บทที่ 1254 ความสัมพันธ์กับพี่หญิงใหญ่
“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาได้ถูกเวลาจริง ๆ ต้องขอบคุณท่านมาก สงครามทางใต้ทั้งหมดถึงไม่สูญเปล่า”
“ท่านไม่เพียงเป็นดาวแห่งการช่วยเหลือของข้า แต่ยังเป็นดาวแห่งการช่วยเหลือของทั้งแคว้นเหลียงอีกด้วย”
“ความเคารพนับถือที่ข้ามีต่อท่าน เปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลไม่ขาดสาย และเหมือนแม่น้ำหวงเหอที่เอ่อล้นจนไม่อาจหยุดยั้งได้”
เมื่อไม่นานมานี้ ฉินเฟิงยังอยู่ในสนามรบ ต่อสู้อย่างดุเดือดกับศัตรู แต่พริบตาเดียวก็กลับมาเป็นเด็กหนุ่มเกเรคนเดิมในความทรงจำของเสิ่นชิงฉืออีกครั้ง
เสิ่นชิงฉือกลับหัวเราะไม่ออก นางกระชากหูของฉินเฟิงไว้แน่น พลางตวาดเสียงแหลมว่า “อย่ามาใช้วิธีนี้กับข้า!”
“เจ้าบอกข้ามาตามตรง ทหารในแนวหน้ามีตั้งมากมาย เหตุใดเจ้าต้องไปที่แนวรบตะวันออกด้วยตนเอง?”
“เจ้าไม่รู้หรือว่ามันอันตรายเพียงใด? ข้าว่าเจ้าตั้งใจใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อชัด ๆ ข้าพูดถูกหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้เมื่อรู้ว่าฉินเฟิงไปรบที่แนวรบตะวันออก เสิ่นชิงฉือก็กังวลใจมาตลอด อยากจะติดปีกบินไปที่นั่น แล้วลากตัวฉินเฟิงกลับมาให้ได้
บัดนี้ฉินเฟิงกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว เสิ่นชิงฉือกลับยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก
หากเป็นเมื่อก่อน การที่ฉินเฟิงไปรบแนวหน้าก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้เขาเป็นอ๋องแห่งชายแดนเหนือและเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของสงครามครั้งนี้ ไฉนจึงควรเสี่ยงชีวิตนำทัพด้วยตนเองง่าย ๆ เล่า?
หากฉินเฟิงตายที่แนวรบตะวันออก ไม่ต้องพูดถึงว่าจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงเพียงใดต่อแผ่นดินนี้ แค่สตรีในบ้านก็คงเศร้าโศกเสียใจจนแทบขาดใจตายอยู่แล้ว
คนผู้นี้แม้จะเป็นฉินอ๋องผู้อยู่ภายใต้คนเดียวและอยู่เหนือคนนับหมื่น แต่ก็ยังคงหุนหันพลันแล่นเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยน
เสิ่นชิงฉือโกรธจนเตะก้นของฉินเฟิงไปหนึ่งที
โชคดีที่ตรงนี้เป็นกระโจมใหญ่ในค่ายทหาร อีกทั้งเมื่อรู้ว่าเสิ่นชิงฉือมาแล้ว แทบไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ที่นี่ มิเช่นนั้นหากคนอื่นได้เห็นฉินเฟิงถูกเตะก้น คงตกใจจนคางค้างไปตาม ๆ กัน
ฉินเฟิงแสร้งทำหน้าเจ็บปวด “พี่หญิงใหญ่ไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว”
ยิ่งฉินเฟิงขอร้อง เสิ่นชิงฉือก็ยิ่งโกรธ นางตวาดเสียงแหลมติดต่อกัน “เจ้าสารภาพมาตามตรง เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ ต่อให้ไม่คิดถึงข้า แต่เจ้าไม่ได้คิดถึงน้องสามและสี่ รวมถึงเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์บ้างเลยหรือ?”
“เจ้ากำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ทำไมยังทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่ตามมาอย่างนี้อีก?”
“เจ้าอยากให้ลูกเกิดมาไม่มีพ่อหรือไง?”
เมื่อเผชิญกับการตำหนิของเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงก็ยอมรับทั้งหมดแต่โดยดี เพราะในตระกูลฉินทั้งหมด มีเพียงเสิ่นชิงฉือเท่านั้นที่จะกล้าสั่งสอนเขาเช่นนี้
ฉินเฟิงฉวยโอกาสตอนที่เสิ่นชิงฉือไม่ทันระวัง สะบัดมือเล็ก ๆ ของนางออกทันที แล้วรีบวิ่งเข้าไปในกระโจมทหาร ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง
“พี่หญิงใหญ่อย่าโกรธเลย ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อพวกท่านอย่างไรเล่า”
“ตอนนี้ทั้งแคว้นเหลียงใครบ้างไม่รู้สถานการณ์ของเมืองกูซู? หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็ต้องยืดเยื้อกันไปอีกอย่าน้อยหลายปี”
“ข้าไม่อยากถูกถ่วงเวลาอยู่ที่นี่ตลอดไปหรอก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นชิงฉือขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาฉายแววสงสัย “นั่นหมายความว่า เจ้าต้องการให้สงครามจบโดยเร็ว เพื่อจะได้กลับไปทันก่อนที่เซียวหลานและเชียนอิ่งจะคลอดอย่างนั้นหรือ?”
เห็นฉินเฟิงพยักหน้าหงึก ๆ สีหน้าของเสิ่นชิงฉือจึงดีขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าอย่าได้หลอกลวงข้า!”
“หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็พอเข้าใจได้ แต่โทษตายอาจละเว้นได้ ทษที่ต้องได้รับจะไม่ได้รับการอภัย! วันนี้ข้าจะต้องสั่งสอนเจ้าให้ดี ให้เจ้าจดจำไว้ เพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่กล้าทำผิดอีก!”
พูดพลาง เสิ่นชิงฉือก็พุ่งเข้าใส่ทันที
ฉินเฟิงแกล้งทำท่าตกใจ แต่ไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด กลับกางแขนออกต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
เมื่อเสิ่นชิงฉือรู้ตัวว่าตกหลุมพรางของฉินเฟิงแล้ว ก็สายเกินไปเสียแล้ว ฉินเฟิงรวบแขนเข้าหากัน โอบกอดเสิ่นชิงฉือไว้ทันที
เสิ่นชิงฉืออับอายจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว แต่เจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้ อยู่แนวหน้ามานาน ฝึกฝนจนมีร่างกายที่แข็งแกร่งจนน่าตกใจ ด้วยแขนขาเล็ก ๆ ของเสิ่นชิงฉือจะต่อกรได้อย่างไร?
เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ เสิ่นชิงฉือก็ต้องใช้ไม้อ่อน เปลี่ยนน้ำเสียง พูดเกลี้ยกล่อมอย่างนุ่มนวล
“เฟิงเอ๋อร์ หากอยู่ที่บ้านก็ไม่เป็นไร แต่ที่นี่เป็นแนวหน้า รายล้อมไปด้วยบุรุษเต็มไปหมด”
“เจ้าเป็นบุรุษ ย่อมเข้าใจความคิดของบุรุษ เมื่อใดที่พวกเขารวมตัวกัน ย่อมต้องพูดจาไร้สาระอย่างแน่นอน”
“ชื่อเสียงของข้าไม่สำคัญ แต่หากทำให้บารมีของเจ้าเสียหาย มันจะไม่คุ้มเสียหรือ?”
“เชื่อฟังข้าเถอะ เจ้ารีบปล่อยมือเร็วเข้า”
ฉินเฟิงลุกพรวดขึ้นมา แล้วอุ้มเสิ่นชิงฉือเข้าไปในอ้อมกอดโดยตรง
เสิ่นชิงฉือตกใจจนสะดุ้ง เปล่งเสียงครางเบา ๆ อย่างอ่อนหวาน มือยื่นออกไปกอดแขนของฉินเฟิงโดยไม่รู้ตัว
นางอายจนแทบจะเป็นลมไปแล้ว ใบหน้าแดงก่ำราวกับถูกไฟลวก ถึงขั้นไม่กล้าสบตากับฉินเฟิงโดยตรง
โดยไม่รู้ตัวว่า ในสายตาของฉินเฟิง แก้มของเสิ่นชิงฉือแดงก่ำไปถึงใบหู
เสิ่นชิงฉือผู้เย่อหยิ่งเสมอมา เมื่อเจอกับเรื่องเช่นนี้ กลับมีปฏิกิริยาเกินจริงยิ่งกว่าเด็กสาวขี้อายเสียอีก
ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีเลศนัย “พี่หญิงใหญ่ ทำไมหน้าท่านแดงเช่นนั้น ไม่สบายหรือ?”
เสิ่นชิงฉือรู้ดีว่าฉินเฟิงกำลังแกล้งนาง แต่ก็ไม่กล้าตอบโต้ตรง ๆ ได้แต่แสร้งทำเป็นใจเย็นตอบไปว่า “พูด…พูดจาเหลวไหล หน้าข้าแดงตรงไหนกัน?”
“เจ้ารีบปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ!”
ฉินเฟิงยิ้มกว้าง “ข้าก็อยากจะปล่อยท่านลงเหมือนกัน แต่ปัญหาคือ ท่านกอดคอข้าแน่นขนาดนี้ ข้าก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ