เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 5

บทส่งท้าย 5.6 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ

………………..

บทส่งท้าย 5.6 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ

พวกเขาตระหนักดีว่าเหตุใดเจ้าของรถฮัมเมอร์จึงกล้าแสดงกิริยาที่ไร้การอบรมเช่นนี้ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงรู้สึกอิจฉาขึ้นมา

มันคืออำนาจที่หลาย ๆ คนไม่อาจแสวงหามาครอบครองได้

รถฮัมเมอร์เร่งความเร็วไปข้างหน้า เสียงเอี๊ยดอ๊าดของมันแผดลั่นในทันทีที่รถทั้งคันสะบัดเข้าช่องจอดรถอย่างรุนแรง ก่อนจะชนเข้ากับรถแลมโบกินีสีเหลืองที่จอดอยู่ข้าง ๆ ให้กระเด็นออกไป

“นี่คุณ…” ชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานจอดรถตื่นตระหนก เขาเกือบจะก่นด่าสาปแช่งแล้ว แต่ในทันทีที่เขาเห็นใบหน้าเจ้าของรถคันดังกล่าวถนัดตา ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน คำสาปแช่งนานาที่ตระเตรียมเอาไว้กลืนหายลงไปในลำคออย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น ท่าทางโกรธเกรี้ยวยังกลายสภาพเหลือเพียงความยำเกรง

หลังจากที่เหลียงเลี่ยงลงจากรถ เธอไม่แม้จะเหลือบมองความเสียหายที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวพาเฉินหลานตรงไปยังคลับเฮยจิ่นฮวาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับช่องจอดรถในทันที

เธอเป็นผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์ การที่เธอมาที่คลับทั้งชุดเครื่องแบบทหารนั้นค่อนข้างดึงดูดความสนใจของผู้คนไม่น้อย

กระนั้นก็คล้ายว่าเหลียงเลี่ยงจะคุ้นเคยกับบรรยากาศเช่นนี้ดี เธอว่าพลางชี้ไปที่ป้ายไฟของคลับเฮยจิ่นฮวา “คลับนี้ไม่เลว พวกเขามักจะจ้างดาราดัง ๆ มาโชว์ตัวอยู่บ่อย ๆ แถมทั้งบริการ ทั้งสาวบาร์ของที่นี่ก็ยังดีสุด ๆ แต่ว่านะ คลับนี้ไม่ใช่ใคร ๆ ก็เข้าได้”

เฉินหลานพยักหน้า เขายังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยอย่างเคย

“มาสิ วันนี้เหมือนจะมีดาราสาวดัง ๆ มาแสดงโชว์ด้วย ชื่ออวิ๋นหรือเว่ยอะไรสักอย่างนี่ล่ะ” เหลียงเลี่ยงพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันได้ยินมาว่าคุณชายไก่อ่อนบางคนถึงกับควบคุมตัวเองไม่อยู่ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เชยชมความงามระดับชาตินั่น ถ้านายสนใจฉันจะแนะนำเธอให้ก็ได้ แน่นอนว่าฉันจะปิดปากให้สนิทไม่ว่านายจะทำอะไรกับเธอก็ตาม”

เฉินหลานขมวดคิ้ว ไม่พูดอะไร

ขณะที่เธอพูด บริกรก็เชิญพวกเขาทั้งสองคนเข้าไปในคลับเฮยจิ่นฮวาด้วยความนอบน้อม

ณ คลับเฮยจิ่นฮวา

ทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าไป เสียงดนตรีที่ดังสอดประสานกับเสียงโห่ร้องของชายหญิงก็กระทบเข้ากับโสตประสาทของคนทั้งสอง แสงไฟนีออนที่หลากสีสันส่องกระทบให้ดวงตาพร่ามัว

ท่ามกลางเสียงดนตรีอึกทึก บรรดาหญิงชายหน้าตางดงามกำลังเต้นบนฟลอร์อย่างบ้าคลั่งด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ สายตาของพวกเขาไม่ต่างหมาป่าหิวโหยที่กำลังเฝ้ารอเหยื่ออันโอชะ

แสงไฟกะพริบถี่สลับลวดลาย พร่างพราวราวภาพฝัน

บรรยากาศที่นี่อื้ออึงไปด้วยเสียงบีทหนักแน่น ดีเจสาวสวยมากด้วยชื่อเสียงคนหนึ่งประจำอยู่ที่บูทดีเจ เธอสวมเสื้อยืดแขนกุดสีดำตัวเล็ก ๆ ที่เผยให้เห็นผิวที่ขาวผ่องอย่างงาช้าง เอวเพรียวบาง หน้าอกอวบอิ่ม บนหัวคาดไว้ด้วยหูฟังเฮดโฟน ฝ่ามือบางกำลังมิกซ์จังหวะของเพลงเฮฟวีเมทัลที่กำลังโด่งดังอย่างต่อเนื่อง

พนักงานเสิร์ฟที่สวมเสื้อกั๊กและหูกระต่ายเดินไปท่ามกลางแขกด้วยท่าทางสุภาพ พวกเขาพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้บริการแขกทุกคน

สีหน้าของฝูงชนแตกต่างหลากหลายภายใต้แสงนีออนที่ส่องประกายแวววาว บางครั้งก็ดูเหมือนความจริง หากบางครั้งก็คล้ายกับภาพฝัน

สถานบันเทิงก็เป็นเช่นนี้ มันเต็มไปด้วยชายหญิงที่แต่งตัวตามสมัยที่กำลังตกอยู่ในความเพลิดเพลิน กระนั้นมันไม่ใช่เพียงการถลำลึกในตัณหา หากแต่เป็นการปลดปล่อยอารมณ์อย่างหนึ่ง

แน่นอนว่าคลับเฮยจิ่นฮวาไม่ได้เป็นเพียงคลับธรรมดา ๆ ไม่อย่างนั้นแล้ว ไม่มีทางที่มันจะสามารถตั้งตระหง่านภายในเมืองหลวงซึ่งเต็มไปด้วยชนชั้นสูงและขุนนางเช่นนี้แน่

เฉินหลานขมวดคิ้วทันทีเมื่อเข้าไปในคลับ เขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูงและชอบความสงบ ดังนั้นจึงไม่ชอบบรรยากาศที่อึกทึกเช่นนี้

อย่างไรก็ดี เหลียงเลี่ยงจับมือของเขาแล้วดึงเข้าไปในส่วนลึกของคลับ “ฉันรู้ว่านายไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ เราจะไปสนุกที่อื่นกัน”

เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ หญิงสาวพาเฉินหลานเดินลัดเลาะมาถึงชั้นที่สอง

การตกแต่งในบริเวณนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ทางเดินที่นี่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกันเหมือนใยแมงมุม มันมีเวทีรูปตัวทีเล็กๆ อยู่ตรงกลาง

“ขออภัยด้วยครับ แต่วันนี้ชั้นนี้ถูกวีไอพีจองเต็มแล้วครับ” พนักงานเสิร์ฟที่สวมชุดทางการพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ แม้ว่านี่จะเป็นการขอให้พวกเขาออกไป แต่กลับไม่ได้สร้างความขุ่นมัวใด ๆ ให้แก่ผู้ฟัง

แน่นอน คลับเฮยจิ่นฮวาค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่แหล่งรวมความบันเทิง ทุกคนที่มาหาความสำราญที่นี่ล้วนแต่เป็นคนมีฐานะ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจในคุณภาพของบริกรและพนักงานเสิร์ฟทุกคน ไม่มีทางที่พวกเขาจะกล้าดูถูกแขกคนใดได้เลย

เหลียงเลี่ยงขมวดคิ้ว “เต็มหรือ? โอ้โห วีไอพีที่ว่านี่ใครกัน? สูงส่งแค่ไหนกันเชียว?”

ตอนนี้หญิงสาวค่อนข้างไม่พอใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอพาเพื่อนมาด้วยแต่กลับถูกปฏิเสธ แล้วหลังจากนี้เธอจะชูคอสูงในเมืองหลวงต่อไปได้อย่างไร?

บริกรหนุ่มค่อนข้างลำบากใจ เขาพอจะประเมินสถานการณ์ได้ การที่เหลียงเลี่ยงซึ่งเป็นสาวงามกล้ามาที่นี่ทั้งชุดเครื่องแบบทหาร เห็นทีเธอคงจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

“เอาละ ฉันจะไม่ทำให้นายลำบากก็แล้วกัน แค่ไปบอกผู้จัดการของนายว่าถ้าเขากล้ามอบ ‘บุปผาแดนตระการ’ ให้กับคนอื่น เขาจะได้เฉดหัวไปจากเมืองหลวงในทันที!” เหลียงเลี่ยงเหลือบมองบริกรหนุ่มก่อนจะพาเฉินหลานออกไป

บุปผาแดนตระการ… พนักงานเสิร์ฟถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งนี้ นั่นก็เพราะมันเป็นหนึ่งในห้องที่ดีที่สุดในคลับ แม้แต่ผู้มีอิทธิพลบางคนในเมืองหลวงก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้ใช้ห้องนั้น มันเป็นห้องที่จัดไว้เป็นพิเศษสำหรับแขกพิเศษอย่างแท้จริง

ที่สำคัญ วีไอพีที่จองทั้งชั้นในวันนี้ก็อยู่ในห้องนั้น…

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ พนักงานเสิร์ฟก็รีบหยิบเครื่องรับส่งสัญญาณของเขาขึ้นมาและรายงานเหตุการณ์ในทันที

ชั้นสองของคลับเฮยจิ่นฮวาถูกเตรียมไว้สำหรับสมาชิกพิเศษ คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปไม่สามารถขึ้นไปที่ชั้นนี้ได้

ชื่อห้องบนชั้นสองนั้นแปลกมาก พวกเขาไม่ได้ใช้ตัวเลขเช่น ‘666’ หรือ ‘888’ เหมือนที่อื่น ๆ แต่ตั้งชื่อให้แต่ละห้องเป็นพิเศษเช่น บุปผาแดนตระการ หยาดจันทร์ และชื่อที่ไพเราะอื่น ๆ อีกมากมาย

ห้องบุปผาแดนตระการถือเป็นห้องที่พิเศษที่สุด

ตามข่าวลือ แม้กระทั่งจักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็ยังเชิญสหายของเขามาที่ห้องนั้นเมื่อตอนที่เขายังเยาว์วัย และข่าวลือนั้นก็ทำให้บุปผาแดนตระการโดดเด่นมากกว่าที่อื่น ๆ

ในเวลาไม่นาน เหลียงเลี่ยงก็มาถึงหน้าประตูห้องกับเฉินหลาน ที่นี่มีคนยืนอยู่มากมาย ร่างสูง กำยำของพวกเขาอยู่ภายใต้ชุดสูทพอดีตัว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาน่าจะเป็นผู้คุ้มกัน

เหลียงเลี่ยงเบะริมฝีปากและหัวเราะเสียงเย็น จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับเฉินหลาน “สุดหล่อ รอสักครู่ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเตะไอ้สารเลวพวกนี้ออกไป”

เฉินหลานขมวดคิ้ว “ในเมื่อมีคนอยู่ที่นี่ แล้วทำไมเราไม่ไปที่อื่นล่ะ?”

เหลียงเลี่ยงยิ้ม “แหม สุดหล่อ! นายนี่รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นจริง ๆ นะ แต่รอดูอย่างสบายใจก็พอ ทิ้งทุกอย่างในคืนนี้ให้ฉันจัดการเอง ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ขายหน้าจริง ๆ” เธอว่าพลางเดินไปตามทางเดิน

เฉินหลานไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปล่อยให้เรื่องเป็นเช่นนี้ เขายืนอยู่ที่หน้าราวบันได จากจุดนี้ เขาสามารถมองเห็นเวทีกลางได้อย่างชัดเจน บนเวทีนั้นมีวงดนตรีกำลังทำการแสดงอยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีฝีมือมากแค่ไหน

ในตอนนี้ แขกคนอื่น ๆ มากมายก็กำลังชมการแสดงเช่นเดียวกับเฉินหลาน เสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ ดังขึ้นเป็นครั้งคราว

เห็นทีคงจะเป็นวงที่โด่งดังน่าดู เฉินหลานไม่ได้สนใจมากนัก เขาไม่อาจบอกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบกันแน่

“คุณครับ รบกวนออกไปจากตรงนี้ที ที่นี่เราทำการจองไว้หมดแล้ว อย่าว่ากันเลยหากผมจะขอให้คุณออกไป” ชายร่างกำยำในชุดสีดำเดินเข้ามา เขาเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านนอกบุปผาแดนตระการ ท่าทางดูเป็นคนที่แข็งแกร่งไม่น้อย

“ไอ้โง่! มานี่ทำไมอีก? อยากเล่นบทผู้ผดุงความยุติธรรมหรือไง? ฉันขอบอกไว้ก่อนว่าคนในห้องนั้นไม่ใช่คนที่แกจะแตะต้องได้ ดังนั้นจะไปตายที่ไหนก็ไป!” พี่สามพูดเสียงเกรี้ยวกราด เขารู้สึกว่าตนให้ความเมตตามามากพอแล้ว แต่เจ้าหนุ่มนั่นยังทำตัวโง่เง่าไม่เลิก นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ! พี่สามยื่นมือออกไปผลักเฉินหลานทั้งตะโกนใส่

เฉินหลานยกมือขึ้นคว้าข้อมือของพี่สามเอาไว้ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังจับไว้เฉย ๆ ทว่าเสียงแตกของกระดูกกลับดังลั่น ไม่นาน เสียงร้องแหลมก็แผดสนั่นจากริมฝีปากของพี่สาม ร่างทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

“วอนตายซะแล้ว!”

“สร้างปัญหาไม่เลิกจริง ๆ!”

“จัดการมัน!”

บอดี้การ์ดที่เหลือตอบสนองกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดเป็นคนที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีจากกองกำลังพิเศษ พวกเขาทุกคนมีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ถึงขนาดที่สามารถต่อสู้กับคนสิบคนได้เพียงลำพัง ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังเชี่ยวชาญในการใช้ปืนอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขาที่จะจัดการกับคนธรรมดาหนึ่งคน

น่าเสียดายที่พวกเขาได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับคนที่ไม่ธรรมดาเข้าแล้ว

เสียงกรอบแกรบดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของคนกว่าสิบชีวิตทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะที่จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา

ให้ตายเถิด พวกเขาเป็นถึงกองกำลังพิเศษของจักรวรรดิ! แต่กลับถูกคนคนเดียวจัดการในพริบตา!

“คุกเข่าลง ไม่งั้นยิงแน่!” ทันใดนั้น บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็เดินออกมาจากทางเดินด้านข้าง สองมือประคองปืนพก ปากกระบอกปืนสีดำเล็งไปที่หัวของเฉินหลาน

เด็กหนุ่มเอี้ยวศีรษะไปมองตามเสียง ทันใดนั้น ชายคนเมื่อครู่ก็ปวดแปลบที่ข้อมืออย่างไม่ทันตั้งตัว ปืนพกหายไปจากมือด้วยความรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น ร่างของเขายังกระแทกเข้ากับกำแพงราวกับถูกรถไฟชน ก่อนจะหมดสติไปในทันที

เฉินหลานไม่แม้แต่จะเหลือบมองปืนพกนั้น เขาเพียงแค่โยนมันลงบนพื้นอย่างลวก ๆ และเดินไปที่ประตูที่ปิดสนิท

“เข้าไปไม่ได้เด็ดขาด! เขาไม่ใช่คนที่แกจะแตะต้องได้! หยุดซะ ไม่อย่างนั้น ไม่ว่าใครก็ช่วยแกไม่ได้!” บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่นอนหมอบอยู่บนพื้นตะโกนลั่น

กระนั้นเฉินหลานหาได้สนใจไม่ เขายกมือขึ้นเพื่อผลักเปิดประตูออก

ห้องนี้ใหญ่ราวกับสามารถรองรับคนได้หลายสิบคน ทั่วทั้งห้องตกแต่งไปด้วยสิ่งของมากมายที่สว่างไสวด้วยไฟนีออนหลากสี

ภายในห้องประกอบไปด้วยหญิงชายหลายสิบชีวิต ร่างของพวกเขากอดก่ายขณะที่กินดื่มร่วมกันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มบางคนมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเสพยา

ไม่เพียงเท่านั้น ในนี้ยังมาพนักงานสาวหน้าตาสวยสดงดงามมากมาย พวกเธอสวมชุดกี่เพ้าผ่าสูง คุกเข่ารินเครื่องดื่มให้กับคุณชายเหล่านั้น

เป็นภาพที่ดูไม่ดีจริง ๆ

เฉินหลานกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง เขาเห็นผู้หญิงคนที่พยายามวิ่งออกไปก่อนหน้านี้กำลังถูกชายคนหนึ่งตรึงไว้บนโซฟาและเทไวน์ทั้งขวดลงในคอของเธอ เสียงหัวเราะของเขาแผดลั่น “ถ้าเธอเป็นนักร้องก็ต้องร้องเพลงสิ ฉันจ่ายไปตั้งเท่าไรเพื่อจ้างเธอมา แต่เธอกลับทำตัวเย่อหยิ่งใส่ฉันเหรอ? นี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!? มา ฉันจะสอนบทเรียนให้เธอเองในคืนนี้!”

ชายหญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ปรบมือส่งเสียงเชียร์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสนุกสนานที่ได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้

“แกเป็นใคร? ใครอนุญาตให้เข้ามา? ออกไปซะ! บอดี้การ์ดอยู่ที่ไหน? ไอ้พวกเวร! ปล่อยให้ใครไม่รู้เข้ามาที่นี่ได้ยังไง!?” ตอนนั้นเอง ในที่สุดก็มีคนสังเกตเห็นเฉินหลาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงก่อนจะลุกขึ้นมาด่ากราด

เฉินหลานยกขาเตะไปข้างหน้า ร่างของคนผู้นั้นพลันกระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะอย่างรวดเร็ว เครื่องดื่มที่วางอยู่เรียงรายแตกกระจาย

เสียงกรีดร้องดังขึ้นในทันที ในที่สุดคนอื่น ๆ ที่กำลังมั่วสุมอยู่ในห้องก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาหยุดการกระทำของตัวเองและมองไปที่เฉินหลานในทันใด

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]