เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 358

บทที่ 358 ฆ่าศัตรูร้อยเท่า

แม้จะมีโคมไฟหลายดวงแขวนอยู่ในเมือง แต่ทัศนวิสัยก็ยังย่ำแย่อยู่มาก

เห็นเพียงเงาดำเลือนลางว่าเป็นศีรษะมนุษย์จำนวนไม่น้อยมุ่งหน้ามาจากทางประตูเมือง พร้อมตะโกนลั่นอย่างต่อเนื่องว่า “ทหารค่ายเทียนจีมาแล้ว”

แม้ว่านักดาบตระกูลหลินเหล่านี้จะโหดเหี้ยม แต่พวกเขาไม่เคยอยู่ในสนามรบเลย ในแง่ของจิตวิทยา พวกเขาจะเทียบได้กับทหารผ่านศึกของกองทหารชายแดนได้อย่างไร?

พวกเขาจึงพากันตื่นตระหนกทันที ขวัญกำลังใจเกือบจะพังทลายแล้ว

ในขณะนี้เอง มีเสียงกีบม้าที่รัวเร็วดังขึ้น

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน จ้าวอวี้หลงขี่ม้าทะยานไปข้างหน้า หอกยาวในมือแทงออกไป นักดาบที่ขวางทางถูกแทงทะลุร่างด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่ง

พริบตาถัดมา พลันเกิดฉากที่ทำให้หนังหัวของทุกคนตื้อชา

จ้าวอวี้หลงไม่ได้รีบดึงอาวุธออก แต่ใช้แขนขวาออกแรงยกหอกที่มีร่างนักดาบผู้นั้นขึ้นสูง แล้วเหวี่ยงนักดาบที่สิ้นลมหายใจเข้าไปในฝูงชน

พลังมหาศาลอะไรเช่นนี้!

ในตอนที่ทุกคนกำลังตกตะลึง เสียงคำรามของจ้าวอวี้หลงก็ดังราวอัสนีฟาด“ฆ่าให้หมด!”

จ้าวอวี้หลงนั่งหลังตรงอยู่บนหลังม้า อาศัยความได้เปรียบของม้าในการแทงหลายครั้งติดต่อกัน คร่าชีวิตหลายชีวิตไปทีละคน

เมื่อเห็นว่าจ้าวอวี้หลงเริ่มสังหารฝ่ายเดียว ส่วนพวกนักดาบลืมแม้แต่จะป้องกันตัว นายท่านหลินก็ตวาดเสียงเกรี้ยว “พวกเจ้าเป็นท่อนไม้หรือไร? รู้แค่ต้องถูกฆ่าเท่านั้นรึ?”

ในขณะนี้เอง ชายร่างกำยำก็คว้าจับขวานใหญ่ และคำรามไปทางจ้าวอวี้หลง

“คุณชายแห่งกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์หรือ? ข้าอยากทดสอบฝีมือของเจ้าเสียหน่อย!”

จ้าวอวี้หลงเหลือบมองด้วยหางตา มือดึงบังเหียนม้าถอยหลัง แล้วเหวี่ยงหอกไปอย่างแรง คมหอกยาวถึงสามฉื่อเหมือนกับดาบสองคม เมื่อเหวี่ยงลงไป ก็ตัดศีรษะชายกำยำผู้นั้นสะบั้นในคราเดียว! ศีรษะพลันร่วงกระแทกพื้น ก่อนจะถูกแทงด้วยหอก ปล่อยให้แขวนอยู่กลางอากาศ

ตึ้ง!

ชายร่างกำยำที่ถูกตัดศีรษะล้มลงกับพื้น

ช่วงขณะนี้ ที่เกิดเหตุจึงเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

แม้แต่นายท่านหลินที่สามารถรักษาความสงบได้ดีที่สุดก็ยังหน้าซีดขาว

ชายร่างกำยำคนนั้น ในแง่ของความอาจหาญ เขาเป็นหนึ่งในคนมีฝีมือที่สุดในบรรดานักดาบทั้งหมด แต่เมื่อเทียบกับจ้าวอวี้หลงแล้ว เขาไม่สามารถปะมือได้เลย เพียงแค่ดาบเดียวก็ถูกตัดหัวแล้ว!

นี่คือความแข็งแกร่งของคุณชายแห่งกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์อย่างนั้นหรือ?!

ขณะที่นักดาบหนีกระเจิดกระเจิงไปทุกทิศทุกทาง จ้าวอวี้หลงก็เร่งฝีเท้าม้าพุ่งเข้าใส่ฝูงชน นักดาบสูญเสียความตั้งใจที่จะต่อต้านมานานแล้ว ครั้นเผชิญหน้ากับจ้าวอวี้หลงในเวลา เพียงไม่กี่ลมหายใจ พวกเขาก็ถูกสังหารจนชุดเกราะหลุดลุ่ย ศพหลายศพถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เมื่อเห็นว่ากองกำลังพ่ายแพ้ นายท่านหลินก็รู้สึกสิ้นหวังอยู่พักหนึ่ง

ตอนนี้เอง ที่ถนนด้านหลังนายท่านหลินพลันมีนักดาบจำนวนมากทยอยเข้ามา ปรากฏว่าลูกน้องที่ประจำการอยู่ที่เมืองอื่นรีบรุดมาหลังจากทราบข่าว

นายท่านหลินปลื้มปีติอย่างมาก เขาชี้นิ้วไปยังจ้าวอวี้หลงที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้แล้วตะโกนลั่น “เร็วเข้า! พุ่งเข้าไปให้เร็ว ขอแค่เจ้าเข้าไปใกล้ได้ ม้าตัวนั้นก็จะไม่สามารถพุ่งทะยานไปได้อีก ไม่ว่าฝีมือการต่อสู้ของจ้าวอวี้หลงจะดีแค่ไหน เขาก็จะถูกฆ่าตายเท่านั้น”

ภายใต้คำสั่งของนายท่านหลิน นักดาบหลายสิบคนถือเกราะและพุ่งเข้าหาจ้าวอวี้หลง

ทันใดเนื่องจากความประมาทเลินเล่อของนักดาบสองคน จ้าวอวี้หลงจึงคว้าโอกาสแทงจุดสำคัญของพวกเขาผ่านช่องว่างในเกราะทำให้สูญเสียพลังต่อสู้

ทว่านักดาบส่วนใหญ่ยังคงพุ่งตรงไปที่ม้าของจ้าวอวี้หลง

นายท่านหลินพลันปีติ “ก็แค่นี้แหละ แม้ว่าม้าจะดุร้าย แต่ด้ามหอกยาวเกินไป ไม่เอื้อต่อการต่อสู้ระยะประชิด พวกเจ้าแทงไปที่จ้าวอวี้หลงหรือม้าศึกโดยตรงก็ได้! ตราบใดที่คนผู้นี้ล้มลงพื้น ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก!”

แต่ขณะที่นักดาบกรีดร้อง พลางพุ่งทะยานไปหาจ้าวอวี้หลง

พลันก็ได้ยินเพียงเสียงสู้รบ…

บัดนี้ รอบกายจ้าวอวี้หลงและหลี่หลาง มีศพมากกว่าสิบนอนกองพะเนินอยู่

หลี่หลางเหวี่ยงตะบองหัวหนามทุบนักดาบที่ขวางเบื้องหน้าจนตาย ทั้งยังมีกะจิตกะใจยกยิ้มแฝงเลศนัยพลางเอ่ย “สมแล้วที่เป็นคุณชายแห่งกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ ความสามารถบนม้าศึกเทียบได้กับทหารผ่านศึกแห่งกองทหารชายแดน”

ดวงตาของจ้าวอวี้หลงเฉยเมย เขาเหวี่ยงหอกแทงนักดาบที่พยายามโจมตีหลี่หลาง พลางเอ่ยพูดด้วยเสียงทุ้ม “บุตรคนรองแห่งหมิงอ๋อง ร่างกายแข็งแกร่งเกินคน มีเพียงท่านเท่านั้นที่สามารถใช้ตะบองหัวหนามนี้เหวี่ยงทะลุเจาะเกราะทหารได้ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ฉินต้องมาอำเภอชางผิง เกรงว่าชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีโอกาสได้เห็นความกล้าหาญของท่านหนานแห่งอำเภอฝูอวิ้น”

เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าเป็นร้อยเท่า บุรษสองคนกลับสนทนาพาทีพูดคำชมยกยอกันเอง!

ฉินเฟิงที่กำลังนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างเพื่อมองดูความสนุก เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “รอสู้จบแล้วค่อยคุยโวกันก็ยังไม่สายกระมัง”

ความตั้งใจเดิมของฉินเฟิงคือเอ่ยเตือนสติพวกเขาทั้งสอง ให้รีบจบการต่อสู้

แต่ไม่ใช่เพียงจ้าวอวี้หลงและหลี่หลางเท่านั้นที่ได้ยิน ทว่ายังดึงดูดความสนใจของนายท่านหลินอีกด้วย

เมื่อเห็นฉินเฟิงนั่งสบาย ๆ อยู่ที่หน้าต่างเพื่อดูความน่าตื่นเต้น นายท่านหลินพลันโกรธแค้น เขาผรุสวาทอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าเด็กฉินเฟิง เลือดแค้นของตระกูลฉินและหลินไม่อาจแก้ไขแล้ว!”

“ทุกคน ‘จับโจรเอาหัวโจก’ ฆ่าฉินเฟิงก่อน!”

หลังจากได้ยินคำสั่ง นักดาบห้าหกคนก็ทะยานตรงไปยังหอสุราที่ฉินเฟิงอยู่

ทว่าเพิ่งเข้าประตูไปได้ครู่เดียว พริบตาต่อมาพวกเขาก็กระเด็นหัวทิ่ม ตะเกียกตะกาย ไม่กี่ลมหายใจก็ตายไปพร้อมด้วยความแค้น

นายท่านหลินตกตะลึง สะพรึงไปทั่งร่าง เขามองไปที่ประตูอย่างแข็งทื่อ เห็นเพียงเงาดำแวบผ่านประตูอันมืดสลัว

เมื่อเพ่งตามองเข้าไปชัด ๆ โลหิตทั่วร่างของเขาก็เย็นลงเฉียบพลัน

เป็นจิ่งเชียนอิ่ง!

นางเป็นถึงหนึ่งในสี่ยอดฝีมือของเมืองหลวง แล้วนายท่านหลินจะไม่รู้ชื่อเสียงของคุณหนูสี่แห่งจวนสกุลฉินได้อย่างไร

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ