เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 438

บทที่ 438 เดิมพันสุดท้าย

ในขณะที่นายและบ่าวกำลังทักทายกัน หลี่จางซื่อจื่อก็เข้ามาโค้งคารวะแม่ทัพทั้งสามและเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “คารวะแม่ทัพทั้งสาม”

ทั้งสามรีบประสานหมัดคำนับตอบ “ข้าน้อยมิกล้ารับ ซื่อจื่อมาที่อำเภอเป่ยซีหลายวันแล้ว แต่พวกเรากลับไม่ได้มาคารวะ หยาบคายจริง ๆ ขอซื่อจื่อโปรดให้อภัย”

หลี่จางพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและกล่าว “ต้องขอบคุณพี่ฉิน ครอบครัวของข้าจึงสามารถย้ายมายังอำเภอเป่ยซีและหลบหนีจากกรงขังนั้นได้”

ทันทีที่ได้ยิน แม่ทัพทั้งสามพลันเงียบกริบไปทันใด

ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของหมิงอ๋องและฉินเฟิงก็เป็นที่รับรู้กันดี

ก่อนหน้านั้นระหว่างแม่ทัพทั้งสามและฉินเฟิงเทียบเท่ากับเป็นศัตรูครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ฉินเฟิงไม่เพียงแต่มีตำแหน่งทูตพิเศษดูแลการสงคราม แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวของหมิงอ๋องอีก ในชายแดนทางเหนือนี้นับว่าอีกฝ่ายมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แม่ทัพทั้งสามอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าพวกเขาจะมีจุดยืนเช่นไรในอนาคต?

หลี่จางช่างฉลาดเสียนี่กระไร

หลี่จางยิ้มทันทีและพูดว่า “ท่านแม่ทัพไม่ต้องกังวลมากเกินไป ในเมื่อพวกเราสองพ่อลูกตั้งรกรากอยู่ในอำเภอเป่ยซี ย่อมต้องสร้างความสัมพันธ์เก่ากับแม่ทัพทั้งสามขึ้นมาใหม่ ยิ่งกว่านั้นแม่ทัพทั้งสามยังส่งสารถึงแม่ทัพเจียงหนาน ปกป้องหนิงหู่ให้กลับมาทางเหนือได้อย่างราบรื่น เรื่องนี้ข้าได้ยินมาอยู่บ้าง เสบียงหนึ่งหมื่นต้านย่อมจะถูกส่งไปยังหน่วยแม่ทัพรถม้าศึกเป็นที่แรก”

“หลังจากนั้นแม่ทัพทหารม้าและแม่ทัพกองทหารชายแดนก็จะได้รับเสบียงธัญพืชคนละหนึ่งหมื่นต้าน ถือเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ จากอำเภอเป่ยซี”

“ชายแดนทางเหนือเป็นประตูสู่ต้าเหลียง เป็นที่ที่กองทัพของเป่ยตี๋พุ่งเป้ามา เราต่างมีศัตรูร่วมกันปกป้องความปลอดภัยของชายแดนทางเหนือและปกป้องประชาชนต้าเหลียง ท่านแม่ทัพคิดอย่างไร?”

หลี่จางอธิบายอย่างชัดเจนจนแม้แต่คนโง่ก็ยังเข้าใจได้

เพียงแต่… แม่ทัพทั้งสามต่างก็มาจากตระกูลที่แตกต่างกัน แต่ละคนต่างมีความยากลำบากของตัวเอง

เมื่อเห็นว่าแม่ทัพทั้งสามเงียบไป หลี่จางไม่ได้แปลกใจเลยสักนิด รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งกว้างขึ้น ทว่าคำพูดกลับเฉียบคม “กองทัพเป่ยตี๋ได้รับการฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว และอาจโจมตีได้ทุกเมื่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเฉินซือคอยบัญชาการการต่อสู้ ศึกต่อไปจะต้องเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างแน่นอน ในยามนี้อำเภอเป่ยซีจะต้องไม่เสียสมาธิและต้องกำจัดปัจจัยที่ไม่มั่นคงทั้งหมดทิ้ง!”

เห็นได้ชัดว่าหลี่จางยื่นพุทราแสนหวานให้ จากนั้นก็สะบัดมือตบหน้า ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ

ความหมายของเขาคือ อย่าทำตัวหน้าไม่อาย หากยังเอาเฝ้าดูไฟจากชายฝั่งต่อไป เจ้าทั้งสามก็ไม่ต้องออกไปแล้ว ติดอยู่ในอำเภอเป่ยซีอย่างถาวรไปซะ แม้จะให้แม่ทัพทั้งสามยืมหนึ่งร้อยความกล้าหาญ พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะทำเรื่องไร้ประโยชน์ต่ออำเภอเป่ยซีในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้อีก

แม่ทัพรถม้าศึกขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเข้ม “นี่เป็นความตั้งใจของซื่อจื่อหรือเป็นความตั้งใจของฉินเฟิง?”

หลี่จางยกมุมปาก หัวเราะเสียงเย็น “ความตั้งใจของข้าคือความตั้งใจของพี่ฉิน พวกเราพ่อลูกทั้งครอบครัวจะรุ่งเรืองและล่มจมพร้อม ๆ กับอำเภอเป่ยซี”

แม่ทัพทหารม้าสูดหายใจเข้า คล้ายกับว่าได้ตัดสินใจบางอย่างแล้ว เขากำหมัดแน่น “เราทุกคนล้วนมีความยากลำบากของตัวเองและเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะอยู่ใต้อำนาจของอำเภอเป่ยซีโดยสิ้นเชิง แต่เห็นแก่หน้าท่านอ๋อง พวกเราไม่มีวันปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ หากอำเภอเป่ยซีตกอยู่ในอันตราย พวกเราจะส่งทหามาสนับสนุนอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่จางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “อำเภอเป่ยซีตกอยู่ในอันตรายรึ? ฮ่า ๆ! เกรงว่าท่านแม่ทัพคงจะเข้าใจผิดแล้ว หรือระหว่างเข้ามาในเมืองท่านแม่ทัพไม่เห็นว่าเมืองรอบนอกได้รับการซ่อมแซมอย่างสมบูรณ์ และพี่ฉินก็ได้รับอำนาจในการขยายกำลังทหารโดยการเติมเต็มคนเกียจคร้าน คนอพยพจากเมืองต่าง ๆ เข้ามาในกองทัพเรียบร้อย”

“ยามนี้อำเภอเป่ยซีนี้เปรียบเสมือนถังเหล็ก! แทนที่จะกังวลเกี่ยวกับอำเภอเป่ยซี ท่านแม่ทัพควรกังวลเกี่ยวกับตัวพวกท่านให้มากจะดีกว่า”

แม่ทัพกองทหารชายแดนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ถามเสียงเข้มว่า “ซื่อจื่อหมายความว่าอย่างไร?”

อีกด้านหนึ่ง กองทัพซางกานมีทหารหนึ่งหมื่นนายสำหรับใช้การโจมตีแบบหลอก

ห่างออกไปห้าสิบลี้ทางด้านหลัง มีทหารสี่หมื่นนายจากกองทัพอินทรีประจำการพร้อมเข้าสู่แนวหน้าตลอดเวลา

แนวหน้าทั้งหมดแทบจะถูกหน่วยนกฮูกราตรีแทรกซึมอยู่ทั่วทุกส่วน หน่วยสอดแนมหรือทหารส่งสารใด ๆ ที่มาจากทางต้าเหลียงล้วนถูกขับไล่หรือไม่ก็ถูกสังหารโดยหน่วยนกฮูกราตรี แม้แต่องครักษ์เสื้อแพรก็ยังต้องหลีกเลี่ยงคมดาบและถอนตัวกลับมายังอำเภอเป่ยซี

ด้วยเหตุนี้ต้าเหลียงจึงสามารถประมาณการจำนวนทหารม้าที่เป่ยตี๋สะสมอยู่ในแนวหน้าได้เพียง ‘ห้าหมื่นนาย’ เท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงมีมากถึงหนึ่งแสนสามหมื่นนาย!

ยามนี้เฉินซืออยู่ที่ค่ายทหารซางกานมองไปทางอำเภอเป่ยซีด้วยสายตาล้ำลึก “ข้าได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะบีบบังคับให้ทุกคนในแคว้นต้าเหลียงเชื่อในกลยุทธ์การสู้รบของอำเภอเป่ยซี เพื่อที่จะเข้ายึดค่ายชายแดน ศึกครั้งนี้เดิมพันด้วยชะตากรรมของแคว้นเป่ยตี๋ ตีกลองคราแรกฮึกเหิม หนที่สองเสียขวัญ ครั้งที่สามหมดกำลังใจ”

“หากเป็นเช่นนี้ เราจะไม่สามารถยึดแนวหน้าของต้าเหลียงได้ และสามสิบปีหลังจากนี้ เราอาจไม่มีกำลังที่จะยกทัพอีกต่อไป”

“ถึงแม้จะดูไร้ยางอาย แต่ข้าก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้… ฉินเฟิงตายจากการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ท้ายที่สุดแล้วบุคคลเดียวในใต้หล้าที่สามารถเอาชนะกลยุทธ์ของข้าได้ก็คือเขา!”

เหล่ารองแม่ทัพที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันอย่างตื่นตะลึงเมื่อเห็นว่าเฉินซือเกรงกลัวฉินเฟิงถึงเพียงนี้

จักต้องรู้ว่า ยามนี้ฉินเฟิงหาได้อยู่ในชายแดนทางตอนเหนือของแคว้นต้าเหลียง อีกฝ่ายกำลังติดอยู่ในหล่มแห่งความขัดแย้งของการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก โดยไม่สามารถถอนตัวออกมาได้เลย

แล้วเขาจะสามารถดูแลสงครามทางแดนเหนือไปพร้อม ๆ กันได้อย่างไร?!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ