากไปแล้ว
เซียวฮองเฮาก็สั่งให้เหล่านางกำนัลที่เชื่อใจได้อยู่เเต่ในห้อง “คุกเข่านานเเล้ว เเผ่นรองหัวเข่าคงจะเปียกชื้นเเล้ว เอาออกเถอะ”
มู่เหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เหนียงเหนียงทราบได้อย่างไรเพคะ”
เซียวฮองเฮายิ้ม เเละทำสัญลักษณ์ให้นางกำนัลเดินเข้ามา
“ฮูหยินเฒ่าของเจ้าเป็นท่านน้าของข้า ท่านน้าเล่าวิธีเหล่านี้ให้ข้าฟังหลายครั้งเเล้ว ท่านน้ารักเจ้า ย่อมต้องบอกวิธีเหล่านี้แก่เจ้าเหมือนกัน”
มู่เหยาอายเล็กน้อยและยิ้มเเห้งๆ ปล่อยให้นางกำนัลถอดสิ่งที่อยู่ที่หัวเข่าออก
เมื่อนึกถึงซูกุ้ยเฟยที่เพิ่งออกไปพร้อมกับไทเฮา นางจึงถามด้วยความสงสัย “เหนียงเหนียงกับซูกุ้ยเฟยมีความสัมพันธ์อย่างไรเพคะ”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเซียวฮองเฮาก็ฉายความรู้สึกจนใจออกมา
นางส่ายหน้าต่อหน้ามู่เหยา
“ตอนเด็กๆก็ยังพอคบกันได้ เเต่ตอนนี้อยู่ในวังหลวง ไม่มีคำว่าเพื่อนอีกเเล้ว ยิ่งไปกว่านั้น…”
เซียวฮองเฮาไม่ได้พูดต่อในส่วนที่เหลือ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...