“เมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว ก็ให้เป็นดั่งเจ้าปรารถนา ต่อไปนี้จงออกไปเดินนอกจวนบ้าง ย่อมมีผู้มาถามว่าจักเข้าสู่จวนฉู่อ๋องได้อย่างไร เจ้าจงบอกความจริงกับความเท็จอย่างละครึ่งก็พอ”
มู่เหยารู้แจ้งว่านางเป็นคนดี ไม่ฉะนั้นก็คงไม่พูดให้เก็บนางไว้ในจวนฉู่อ๋อง
“บ่าวเข้าใจแล้ว”
อวี้หลันโขกหัวขอบคุณ แล้วตามแม่เฒ่าไปยังเรือนพัก
หนึ่งชั่วยามให้หลัง แม่เฒ่าผู้นั้นกลับมารายงาน ครานั้นมู่เหยากำลังทานอาหารเย็น ข้างกายมีเยี่ยนสวินและฮูหยินเฒ่าเซียวร่วมโต๊ะ
“ข้าจัดให้อยู่เรือนลั่วอิง ซึ่งอยู่ไกลที่สุด”
ความเย็นชาบนใบหน้าฮูหยินเฒ่าเซียวอ่อนลงเล็กน้อย “นางผู้นี้รู้จักกาลเทศะ จงให้การปฏิบัติตามฐานะอนุ อย่าได้ละเลย”
“เจ้าค่ะ”
แม่เฒ่าหันหลังลาจากไป
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาอบอุ่นขึ้น มู่เหยากะพริบตายิ้มให้ฮูหยินเฒ่าเซียว “ท่านแม่เคืองโทษข้าหรือไม่?”
ฮูหยินเฒ่าเซียวหยิบกุ้งตัวใหญ่โยนลงในถ้วยข้าวของนาง
“เคืองโทษเจ้าด้วยเหตุใดเล่า คนผู้นี้ก็ต้องเก็บไว้ในมือเราจึงจะมั่นคง ไม่เช่นนั้นหากปล่อยไปแล้วเกิดเคืองแค้นในใจ วันหน้าก็อาจแพร่คำเล่าลือไม่ดีออกไปได้”
แม้ว่าจวนฉู่อ๋องจะประกาศว่าสมสู่กับบ่าวรับใช้
แต่หากอวี้หลันยืนยันหนักแน่น ว่าเยี่ยนสวินผลักไสความผิดแล้วตั้งใจแพร่ข่าวเช่นนั้น
จวนฉู่อ๋องก็ย่อมต้องเสียเกียรติยศไปไม่ใช่น้อย!
เมื่อเป็นดังนั้น เก็บไว้ในบ้านตนเสียยังดีกว่า
อย่างไรการรับอนุก็เป็นเรื่องปกติของตระกูลใหญ่ ผู้อื่นก็เพียงซุบซิบสองสามวันแล้วก็สิ้น
“ท่านแม่คิดเช่นเดียวกับข้าไม่ผิดเพี้ยน ดูแล้วเราเป็นแม่ลูกที่ใจตรงกันโดยแท้”
มู่เหยาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำหวานหูปลอบประโลม
ทำให้ฮูหยินเฒ่าเซียวหัวร่อไม่หยุด
“เช่นนั้น ข้าก็เป็นเขยที่แต่งเข้าจวนฝ่ายหญิงแล้วหรือ?” เยี่ยนสวินหัวร่อเบา ๆ แล้วยื่นมือไปทางสองแม่ลูก
มู่เหยาเห็นท่าทีเขาก็พลันงุนงงไปชั่วขณะ
“หืม?”
ฮูหยินเฒ่าเซียวกลับเข้าใจดีว่าบุตรชายตนนิสัยเช่นไร
นางปรายตามองบุตรชายด้วยความรังเกียจ แล้วหันไปยิ้มกับมู่เหยา “เจ้าเด็กเหลือขอนี่กำลังทวงสินสอดกับเราสองแม่ลูกอยู่!”
มู่เหยาจึงเข้าใจขึ้นมา แล้วอดไม่ได้ที่จะยกมือตบฝ่ามือเขาเบา ๆ “นี่แน่ะ สินสอด”
เห็นทั้งคู่หยอกเย้าออดอ้อนกัน ฮูหยินเฒ่าเซียวก็ส่ายหน้าเอื้อนเอ่ย “พอเถิด สองสามีภรรยาพวกเจ้าออดอ้อนกันต่อไปเถิด ข้าจะกลับไปแช่น้ำบำรุงผิวแล้ว”
ชิงอู้หยิบซองจดหมายที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ส่งถึงมือมู่เหยา
“นี่คือจดหมายจากคุณชายรองแห่งตระกูลหลัน”
เมื่อได้ยินว่าเป็นท่านลุงรองส่งมา แววตาของมู่เหยาก็ส่องประกายปีติขึ้นมาเล็กน้อย
นางรีบฉีกซองออกเปิดดูทันที
ในจดหมายมีเพียงไม่กี่บรรทัด กล่าวถึงทิวทัศน์ลำน้ำเจียงหนาน และบอกเล่าข่าวคราวว่าปลอดภัยดี
กระดาษหนึ่งแผ่นยังเขียนเพียงครึ่งหน้าเท่านั้น
หนิงจู๋ถือถ้วยชามาใกล้ เหลือบมองจดหมายในมือมู่เหยาโดยไม่ตั้งใจ แล้วอุทานประหลาดใจ “เหตุใดท่านลุงรองเขียนเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจดหมายที่ส่งถึงพระชายาไม่เคยต่ำกว่าสามหน้ากระดาษเลย”
พอเอ่ยจบ หนิงจู๋ก็รู้ตัวว่าเผลอพูดผิดไป
รีบยกมือปิดปากทันที
มู่เหยามองแผ่นจดหมายในมือ ภายในใจก็สับสนนัก
ครั้นผ่านไปเนิ่นนาน จึงส่งคืนให้หนิงจู๋ “เก็บไว้เถิด”
หนิงจู๋รับไปอย่างระมัดระวัง แล้วหันหลังก้าวออกไปอย่างเร่งรีบ
มู่เหยาเงยหน้ามองแสงจันทร์ พลันถอนหายใจยาวหนึ่งครา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...