บทที่ 1194 อู๋เหอลี่แห่งแคว้นเยว่จ้าว
ในขณะที่ฉินเฟิงกำลังวางแผนล้อมเมืองใหม่เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน กองกำลังทหารม้าเบาจำนวนสามร้อยนาย กำลังเคลื่อนพลมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านต้าเถียนอย่างเงียบ ๆ
ผู้นำกองกำลังสวมเกราะม้าอย่างดี สะพายธนูไว้ด้านหลัง ดวงตาเจิดจ้าดั่งคบเพลิง
บุรุษผู้นี้ก็คืออู๋เหอลี่ ผู้ที่เคยหนีรอดจากเงื้อมมือของฉินเฟิงที่อำเภอหมิงนั่นเอง!
สามวันเปลี่ยนคนได้ อู๋เหอลี่ที่เคยยากไร้และน่าสมเพชในอดีต บัดนี้ได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
ทหารฝีมือดีสามร้อยนายใต้บังคับบัญชาของเขา ล้วนเป็นกำลังพลที่ตระกูลใหญ่ทางใต้จัดสรรมาให้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีอาวุธและเกราะครบครัน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางทหารที่ได้รับมาถึงหนึ่งหมื่นตำลึงเงิน!
ภารกิจของอู๋เหอลี่คือการก่อกวนแผนของฉินเฟิงในพื้นที่รอบนอกเมืองกูซู
ส่วนสหายของเขา ฉางเฉิงและเฉินเหยียนจง นำทหารอีกสามร้อยนาย ซุ่มซ่อนอยู่ระหว่างเทือกเขารอจังหวะลงมือ
ตามคำสัญญาของตระกูลใหญ่ทางใต้หากอู๋เหอลี่สามารถช่วยแดนใต้ขับไล่ฉินเฟิงได้ เขาจะได้เป็นว่านฮู่โหวของแดนใต้ที่แยกตัวเป็นอิสระ มีทหารใต้บังคับบัญชาหนึ่งหมื่นนาย และยังได้รับพระราชทานที่ดินอีกด้วย
อู๋เหอลี่สาบานในใจว่าจะสู้รบกับฉินเฟิงจนถึงที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
การที่พวกพี่น้องจะได้ลืมตาอ้าปาก ขึ้นอยู่กับชัยชนะในศึกครั้งนี้
มองไปยังหมู่บ้านต้าเถียน หมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดแถบเมืองกูซู
อู๋เหอลี่กัดฟันก่อนจะโบกมือสั่ง “ฆ่าให้หมด ยกเว้นสตรีและเด็ก!”
“ทุกคนฟังให้ดี ห้ามทำร้ายสตรีและเด็ก ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามกฎทหาร”
เมื่อคำสั่งถูกประกาศออกไป ทหารม้าสามร้อมนายก็บุกเข้าโจมตีหมู่บ้านต้าเถียน ในชั่วพริบตาเสียงร่ำไห้ก็ดังไปทั่วทั้งทุ่ง
อู๋เหอลี่ไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้าน เขายืนมองอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ขมวดคิ้วแน่น
แม้ว่าเขาจะกลายเป็นโจรไปแล้ว แต่ก็ไม่อยากลงมือสังหารชาวบ้าน เพราะเขาเองก็เคยลำบากมาก่อน รู้ดีถึงความทุกข์ยากของชาวบ้าน
แต่เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เขาจำต้องละทิ้งความปรานี สังหารผู้ชายทั้งหมด การเหลือไว้แต่สตรีและเด็กเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลของหมู่บ้านต้าเถียน นั่นคือสิ่งที่สุดที่เขาทำได้แล้ว
การสังหารไม่ได้ใช้เวลานานนัก เมื่อเผชิญหน้ากับทหารฝีมือดีสามร้อยนาย ผู้ชายในหมู่บ้านก็ไม่มีทางต่อต้านได้เลย ในพริบตาก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น
ตามคำสั่งของอู๋เหอลี่ สตรีและเด็กทั้งหมดถูกรวบรวมไว้กลางหมู่บ้าน
อู๋เหอลี่ขี่ม้าเข้าไปในหมู่บ้าน แม้เขาจะสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าห้ามทำร้ายสตรีและเด็ก แต่น่าเสียดาย ตลอดทางที่เดินผ่านมา เขาก็ยังเห็นศพของสตรีและเด็กอยู่หลายศพ
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องครวญครางอย่างปวดร้าวของสตรีก็ดังมาเข้าหู
อู๋เหอลี่ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะลงจากม้า แต่กลับถูกรองแม่ทัพดึงไว้
“แม่ทัพเดินทางมาเหนื่อยยากมานาน ในที่สุดก็ได้ปลดปล่อย ปล่อยให้พวกเขาสนุกกันบ้างเถอะ”
“เรื่องพวกนี้ แค่พอได้ก็พอแล้ว จะต้องจริงจังไปทำไม?”
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของสตรีที่ถูกย่ำยี ดวงตาของอู๋เหอลี่เต็มไปด้วยความโกรธ เขาตวาดด้วยเสียงเกรี้ยวกราด
“ชาวบ้านพวกนี้ล้วนเป็นราษฎรของแดนใต้ พวกเจ้าก็เป็นทหารของแดนใต้เช่นกัน ไฉนจึงไร้ความเมตตาต่อคนของตัวเองเช่นนี้?”
“พวกข้าเป็นทหาร ไม่ใช่โจร จะทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด”
เมื่อเผชิญกับคำตำหนิของอู๋เหอลี่ รองแม่ทัพกลับแย้มยิ้มเยาะอย่างเย็นชา พร้อมเสียดสีแดกดันว่า
“แม่ทัพไม่ได้มีที่มาเป็นโจรหรอกหรือ?”
อะไรนะ?!
อู๋เหอลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวในใจ แม้ทหารเหล่านี้จะเชื่อฟังคำสั่งของเขา แต่ในใจกลับดูแคลนเขาอย่างที่สุด
รองแม่ทัพไม่ได้ยั้งปากเลยแม้แต่น้อย เอ่ยเยาะเย้ยอย่างเย็นชา “อีกอย่าง ท่านไม่ได้เป็นคนของแคว้นเยว่จ้าวหรอกหรือ?”
“ข้าเป็นคนแดนใต้ยังไม่ร้อนใจ เจ้าร้อนใจไปไยกัน?”
เมื่อรู้สึกถึงสายตาดูแคลนของรองแม่ทัพและเหล่าทหารรอบข้าง แม้อู๋เหอลี่จะโกรธจนแทบระงับไม่อยู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เหล่าทหารที่อยู่ในที่นั้นต่างส่งสายตาให้กัน หากรองแม่ทัพออกคำสั่ง พวกเขาก็พร้อมจะกระโจนเข้าใส่และสับร่างอู๋เหอลี่เป็นชิ้น ๆ
แต่รองแม่ทัพกลับโบกมือห้าม ระงับทหารที่กำลังจะก่อความวุ่นวาย
“ตระกูลใหญ่ทางใต้ขอให้แม่ทัพอู๋นำทัพพวกข้า พวกข้าย่อมไม่กล้าขัดคำสั่ง”
“แต่ว่า…”
ไม่ทันที่รองแม่ทัพจะพูดจบ อู๋เหอลี่ก็ตวาดแทรกขึ้นด้วยเสียงเกรี้ยวกราด “ไม่มีแต่ว่า!”
“เมื่อพวกเจ้ารู้ว่าข้าได้รับความไว้วางใจจากตระกูลใหญ่ทางใต้พวกเจ้าก็มีหน้าที่แค่เชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น หากพวกเจ้าฆ่าข้า ทำให้แผนการของตระกูลใหญ่ทางใต้เสียหาย พวกเจ้าไม่มีทางรอดแม้แต่คนเดียว”
“คำพูดของข้า คือคำสั่งที่ไม่อาจโต้แย้งได้!”
“ก่อนหน้านี้ข้าออกคำสั่งว่า ผู้ใดฆ่าสตรีและเด็กตามอำเภอใจ จะถูกประหารทันที นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ทั้งสามคนนั้นลวนลามสตรีในหมู่บ้าน จึงต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
“หากผู้ใดกล้าขัดคำสั่งทหารอีก จะถูกฆ่าทิ้งทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน”
แม้เหล่าทหารจะแค้นเคืองในใจ แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่ออู๋เหอลี่ได้รับความไว้วางใจจากตระกูลใหญ่ทางใต้ถึงพวกเขาจะไม่ยินยอมก็ต้องจำใจยอมรับ
รองแม่ทัพมองออกแล้วว่า ชายต่างแดนที่มีภูมิหลังเป็นโจรผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาเลย
ไม่แปลกที่ตระกูลใหญ่ทางใต้จะไว้วางใจคนนอกอย่างเขา
รองแม่ทัพประสานมือคำนับทันที “ขอให้ท่านแม่ทัพวางใจ พวกข้าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด จะไม่ทำผิดอีก”
ในที่สุดอู๋เหอลี่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เขาตั้งใจจะปลอบโยนสตรีผู้นั้น แต่เมื่อหันกลับไปกลับพบว่านางได้พุ่งชนกำแพงฆ่าตัวตายไปเสียแล้วในระหว่างที่เขาจัดการกับทหาร
แววตาของอู๋เหอลี่ฉายแววเวทนา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เมื่อมาถึงกลางหมู่บ้าน เห็นสตรีและเด็กกอดกันเป็นกลุ่มอู๋เหอลี่เอ่ยเสียงเข้ม “พวกข้าคือกองทัพของราชสำนัก อยู่ภายใต้การนำของฉินอ๋อง ผู้ใดกล้าติดต่อลับกับเมืองกูซู จะถูกประหารไม่ละเว้น”
“ลงโทษเล็กน้อยเพื่อเตือนใจ เป็นตัวอย่างให้ผู้อื่น จำไว้ให้ดี!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ