เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 332

มู่เหยาเห็นสีหน้าของนาง ก็พอจะคาดเดาได้บ้าง

หลังจากลดเสียงลงก็กล่าวว่า “หม่อมฉันได้กลิ่นเครื่องหอมชนิดหนึ่งจากตัวซูกุ้ยเฟย เครื่องหอมนี้จะทำให้ผู้หญิงเป็นหมันได้ง่าย”

เมื่อคำพูดนี้ออกมา เซียวฮองเฮาที่กำลังถือถ้วยชาอยู่ก็สั่นเทา

ถ้วยน้ำชาร่วงลงทันที น้ำชาหกกระจายเต็มพื้น

“ฮองเฮาเหนียงเหนียง!”

ซุนกูกูตกใจรีบเข้ามาดูว่า เซียวฮองเฮาถูกน้ำร้อนลวกบาดเจ็บหรือไม่

ทว่าเซียวฮองเฮากลับมีท่าทีเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย จ้องมองไปที่มู่เหยาอย่างเเน่วเเน่ “อาหน่วน เจ้าพูดจริงหรือ”

ท่าทางนั้นดูเหมือนปมในใจที่ค้างคามานานหลายปี ได้คลี่คลายลงทันที

ในใจของมู่เหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

นางก็เข้าใจได้ในทันทีว่าระหว่างนางทั้งสอง น่าจะเคยมีเรื่องใหญ่เกี่ยวกับเด็กเกิดขึ้น

หรือว่าลูกคนเเรกของฮองเฮา…เป็นเพราะซูกุ้ยเฟย

“เหนียงเหนียง เเม้ว่าหม่อมฉันจะอยู่ไม่ใกล้ซูกุ้ยเฟย เเต่เครื่องหอมบนตัวนางนั้นเข้มข้นมาก เเละในนั้นก็มีเครื่องหอมชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำให้ผู้หญิงเป็นหมันได้ในระยะยาว”

“เครื่องหอมนี้หายาก คนทั่วไปไม่กล้าใช้”

สำหรับสาเหตุที่มู่เหยารู้เรื่องนี้

ก็เพราะว่าในห้องปรุงเครื่องหอมลับของมารดา มีเครื่องหอมชนิดนี้อยู่

ส่วนเครื่องหอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้หญิงชนิดนี้ มารดาของนางได้เขียนข้อความใส่กระดาษไว้ในช่องเก็บเครื่องหอม ในห้องลับนั้นเเล้ว

เเต่ละชนิดมีคำอธิบายกำกับไว้

“ในสถานที่ที่มารดาของหม่อมฉันทำเครื่องหอม มีเครื่องหอมชนิดหนึ่งขนาดเท่าเล็บมือ กลิ่นหอมเข้มข้นมาก เป็นเครื่องหอมที่ไม่เคยมีในเเคว้นอวิ๋นเลย”

“เเค่เติมลงไปเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้หญิงเป็นหมันไปตลอดชีวิต”

“เเต่ผลข้างเคียงของมันก็คือ สามารถทำให้ผิวพรรณของผู้หญิงเปล่งปลั่งและดูบอบบาง เเละเมื่อใช้ไปนานกว่าสิบปี ก็จะทำให้ร่างกายมีกลิ่นหอมจางๆติดตัวได้”

มู่เหยาพูดออกมาทีละคำ

สีหน้าของเซียวฮองเฮาค่อยๆเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นความรู้สึกสมเพชตัวเอง

ขอบตาของนางเเดงก่ำ เเละนางก็เอามือไปกุมหน้าท้องของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ซุนกูกูก็เดินเข้ามาหาด้วยดวงตาที่เเดงก่ำเช่นกัน “เหนียงเหนียง อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”

เซียวฮองเฮากัดริมฝีปาก และหันไปส่งสายตาให้ซุนกูกู

ซุนกูกูให้ทุกคนออกไปจากห้องทันที

“อาหน่วน เจ้าพอจะรู้ไหมว่าลูกคนเเรกของข้าโดนใครทำร้าย”

เเม้ว่าฮ่องเต้จะยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่น เเละเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน

เเต่ในวังหลวงนอกจากไท่จื่อเเล้ว ก็ไม่มีพระโอรสองค์อื่นอีกเลย

นับว่าเเปลกที่ไม่มีใครทักท้วงเรื่องนี้

“อาหน่วนใช่รู้อะไรมาบ้างใช่ไหม”

เยี่ยนสวินกอดนางไว้เเน่น เเล้วหยิบขนมเมฆาโคลนที่นางชอบวางไว้ในมือ

ท่าทางนี้ถ้าคนไม่รู้จักคงคิดว่ามู่เหยาเป็นเด็กสามขวบ

นางพยักหน้า “ท่านอ๋องก็รู้อะไรบางอย่างใช่ไหม”

พูดจบก็กัดขนมเมฆาโคลนไปหนึ่งคำ รู้สึกได้ถึงความหอมหวานที่อบอวลไปทั่วปาก ความอึดอัดใจในใจก็คลายลงไปบ้าง

“รู้ไม่มาก เเต่ถ้าอาหน่วนสงสัย ข้าก็จะเล่าให้ฟัง”

“ตระกูลซูไม่ถือว่าเป็นขุนนางชั้นสูง ตอนนี้ก็ไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนตระกูลอื่นๆในวังหลวง เเต่ก็ยังมีความเกี่ยวพันกับตระกูลเซียวอยู่บ้าง เเละสามารถพูดคุยกับขุนนางทั้งเก่าและใหม่ได้”

“ส่วนฮองเฮาเหนียงเหนียง เป็นสตรีจากตระกูลเซียว”

“ตอนนี้ได้แต่งตั้งไท่จื่อเเล้ว ฮ่องเต้ก็ไม่ได้คิดมากนัก หรืออาจจะพูดได้ว่า ตอนนี้ฮ่องเต้ไม่ต้องการให้สตรีในวังหลังตั้งครรภ์”

คำพูดสุดท้าย เยี่ยนสวินลดเสียงลง เเละกระซิบข้างหูของมู่เหยา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง