บทที่ 1195 โศกนาฏกรรมที่หมู่บ้านต้าเถียน
เหล่าสตรีและเด็ก ๆ ต่างมีแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้ว่าอู๋เหอลี่จะเข้มงวดเรื่องวินัยทหาร ไม่อนุญาตให้ทหารใต้บังคับบัญชาแตะต้องสตรีและเด็ก แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นคำสั่งของอู๋เหอลี่เองที่สั่งสังหารบุรุษทั้งหมดในหมู่บ้าน
ความเมตตาเพียงชั่วครู่ของปีศาจร้าย ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงใด ๆ ได้
พวกนางตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว กลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
อู๋เหอลี่ไม่อยากเผชิญหน้ากับแววตาสิ้นหวังและไร้ที่พึ่งของเหล่าสตรีและเด็ก เมื่อภารกิจสำเร็จลุล่วง อู๋เหอลี่ก็ไม่รอช้านำกำลังทหารออกจากหมู่บ้านต้าเถียนไปในทันที
จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยาม หมู่บ้านต้าเถียนที่เงียบสงัดจึงค่อย ๆ จมลงสู่ห้วงแห่งความเศร้า เสียงร่ำไห้ระงมอย่างสุดแสนสาหัส
เหล่าสตรีพาลูก ๆ ออกตามหาสามีของตนในหมู่บ้าน
แม่ลูกสองสามคนต่างคุกเข่าต่อหน้าศพบิดา หรือทรุดนั่งข้างร่างของสามี ร่ำไห้ครวญคราง
“ท่านแม่ ทำไมราชสำนักถึงต้องฆ่าท่านพ่อด้วย?”
“พวกเราทำผิดอะไรหรือ?”
เมื่อเผชิญกับคำถามของเด็ก ๆ เหล่าสตรีไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่กอดลูกไว้พลางร่ำไห้ไม่หยุด
เมื่อเทียบกับเด็กน้อยที่ยังไร้เดียงสา เหล่าสตรีที่เป็นมารดาย่อมรู้ดีว่าเหตุใดทหารจึงต้องสังหารทั้งหมู่บ้าน
เหตุผลง่ายดาย นั่นก็คือ… ไร้เหตุผล!
ในช่วงสงคราม ชีวิตของชาวบ้านก็เหมือนผักหญ้าที่ไร้ค่า เมื่อถูกเหยียบย่ำก็ตายไป ใครกันจะสนใจ?
สตรีและเด็กในหมู่บ้านต้าเถียนไม่มีทางเลือก ได้แต่ช่วยกันลากร่างสามีของตน ไปฝังที่ที่รกร้างข้างหมู่บ้าน จากนั้นก็เงียบ ๆ กลับเข้าบ้านเพื่อจัดเก็บข้าวของ
พวกนางจำเป็นต้องจากบ้านที่อาศัยมาครึ่งชีวิต นอกจากกลัวว่าทหารราชสำนักจะกลับมาสังหารอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคือการสูญเสียสามีไป พวกนางไม่มีแรงทำนา หากอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะอดตาย
หากต้องการมีชีวิตรอด ก็ต้องไปพึ่งพาญาติพี่น้อง หรือไม่ก็ออกไปขอทาน
เพียงไม่กี่ชั่วยามก่อน พวกนางยังใช้ชีวิตที่แม้จะลำบากแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข ทว่าพริบตาเดียวก็กลายเป็นผู้ลี้ภัย…
ยามเย็น สตรีและเด็กในหมู่บ้านต้าเถียนต่างทยอยจัดเก็บข้าวของ เตรียมออกจากหมู่บ้าน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าเร่งรีบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
สตรีและเด็กที่กำลังโศกเศร้า พลันถูกความสิ้นหวังกลืนกิน
“กลับมาแล้ว พวกทหารราชสำนักสารเลวพวกนั้นกลับมาจริง ๆ ด้วย”
“จบกันแล้ว ถึงแม่ทัพจะยอมละเว้นพวกเรา แต่ทหารใต้บังคับบัญชาของเขา ล้วนเป็นสัตว์เดรัจฉาน…”
เหล่าสตรีรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง พวกนางแอบด่าตัวเองที่ไม่ควรชักช้า ควรรีบออกจากหมู่บ้านให้เร็วที่สุด บางทีอาจจะยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้
ตอนนี้ทหารราชสำนักกลับมาแล้ว สิ่งที่รอพวกนางอยู่ มีเพียงความทรมานที่ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ และไม่อาจตายไปได้
สตรีกอดลูกไว้ข้างกายด้วยสัญชาตญาณ ดวงตาเหม่อลอยมองไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ในเวลาไม่นาน กองทหารม้ากว่าร้อยนายก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคน
เมื่อเห็นกองทหารม้าของราชสำนัก เด็กน้อยหลายคนนึกถึงเหตุการณ์สยองขวัญที่เพิ่งผ่านไป ต่างร้องไห้โฮออกมาด้วยความหวาดกลัว
พวกสตรีต่างตื่นตระหนกยิ่งกว่า พวกนางกลัวว่าเสียงร้องไห้ของเด็ก ๆ จะทำให้ทหารโกรธ แล้วจับเด็ก ๆ ไปฟาดจนตาย…
พวกนางได้แต่กอดลูกแน่น หรือไม่ก็คุกเข่าลงกับพื้น ก้มศีรษะคำนับกองทหารม้าตรงหน้า หวังว่าอีกฝ่ายจะเมตตา อย่างน้อยก็ขอให้ไว้ชีวิตเด็ก ๆ สักคน
เสียงร้องไห้และวิงวอนดังอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ
จนกระทั่งสตรีบางคนเงยหน้าขึ้นมอง ถึงได้พบด้วยความประหลาดใจว่า กองทหารม้าเหล่านี้เพียงแค่ยืนอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ไม่มีท่าทีว่าจะบุกเข้ามา
ระยะทางนี้สำหรับแม่ลูกทั้งสี่คนแล้ว เปรียบเสมือนเหวลึกที่ยากจะข้ามผ่าน
จะเดินต่อก็ไม่ได้ จะไม่เดินก็ไม่ได้ ความรู้สึกสิ้นหวังอย่างรุนแรงทำให้นางต้องกัดฟันตัดสินใจ
“ตั้งแต่สามชั่วยามก่อน กองทหารม้าได้จากไปแล้ว…”
“พวกผู้ชายในหมู่บ้านของพวกข้าถูกฆ่าตายหมด ทุกคนที่อายุเกินสิบสามปีไม่มีใครรอดชีวิตเลย…”
พูดถึงตรงนี้ หลิวชุ่ยมองไปที่จ้าวเจิ้นไห่ น้ำตาไหลไม่หยุด “ท่านว่าฉินอ๋องที่ท่านพูดถึง จะยอมไว้ชีวิตพวกข้าหรือไม่?”
ยังไม่ทันที่จ้าวเจิ้นไห่จะตอบ ก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากด้านหลัง
ทุกคนในที่นั้นหันไปมองพร้อมกัน เห็นทหารม้าเบาแห่งเป่ยซีจำนวนสามร้อยนายควบม้ามาอย่างยิ่งใหญ่
จ้าวเจิ้นไห่มองออกในแวบเดียวว่าคนที่นำหน้าคือฉินเฟิง
จ้าวเจิ้นไห่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วกระซิบบอกหลิวชุ่ย “ฉินอ๋องมาแล้ว เจ้าถามเองเถิด”
ฉินอ๋องมาแล้ว?!
หลิวชุ่ยไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นางพยายามมองไปที่ไกล ๆ และพบว่าด้านหน้ากองทหารม้ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งกายแตกต่างจากคนอื่น
กองทหารม้าที่เหลือล้วนสวมเกราะไว้มากบ้างน้อยบ้าง มีเพียงชายหนุ่มผู้นี้ที่สวมชุดผ้าธรรมดา สวมเสื้อคลุมสีเทาทับด้านนอก
นี่คือ…ฉินอ๋องหรือ?!
เพียงแค่หมู่บ้านหนึ่งถูกสังหารหมู่ เหตุใดท่านอ๋องถึงต้องมาที่นี่ด้วยตัวเอง?
ท่ามกลางสายตาสงสัยของเหล่าสตรี ฉินเฟิงเดินทางมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านต้าเถียน โดยไม่ได้ลงจากหลังม้า เพียงแต่จ้องมองจ้าวเจิ้นไห่ด้วยสายตาคมกริบ
“ผู้ใดรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยแถบหมู่บ้านต้าเถียน จับตัวมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ