บทที่ 1100 คางคกน่ารำคาญ
หลี่เถาแข็งค้างอยู่หน้าประตูศาลว่าการอำเภอดวงตาเบิกกว้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่ศีรษะ สมองมึนงงไปหมด
กองทหารม้าทมิฬ…
กองทัพอันเกรียงไกรที่ติดตามฉินเฟิงออกรบในสนามรบ ผลักดันกองทัพเป่ยตี๋กลับไป และปกป้องประตูเมืองไว้ได้
กองทัพที่ผ่านการสู้รบอันโหดร้ายที่สุด และเป็นกองทัพเดียวในบรรดากองกำลังทั้งหมดที่ถอนกำลังกลับมาได้อย่างเป็นระเบียบ
กองทัพที่เป็นตัวแทนพลังอันยิ่งใหญ่ที่สุดของฉินเฟิง
กลับมาปรากฏตัวที่อำเภอหมิง
นั่นหมายความว่า ชายผู้สร้างกองทหารม้าทมิฬ องครักษ์ค่ายเทียนจี องครักษ์เสื้อแพรและผู้ที่พลิกผันทั้งเป่ยตี๋กำลังยืนอยู่บนผืนดินอำเภอหมิง
หรือพูดอีกอย่างว่า… เขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม อยู่ในศาลว่าการอำเภอนี่เอง
เมื่อนึกถึงข่าวต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ศาลเปิดเผย ความคิดที่น่าสะพรึงกลัวก็ผุดขึ้นในสมองของหลี่เถา
คนที่สังหารหวังฉีก็คือฉินเฟิงและคนที่จะถูกสังหารคนต่อไปก็คือหวังหยวนลี่
หลี่เถารู้ดีว่าฉินเฟิงผู้ที่รังเกียจคำว่า ‘ตระกูลผู้มีอิทธิพล’ ที่สุด จะไม่มีทางหยุดการสังหารลงเพียงเท่านี้
ในหัวของหลี่เถาผุดความคิดที่จะหนีออกจากอำเภอหมิง เพื่อไปรายงานข่าวให้เจ้าเมืองทราบ
แต่เขาอยู่ใกล้กองทหารม้าทมิฬมากเกินไป สายตาอันเยียบเย็นของกองทหารม้าทมิฬจับจ้องอยู่ที่หลี่เถาแล้ว อย่าว่าแต่จะหนีออกจากอำเภอหมิงเลย ต่อให้เจ้าเมืองส่งกองทัพมาช่วย ก็ไม่มีทางพาเขาออกจากอำเภอหมิงได้
หลังจากต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่นาน ในที่สุดหลี่เถาก็ฝืนใจก้าวเท้าอันหนักอึ้งเดินผ่านประตูศาลว่าการอำเภอเข้าไปทีละก้าว
เมื่อเห็นฉินเฟิงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เหงื่อเย็นก็ผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังของหลี่เถา
ครั้งก่อนตอนที่หลี่เถาเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อรายงานตัว เขาเคยมีโอกาสได้พบฉินเฟิงหนึ่งครั้ง หน้าตาของฉินเฟิงได้ประทับตราอยู่ในใจของหลี่เถา ไม่อาจลบเลือนได้
ต่อให้ฉินเฟิงกลายเป็นเถ้าถ่าน หลี่เถาก็จะจำไม่ผิด
“ผู้ว่าการมณฑลมาแล้ว!”
พร้อมกับเสียงประกาศของเจ้าหน้าที่ศาล สายตาทุกคูในที่นั้นก็จับจ้องมาที่หลี่เถา รวมถึงฉินเฟิงด้วย
เมื่อรู้สึกถึงสายตาของฉินเฟิง หลี่เถารู้สึกราวกับขาทั้งสองข้างหนักเป็นพันชั่ง
ขณะที่เขากำลังจะคำนับ เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของหวังหยวนลี่ก็ดังก้องไปทั่วศาลว่าการอำเภอเสียงหัวเราะนี้สำหรับหลี่เถาแล้ว เหมือนเสียงเพลงสังหาร จนทำให้เขาแข็งทื่อไปทั้งร่าง
“ฮ่า ๆๆ! ผู้ว่าการมณฑลในที่สุดท่านก็มาแล้ว”
“พวกเจ้าดูให้ดี คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเจ้านี่ ก็คือผู้ว่าการมณฑลท้องถิ่น ใต้เท้าหลี่เถานั่นเอง!”
หวังหยวนลี่จ้องมองฉินเฟิงอย่างดุร้าย พูดทีละคำ “ยังยืนเฉยอยู่ทำไม? ลงมาคุกเข่าคำนับใต้เท้าหลี่สิ!”
“หากใต้เท้าหลี่พึงพอใจ บางทีอาจจะปล่อยเจ้าไปก็ได้”
“แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น วันนี้ปีหน้าก็จะเป็นวันตายของเจ้า”
หวังหยวนลี่รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด ในที่สุดก็จะได้แก้แค้นให้บุตรชายเสียที ไม่ว่าชายตรงหน้าผู้นี้จะเป็นใคร บนผืนแผ่นดินนี้ก็ไม่มีทางมีตำแหน่งสูงกว่าหลี่เถาได้
แม้จะมีความเป็นไปได้หนึ่งในหมื่น แต่เหนือหลี่เถาขึ้นไปก็ยังมีเจ้าเมืองอีกคน
เมื่อนึกถึงฐานหลังอันแข็งแกร่งที่แทบจะไม่มีทางพ่ายแพ้ของตน หวังหยวนลี่ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น สายตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
บนผืนแผ่นดินนี้ ไม่มีใครจะมีค่ามากไปกว่าเขา
เห็นฉินเฟิงไม่พูดจา หวังหยวนลี่ยิ่งเหิมเกริ่มขึ้น “ตกใจจนพูดไม่ออกแล้วสินะ? เจ้าบอกว่าหยิ่งผยองนักไม่ใช่หรือ พอเจอขุนนางตัวจริงทำไมถึงเงียบไปล่ะ?”
“คนอย่างพวกเจ้านี่ ข้าเห็นมามากแล้ว!”
“ข้าให้โอกาสเจ้าคุกเข่าโขกศีรษะแล้ว เมื่อเจ้าไม่รู้จักถนอมโอกาส ก็…”
ในขณะที่หวังหยวนลี่กำลังข่มขู่อย่างไม่ยั้ง เสียงของหลี่เถาก็ลอยแผ่วมา
ชายผู้นี้จะมีชื่อเสียงใหญ่โตในวงการขุนนาง!
หรือว่าเขาจะเป็นขุนนางจากเมืองหลวงจริง ๆ?!
แม้หวังหยวนลี่จะตกใจ แต่ก็ยังคงมีความหวังอยู่ในใจ อย่างที่ว่ามังกรที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจกดข่มงูเจ้าถิ่นได้ ต่อให้เป็นขุนนางจากเมืองหลวง เมื่อมาถึงที่นี่ก็ต้องให้เกียรติเจ้าเมืองบ้าง
“ไอ้หนู เจ้าเป็นใครกันแน่?” หวังหยวนลี่จ้องฉินเฟิงพลางกัดฟันถาม
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉินเฟิงไม่เคยแสดงอารมณ์โต้ตอบต่อการยั่วยุของหวังหยวนลี่แม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่มองการแสดงของหวังหยวนลี่ ราวกับกำลังมองคางคกที่กระโดดส่งเสียงร้องก้องใส่ตัวเอง
เมื่อเผชิญกับคำถามของหวังหยวนลี่ ฉินเฟิงเพียงแค่ชำเลืองมองหลี่เถาแวบหนึ่ง “ข้าเป็นผู้ใดรึ?”
หลี่เถาค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้น จ้องมองหวังหยวนลี่ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความแค้น
หากไม่ใช่เพราะไอ้คนชั่วคนนี้ที่อาศัยความสัมพันธ์กับเจ้าเมืองทำตัวเหลิงเกริก จะไปก่อเรื่องกับฉินเฟิงได้อย่างไร ทุกคนต้องมาตายเพราะไอ้แก่บ้านี่หมด
หลี่เถาอยากจะสับร่างของไอ้คนไร้ประโยชน์คนนี้เป็นชิ้น ๆ เพื่อระบายความแค้นในใจ
แต่ในตอนนี้ หลี่เถาทำอะไรไม่ได้เลย เขาได้แต่แนะนำอย่างช้า ๆ ทีละคำ
“เจ้าฟังให้ดี!”
“ชายที่เจ้าด่าว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานคนนั้น มีนามว่าฉินเฟิง!”
ฉินเฟิง? หวังหยวนลี่รู้สึกคุ้นกับชื่อนี้อยู่บ้าง แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ใด
เมื่อเห็นสายตางุนงงของหวังหยวนลี่ หลี่เถายิ่งโมโหหนัก
ไอ้แก่บ้านี่ แม้แต่อีกฝ่ายเป็นใครก็ยังไม่รู้ กลับกล้าทำตัวเหิมเกริมเช่นนี้ ถึงวันนี้ไม่ได้ไปก่อเรื่องกับฉินเฟิงวันหน้าก็ต้องไปก่อเรื่องกับใต้เท้าท่านอื่นแน่
เจ้าเมืองระมัดระวังตัวมาครึ่งชีวิต ทำไมถึงได้มาเจอญาติแบบนี้เข้า?!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ