บทที่ 1132 ความหวังของครอบครัว
ขณะที่เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์กำลังต้อนรับแขกเหรื่อ ฉีหยางจวิ้นจู่ที่นั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนกลับมีแววตาเศร้าสร้อย
เมื่อมองดูสถานะของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ในวันนี้ นางไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือริษยาดี
หญิงสาวที่เคยต้องพึ่งพาตัวเองเพื่อปกป้องตัวเอง บัดนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในต้าเหลียง
และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะฉินเฟิงทั้งสิ้น
ฉีหยางจวิ้นจู่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฟ้าถึงได้ไม่ยุติธรรมกับนางเช่นนี้
นางค่อย ๆ เดินออกจากฝูงชนและหายตัวไปจากจวนหนิงกั๋วกงอย่างเงียบ ๆ
ในขณะเดียวกัน เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์กลับมองหาร่างของฉีหยางจวิ้นจู่ไปทั่ว ในวันดีเช่นนี้ เหตุใดสหายรักถึงไม่มาแสดงความยินดีกับตน
หรือว่าจะมีเรื่องยุ่งยากรบกวนจิตใจอยู่
แม้เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์จะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดมากนัก รอต้อนรับแขกเสร็จแล้วค่อยไปหาฉีหยางจวิ้นจู่ก็ได้
ที่จวนตระกูลฉิน เสียงเรียกของบ่าวไพร่และสาวใช้ดังขึ้นสลับกันไปมา
“คุณหนูทั้งหลาย ท่านโหวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
“ไม่ใช่ ๆ ต้องเรียกว่าท่านอ๋องกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อีกไม่ท่านอ๋องก็จะถึงจวนแล้ว”
“ข้าเพิ่งมาถึงตระกูลฉินไม่กี่วัน ก็มีโอกาสได้พบฉินอ๋องแล้ว ช่างโชคดีเหลือเกิน”
“พวกเจ้าอย่าได้อยู่เฉย รีบจัดเตรียมข้าวของสำหรับงานมงคลวันพรุ่งนี้ต่อ อย่าวิ่งออกไปต้อนรับฉินอ๋องกันหมด”
“งานมงคลวันพรุ่งนี้ต้องไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เด็ดขาด เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับทั้งต้าเหลียงทุกคนจงตั้งใจทำงานให้ดี”
ทั้งจวนตระกูลฉินวุ่นวายไปหมด สาวใช้และบ่าวไพร่ต่างเดินขวักไขว่ บ้างก็จัดเตรียมของกำนัลสำหรับวันพรุ่งนี้ บ้างก็รวมกลุ่มวิ่งออกไปต้อนรับที่ประตู
ห้องโถงด้านหน้าก็ไม่สงบเช่นกัน
ตั้งแต่ฉินเฟิงได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง ขันทีก็ได้นำราชโองการมาส่งที่จวนแล้ว
เมื่อรู้ว่าฉินเฟิงได้เลื่อนยศจากท่านโหวเป็นอ๋องโดยตรง ทุกคนต่างภาคภูมิใจยิ่งนัก พวกนางแต่งกายงดงาม รวมตัวกันในห้องโถงด้านหน้า รอคอยบุรุษที่คิดถึงทั้งกลางวันกลางคืน
หลี่เซียวหลานสวมชุดขาว ท่าทางสง่างามน่าเกรงขาม นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาทั้งคู่จับจ้องไปที่ประตูใหญ่ตลอดเวลา
เนื่องจากนางตัดสินใจไปหาฉินเฟิงที่เป่ยตี๋เอง และได้อยู่กับฉินเฟิงเป็นเวลานาน จึงไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น
แต่ในใจของนางก็ยังคงมีความรู้สึกระลอกคลื่นไม่หยุด
ในบรรดาพี่น้องสี่คน นางเป็นคนที่สาม ตั้งแต่เด็กก็ติดตามฉินเฉิงซื่อไปที่อำเภอเป่ยซีและในช่วงเวลานั้น นางแทบจะไม่มีการติดต่อกับฉินเฟิงเลย
ด้วยเหตุนี้ ‘ความผูกพันฉันพี่น้อง’” ระหว่างหลี่เซียวหลานกับฉินเฟิงจึงบางเบาที่สุด
ตลอดมาในใจของหลี่เซียวหลาน ฉินเฟิงเป็นเพียงน้องชายบุญธรรมที่แทบไม่รู้จักเท่านั้น
เพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่บางเบา หลี่เซียวหลานจึงยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฉินเฟิงในตอนนี้ได้ง่ายขึ้น
ในเวลานี้ ในใจของหลี่เซียวหลานนอกจากความสุขแล้ว ยังมีความรู้สึกซาบซึ้งและละอายใจมากกว่า
ความรู้สึกเช่นนี้ขัดแย้งกันอย่างมาก แต่นี่คือความรู้สึกที่แท้จริงที่สุดของหลี่เซียวหลาน
ที่รู้สึกซาบซึ้งใจ แน่นอนว่าเป็นเพราะภายใต้การปกป้องของฉินเฟิงในที่สุดนางก็หลุดพ้นจากชะตากรรมที่ถูกไล่ล่า และได้เป็นองค์หญิงหมิ่งเยว่แห่งต้าเหลียงอย่างเต็มภาคภูมิ
ส่วนที่ละอายใจคือ นางไม่ได้อยู่เคียงข้างฉินเฟิงตลอดเวลาเหมือนพี่น้องอีกสามคน
รู้สึกว่าตนเองติดค้างการดูแลเอาใจใส่ฉินเฟิงอยู่บ้าง
นางสาบานในใจว่าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ชดเชยช่วงเวลาที่ห่างไกลกันจนเกิดความว่างเปล่า
จิ่งเชียนอิ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มีความรู้สึกไม่ต่างจากหลี่เซียวหลานเท่าไร
หากไม่ใช่เพราะฉินเฟิงชาตินี้นางคงไม่มีทางได้กลับไปเป่ยตี๋ไม่ต้องพูดถึงการได้เป็นฮ่องเต้หญิงแห่งเป่ยตี๋และสานต่อเจตนารมณ์ของท่านพ่อ
ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ประตูใหญ่อย่างแน่วแน่ รอคอยที่จะได้เห็นฉินเฟิงที่นางคิดถึงทั้งวันทั้งคืนปรากฏตัวต่อหน้า
เสี่ยวเซียงเซียงและชูเฟิงจับมือกันกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น
พวกนางทั้งสองไม่ได้มีความคิดละเอียดอ่อนเหมือนคุณหนู มีแต่ความจริงใจและตรงไปตรงมา
แค่ได้อยู่กับฉินเฟิงพวกนางก็พอใจแล้ว
ในยามนี้ ผู้ที่มีความสุขที่สุดย่อมเป็นฉินเทียนหู่อย่างแน่นอน
เขานั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ยกหน้าชูคอจนแทบจะถึงฟ้า
“ทั้งเมืองหลวงจงลืมตาดูให้ดี นี่แหละคือการมีลูกชายที่สมควรเยี่ยงฉินเฟิง!”
“นี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า!”
เมื่อเทียบกับการที่ฉินเฟิงได้รับตำแหน่งอ๋อง ฉินเทียนหู่กลับให้ความสนใจหลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งมากกว่า
เพราะหญิงสาวทั้งสองนั้นกำลังตั้งครรภ์ทายาทของตระกูลฉิน อย่างที่ว่ากันว่าการไม่กตัญญูมีสามประการ และการไม่มีผู้สืบทอดสกุลนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด สิ่งที่ฉินเทียนหู่กังวลที่สุดก็คือฉินเฟิงจะมัวแต่ทุ่มเทให้กับงานจนลืมสร้างครอบครัว
และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าความกังวลเหล่านี้ล้วนเกินความจำเป็น
“ไอ้ลูกชายเจ้าแสบ สมแล้วที่เป็นลูกของข้า ถึงกับจัดการเรื่องใหญ่ทั้งหมดของตระกูลฉินได้ในคราวเดียว”
“เก่งมาก!”
“ก้อนหินก้อนใหญ่ที่ทับอยู่ในใจของพ่อ ในที่สุดก็ได้วางลงเสียที”
“หากท่านแม่ของเจ้ายังอยู่ คงจะดีใจเหมือนข้าเป็นแน่”
เมื่อฉินเฟิงได้รับตำแหน่งอ๋องแล้ว อีกทั้งขุนนางทั้งราชสำนัก แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังยอมรับฉินเฟิงในฐานะอ๋องแห่งชายแดนเหนือ ดังนั้นตำแหน่งของฉินเฟิงจึงไม่มีใครสั่นคลอนได้ในตอนนี้
ฉินเทียนหู่ตัดสินใจในใจอย่างเงียบ ๆ ว่าหลังจากงานอภิเษกสมรสเสร็จสิ้น เขาจะขอลาพักเพื่อไปพบภรรยาที่อำเภอเป่ยซี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ