เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1255

บทที่ 1255 สารภาพรักกับพี่หญิงใหญ่

เสิ่นชิงฉือจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฉินเฟิงกำลังแกล้งนาง? แต่นางก็ไม่มีทางจัดการกับเจ้าเด็กเหลือขอนี่ได้เลย เพราะสุดท้ายแล้วแขนก็สู้ขาไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น…

ในใจของเสิ่นชิงฉือ นางได้มอบชีวิตนี้ให้กับฉินเฟิงไปนานแล้ว และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่แต่งงานกับใครตลอดชีวิต

เพราะในโลกนี้ คงไม่มีชายใดอีกแล้วที่จะทำให้นางเป็นห่วงเป็นใยได้ถึงเพียงนี้

ยามนี้ถูกฉินเฟิงหยอกล้อเช่นนี้ แม้เสิ่นชิงฉือจะอับอายจนร่างกายร้อนผ่าว แต่นางก็ไม่รู้สึกรังเกียจ ตรงกันข้าม เมื่อเห็นว่าไม่มีทางจัดการกับเจ้าเด็กเหลือขอฉินเฟิงได้ นางจึงยอมหยุดดิ้นรนไปเสียเลย

ความเงียบของเสิ่นชิงฉือ ยิ่งเป็นการเพิ่ม “ความเหิมเกริม” ให้กับฉินเฟิง เมื่อมองริมฝีปากบางราวกับปีกจักจั่นของเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมา

แล้วก็กล้าทำในสิ่งที่ไม่สมควร จูบลงไป

“อืม…”

เสิ่นชิงฉือส่งเสียงครางเบา ๆ ใบหน้าแดงก่ำราวกับจะหยดเลือด ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง มองดูฉินเฟิงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา

แม้ว่าตอนนี้ความรู้สึกของนางจะรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง ด้านหนึ่งก็อยากบีบคอฉินเฟิงเจ้าเด็กเหลือขอนี่ให้ตาย อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าความทุ่มเททั้งหมดในอดีต ได้รับการตอบสนองแล้วในที่สุด

ใช่แล้ว…

ฉินเฟิงไม่ใช่เด็กเกเรที่ไร้กฎเกณฑ์ในความทรงจำของนางอีกต่อไป ตอนนี้เขาได้เติบโตกลายเป็นชายชาตรีที่ยืนหยัดได้อย่างสง่างาม

สัมผัสได้ถึงความต้องการที่แข็งกร้าวของฉินเฟิง แม้ในใจของเสิ่นชิงฉือจะเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่นางก็ไม่เคยปฏิเสธฉินเฟิงเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดเสิ่นชิงฉือจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา นางจ้องมองฉินเฟิงด้วยความอับอายและโกรธเคือง พลางกระซิบเสียงสั่นเครือว่า “เจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้า เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะไปบอกท่านพ่อ?”

เสิ่นชิงฉือเพียงแค่ต้องการขู่ฉินเฟิงเล่น ๆ และระบายความโกรธเท่านั้น

ต่อให้ไปบอกฉินเทียนหู่แล้วอย่างไร? หลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งก็แต่งงานกับฉินเฟิงไปนานแล้ว เกรงว่าเมื่อถึงตอนนั้น ฉินเทียนหู่ก็คงจะตามน้ำไปเท่านั้น

แต่เสิ่นชิงฉือก็ยังกลืนความไม่พอใจนี้ไม่ลง นางต้องการดูว่าฉินเฟิงมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับนางหรือไม่

เมื่อสบตากัน ความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เสิ่นชิงฉือประเมินความกล้าของฉินเฟิงต่ำเกินไปอย่างมาก

เมื่อเผชิญกับการขู่ของเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงก็ไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย เขาเอ่ยออกมาทันที “บอกท่านพ่อเรื่องอะไร? หาฤกษ์แต่งงานหรือ?”

อะไรนะ?!

เสิ่นชิงฉือไม่คาดคิดว่าฉินเฟิงจะพูดเช่นนี้ออกมา ทำให้นางอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

“ชิ! เจ้าคนไร้ยางอาย กล้าดีอย่างไรมาทำให้ข้าอับอาย รอดูว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!”

เสิ่นชิงฉือทำท่าจะกัดไหล่ของฉินเฟิง นางคิดว่าฉินเฟิงจะหลบ แต่ผลคือฉินเฟิงยืนอยู่ที่เดิม ไม่หลบไม่หนี ปล่อยให้ริมฝีปากเล็ก ๆ ของเสิ่นชิงฉือกัดลงบนไหล่ของเขา

เสิ่นชิงฉือกัดลงไปเต็มแรง ทิ้งรอยฟันสองแถวไว้บนไหล่ของฉินเฟิง

“เจ้าเด็กเหลือขอ ทำไมเจ้าไม่หลบล่ะ?”

ภายใต้สายตาประหลาดใจอย่างยิ่งของเสิ่นชิงฉือฉินเฟิงกลับยิ้มกว้าง “ทำไมต้องหลบด้วย? ก็แค่กัดหนึ่งทีเท่านั้น พี่หญิงใหญ่ก็ไม่ได้จะกัดจนเนื้อข้าหลุดออกมานี่”

“อีกอย่าง ถ้าพี่หญิงใหญ่อยากจัดการข้า ก็แค่พูดคำเดียว จะตีจะด่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีคำบ่นแม้แต่น้อย”

เมื่อมองดูรอยฟันบนไหล่ของฉินเฟิงที่เริ่มมีเลือดซึมออกมา เสิ่นชิงฉือรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าฉินเฟิงจะไม่หลบ?

โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่แน่วแน่และแข็งกร้าวของฉินเฟิง เสิ่นชิงฉือกลับรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ราวกับว่านางไม่สามารถควบคุมเด็กหนุ่มคนนี้ได้อีกต่อไป ตรงกันข้าม นางกลับถูกฉินเฟิงควบคุมแทน

ชาวเป่ยตี๋มีนิสัยเปิดเผยและใจกว้างอยู่แล้ว อีกทั้งจิ่งเชียนอิ่งยังท่องเที่ยวไปทั่วหล้ามาหลายปี จึงยิ่งมีความเปิดกว้าง ทำให้นางสามารถยอมรับฉินเฟิงได้โดยไม่มีภาระทางจิตใจ

ในทางกลับกัน เสิ่นชิงฉือกลับเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางแห่งต้าเหลียงที่ตรงตามฉบับที่สุด

แม้ว่านางจะเป็นเด็กกำพร้า ที่ได้รับการอุปการะจากตระกูลฉิน แต่ตระกูลฉินกลับเลี้ยงดูนางเหมือนลูกแท้ ๆ สอนมารยาทและกฎระเบียบให้นางตั้งแต่เด็ก

เหล่าคุณหนูในจวนขุนนางเช่นนาง ดูภายนอกเหมือนเย่อหยิ่ง แต่ความจริงแล้วระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง กลัวว่าจะเผลอทำอะไรผิดพลาด แล้วนำความเดือดร้อนมาสู่ตระกูล

ด้วยเหตุนี้เอง เสิ่นชิงฉือจึงไม่อยากเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริง แม้กระทั่งหลิ่วหงเหยียนก็ยังสู้นางไม่ได้

บัดนี้กลับถูกฉินเฟิงสารภาพรัก เสิ่นชิงฉือถึงกับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีไปชั่วขณะหนึ่ง

“เฟิงเอ๋อร์…”

“หากเจ้าแกล้งข้า พี่สาวย่อมยอมรับได้ เพราะใครใช้ให้พวกเราเป็นพี่น้องกันเล่า?”

“แต่หากเจ้าจริงจัง ข้าเกรงว่า…คงตอบรับได้ยาก เพราะเจ้าได้ชนะใจหลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งไปแล้ว ในรยะะนี้มีคำนินทามากมายนัก หากรวมข้าเข้าไปด้วย…สรุปคือ ข้าจะไม่ยอมให้ความปรารถนาส่วนตัวของข้า มากระทบชื่อเสียงของตระกูลฉินอย่างเด็ดขาด”

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เสิ่นชิงฉือกลับยังคิดถึงภาพรวม ฉินเฟิงอดรู้สึกสงสารนางไม่ได้

ยิ่งสตรีเข้มแข็งเพียงใด ก็ยิ่งน่าทะนุถนอมมากเพียงนั้น

ฉินเฟิงไม่พูดอ้อมค้อม จับมือเล็ก ๆ ที่สั่นเทาเล็กน้อยของเสิ่นชิงฉือเข้ามาใกล้ สายตาแน่วแน่และจริงใจ

“พี่หญิงใหญ่ ข้าจะถามท่านเพียงคำถามเดียว”

“ระหว่างการถูกผู้คนนินทา กับการเห็นข้าเจ็บปวด ท่านกลัวสิ่งใดมากกว่ากัน?”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นชิงฉือถึงกับอึ้งไป “เฟิงเอ๋อร์ ข้าไม่เข้าใจ…”

เสิ่นชิงฉือยังพูดไม่ทันจบ ฉินเฟิงก็พูดอย่างชัดเจนว่า “หากพี่หญิงใหญ่ปฏิเสธ หัวใจข้าคงจะเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ