เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1134

บทที่ 1134 วันสุดท้ายก่อนวันแต่งงาน

หัวใจของหลิ่วหงเหยียนเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ลมหายใจก็เริ่มหนักหน่วงขึ้น

นางยังจำได้ว่าตอนที่ฉินเฟิงยังอยู่ในเมืองหลวงเขายังอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง มีกลิ่นอายของบัณฑิตเต็มตัว มักจะติดแจอยู่ข้างกายนางและวิ่งวุ่นไปมา

แต่ตอนนี้ ฉินเฟิงสามารถอุ้มนางขึ้นไปบนอากาศได้อย่างไม่ต้องออกแรง

พละกำลังที่แสดงออกมาจากแขนทั้งสองข้างนั้น สำหรับหลิ่วหงเหยียนแล้ว ช่างแข็งแกร่งเหลือล้น จนไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อต้าน

นี่คือบุรุษที่แท้จริง!

เจ้าลมน้อยได้เติบโตเป็นบุรุษแล้ว

หลิ่วหงเหยียนร้องไห้ด้วยความดีใจ แต่เนื่องจากมีคนอยู่มากมายในที่นี้ อีกทั้งยังเป็นวันมงคล หากร้องไห้ออกมาจะไม่เป็นการทำลายบรรยากาศหรอกหรือ?

หลิ่วหงเหยียนรีบแอบเช็ดน้ำตาที่มุมตาในยามที่ผู้คนไม่ทันสังเกต แกล้งทำเป็นสงบนิ่งสูดหายใจลึก แล้วตบไหล่ฉินเฟิงเบา ๆ เป็นสัญญาณให้เขาปล่อยนางลง

แทบจะในทันทีที่เท้าของหลิ่วหงเหยียนแตะพื้น สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

เมื่อครู่ยังซาบซึ้งจนน้ำตาไหล แต่ตอนนี้กลับขมวดคิ้ว เบิกตากลมโต ทำหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อฉินเฟิง

ก่อนที่ฉินเฟิงจะทันได้ตั้งตัวหลิ่วหงเหยียนก็เตะที่น่องของเขาทันที พลางตวาดด้วยเสียงอันบอบบาง “เจ้าคนไร้หัวใจ ยังรู้จักกลับมาอีกหรือ!”

“ข้าเอ็นดูเจ้าขนาดไหน แต่เจ้ากลับจากไป ระหว่างนั้นไม่เคยส่งจดหมายกลับมาสักฉบับ คนที่ไม่รู้คงคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารออยู่ที่เมืองหลวง วันคืนผ่านไป ใจข้าคิดถึงเจ้าสักเพียงใด?”

“เจ้ามันอกตัญญูจริง ๆ!”

เมื่อเผชิญกับคำด่าของหลิ่วหงเหยียนฉินเฟิงก็ยอมรับทั้งหมดโดยไม่รู้สึกน้อยใจแม้แต่น้อย

เพราะตั้งแต่แรกที่ให้หลิ่วหงเหยียนและเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์อยู่ในเมืองหลวงให้พวกนางทั้งสองดูแลกิจการทั้งหมดในเมืองหลวงฉินเฟิงก็รู้สึกผิดอยู่เต็มหัวใจแล้ว

บัดนี้เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงทุกสิ่งที่ได้เห็นล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อยดี

ฉินเฟิงนึกภาพออกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา สตรีทั้งสองต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากเพียงใด

พูดได้ว่าในบรรดาสตรีทั้งหมดรอบกายฉินเฟิงมีเพียงหลิ่วหงเหยียนและเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ที่ต้องกังวลและลำบากมากที่สุด

อย่าว่าแต่โดนหลิ่วหงเหยียนด่าเลย ต่อให้หลิ่วหงเหยียนเอ่ยปากขอชีวิตของเขา ฉินเฟิงก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย พร้อมปลิดชีพตนเองเพื่อชดใช้ความผิดทันที

เมื่อรู้สึกถึงความโกรธในดวงตาของหลิ่วหงเหยียน ฉินเฟิงกลับรู้สึกเจ็บปวดใจ

เขารีบปลอบโยนเสียงนุ่มนวล “พี่หญิงรอง ช่วงนี้เจ้าลำบากมากแล้ว”

“ข้าขอสัญญากับเจ้า เมื่อจัดการเรื่องทางใต้เสร็จ ข้าจะพาเจ้าไปอำเภอเป่ยซีให้เจ้าได้พักผ่อนสบาย ๆ สักระยะ”

หลิ่วหงเหยียนเป็นคนปากร้ายแต่ใจดีมาตลอด แม้จะโกรธมาก แต่พอได้ยินคำพูดของฉินเฟิงความโกรธในดวงตาก็จางหายไปมาก

สิ่งที่หลิ่วหงเหยียนหวังที่สุดคือการได้ไปอำเภอเป่ยซีเพราะเพียงแค่ย้ายไปที่นั่น ก็จะได้อยู่ใกล้ฉินเฟิง

แม้ว่าเมืองหลวงจะเจริญรุ่งเรืองและคึกคัก แต่สำหรับหลิ่วหงเหยียนแล้ว กลับรู้สึกเงียบเหงาและไม่มีความผูกพันใด ๆ

“พูดแบบนี้ นับว่าเจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง”

หลิ่วหงเหยียนสูดหายใจลึกระงับอารมณ์ แล้วพูดอย่างจริงจัง “ต้องไปชายแดนใต้สักวันอยู่แล้ว ตอนนี้ขอให้ตั้งใจจัดงานแต่งงานให้เสร็จก่อนเถอะ”

“พรุ่งนี้ก็ถึงวันมงคลแล้ว เรื่องเร่งด่วนขนาดนี้ เจ้าไม่รีบ แต่ข้ากลับรู้สึกร้อนใจแทนเจ้า”

เมื่อเห็นหลิ่วหงเหยียนหายโกรธแล้ว ฉินเฟิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ทุกคนที่อยู่ในที่นั้น เมื่อเห็นฉินเฟิงถูกหลิ่วหงเหยียนสั่งสอนจนหมดปัญญา ต่างก็ยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของฉินเฟิง ฉีหยางจวิ้นจู่จึงได้สติกลับมาจากความเหม่อลอย เมื่อเห็นฉินเฟิงยืนอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้เช่นนี้ ฉีหยางจวิ้นจู่ทั้งตกใจและประหม่า

นับตั้งแต่ออกจากจวนหนิงกั๋วกงฉีหยางจวิ้นจู่ก็ดูเหมือนจะสูญเสียพลังงานและจิตวิญญาณไป

นางเดินไปตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมายไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของตนเองอยู่ที่ใด ในหัวเต็มไปด้วยความคิดถึงเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์

สติสัมปชัญญะบอกนางว่าต้องไม่อิจฉาเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์เด็ดขาด ถึงอย่างไรเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็เป็นพี่น้องที่ดีที่สุดของนาง

อีกทั้งนับตั้งแต่องค์หญิงใหญ่เสื่อมอำนาจ ก็มีแต่เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ที่คอยปกป้องพวกนาง

แต่ว่าฉีหยางจวิ้นจู่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เพียงแค่ในหัวผุดภาพของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ขึ้นมา หัวใจของนางก็รู้สึกไม่สบายใจ

ทั้งหมดล้วนเป็นความอิจฉาและความไม่ยอมรับ!

หากพูดถึงรูปโฉม นางกับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็งดงามไม่แพ้กัน

หากพูดถึงชาติตระกูล นางก็สูงส่งกว่าเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ถึงหนึ่งขั้น

ตามหลักการแล้ว นางควรจะเป็นสตรีที่มีความสุขที่สุด แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายเหลือเกิน

ชีวิตของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์สดใสไร้ขีดจำกัด ไม่เพียงแต่ฐานะและตำแหน่งจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังได้แต่งงานกับบุรุษที่มอบความสุขและการปกป้องให้นางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ในทางกลับกัน ฉีหยางจวิ้นจู่เสื่อมอำนาจ ถูกผลักไสให้อยู่ชายขอบมานานแล้ว แม้จะมีตำแหน่งสูงส่ง แต่กลับไร้น้ำหนัก

ยิ่งไปกว่านั้นเพราะนางเป็นผู้ต้องโทษ ทั่วทั้งเมืองหลวงนอกจากเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์แล้ว แทบทุกคนต่างพากันหลีกเลี่ยงนาง

อย่าว่าแต่จะได้เลือกคู่ครองที่ถูกใจเลย ต่อให้จะได้แต่งงานออกไปหรือไม่ก็ยังเป็นปัญหา

ในยามนี้ เมื่อเทียบฉีหยางจวิ้นจู่กับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์แล้ว ช่างเหมือนดั่งคนหนึ่งอยู่บนสวรรค์ อีกคนอยู่ใต้พื้นพิภพ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ