บทที่ 612 กฎหมายในกำมือ
เซี่ยปี้ก็หยิบเม็ดถั่วโยนใส่หน้าฉินเฟิง พูดอย่างไม่พอใจว่า “กินข้าวอยู่ก็ยังปิดปากเจ้าไม่ได้อีก”
ความสัมพันธ์กับผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ต้องเก็บเป็นความลับ
หากฝ่าบาทรู้ว่าผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ช่วยเหลือฉินเฟิงอยู่เบื้องหลัง ไม่กี่วันผู้บัญชาการศาลต้าหลี่คงได้ถูก ‘ปลด’
ตำแหน่งนี้สำคัญตั้งขนาดไหน
ผู้คุมที่อยู่ด้านข้าง พอรู้ถึงความสัมพันธ์ของฉินเฟิงกับผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ ดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมา
“ท่านโหวฉิน ต่อไปขอท่านโปรดเมตตาข้าด้วย”
ฉินเฟิงยิ้มกว้าง แล้วหัวเราะเสียงดัง “อย่าไปพูดที่ใดเล่า ฮ่า ๆ ภูมิหลังของข้าแข็งแกร่งนัก”
เห็นฉินเฟิงเชิดหน้าโอ้อวดอย่างไม่ไร้ยางอาย เซี่ยปี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ เพิ่งผ่านเหตุการณ์เป็นตายมามาไม่นาน ฉอนเฟิงกลับมาทำตัวไร้สาระเหมือนเดิมอีกแล้ว
ผู้คุมมองฉินเฟิงด้วยสายตาร้อนแรง พยักหน้าคำนับ “ใช่ ๆ ท่านโหวฉินไม่ต้องกังวล ข้าน้อยรู้ดีว่าควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร”
“จริงสิ คดีของบุตรชายข้าก็ต้องขอบคุณท่านโหวฉิน”
“เจ้ากรมเมืองคนใหม่ก็เป็นสมาชิกพลพรรคเถาหลินด้วย”
ฉินเฟิงเชิดหน้าสูง ภูมิใจมาก
เจ้ากรมเมืองเป็นพวกพ้อง ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่เป็นอาห่าง ๆ
เท่ากับว่า ‘ศาลชั้นกลาง’ และ ‘ศาลสูงสุด’ อยู่ในมือของเขาทั้งหมด ยากที่จะแพ้คดี!
ขณะที่ฉินเฟิงนอนสบายอารมณ์อยู่บนฟางแห้ง เสียงตะโกนหนึ่งก็ดังมาจากนอกห้องขัง
“เฮอะ ข้าอยู่ข้างนอกกังวลตั้งขนาดไหน แต่เจ้ากลับนอนสบายอารมณ์อยู่ข้างใน เจ้ามันไม่ได้เรื่องจริงๆ”
มองตามเสียง ก็เห็นเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ยืนอยู่ที่ประตูห้องขัง กอดอก สีหน้าไม่พอใจ
เห็นลูกสาวตัวเองมา เซี่ยปี้ดีใจนัก
แต่พริบตาเดียวก็กลายเป็นอิจฉา
เพราะความสนใจทั้งหมดของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ อยู่ที่ฉินเฟิงคนเดียว
“เฮ้อ! ลูกสาวโตแล้ว พ่อก็ไร้ความหมายสินะ”
ฉินเฟิงรีบลุกขึ้น วิ่งไปที่ข้างประตูห้องขัง ใบหน้าตื่นตระหนก “เจ้ามาได้อย่างไร ที่นี่คือคุกใหญ่ศาลต้าหลี่ คนทั่วไปห้ามเข้า”
“ไปเร็ว ก่อนที่จะมีคนมาเห็น…”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รีบขัด “หยุดเลย! ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย”
“แม้แต่ผู้คุมยังมาเสิร์ฟอาหารให้เจ้า คุกใหญ่ศาลต้าหลี่ก็ขาดแค่เปลี่ยนชื่อเป็นของตระกูลฉินเท่านั้น”
“เจ้าไม่อยากเจอข้าซะมากกว่า…”
“เฮอะ! ก็ดี ข้าจะกลับละ”
ฉินเฟิงรีบยื่นมือผ่านลูกกรง จับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ไว้ ใบหน้ายิ้มระรื่น
“เดี๋ยวก่อน ๆ ฉันแค่ล้อเล่น แค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น แหะ ๆ”
“บิดาข้าเป็นอย่างไรบ้าง บุตรชายถูกจับขังคุกทนทุกข์ทรมาน ไยไม่รู้จักมาเยี่ยมบ้างเลย เขายังเห็นข้าเป็นลูกชายหรือไม่?!”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์มองฉินเฟิงอย่างไม่พอใจ แค่นหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
พอแผลหายก็ลืมความเจ็บปวด ก่อนหน้านี้ยังต่อสู้กับทหารชั้นยอดของเมืองหลวง แต่ตอนนี้กลับพูดจาหาเรื่องเจ็บตัวอรกแล้ว ช่างเป็นพวกหน้าไม่อายจริง ๆ
“ท่านย่อมอยู่ที่กรมกลาโหม จะมีเวลามาจัดการเรื่องเจ้าได้อย่างไร”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ หยิบขวดยาทาแก้ฟกช้ำออกมา ส่งผ่านลูกกรงคุก
“แผลที่ไหล่ดีขึ้นบ้างหรือไม่ อย่าลืมทายาด้วยเล่า”
ฉินเฟิงรับขวดยาทาแก้ฟกช้ำมา ในใจอบอุ่นมาก การมีคนห่วงใยช่างดีจริง ๆ
แต่ยาทาแก้ฟกช้ำนี่ ฉินเฟิงไม่สนใจ อย่างไรก็สู้ ‘ผงป๋ายเย่าเป่ยซี’ ที่ใช้สำหรับรักษาแผลธนูโดยเฉพาะไม่ได้
เขาเพิงโรยผงยาไปเมื่อวาน วันนี้ก็ไม่เจ็บแล้ว
“ตามหลักแล้ว ข้าควรจะเกลียดเจ้าให้มากที่สุด แต่ในใจ…ไยถึงรู้สึกอิจฉาเล่า?”
“เฮอะ อิจฉาบ้าบออะไรกัน!”
“ข้าเป็นถึงบุตรีขององค์หญิงใหญ่แห่งต้าเหลียง คนที่มีคุณสมบัติจะเป็นคู่ครองข้าได้ ต้องดูดีกว่าเจ้านั่นร้อยเท่า กล้าหาญกว่าร้อยเท่า แล้วก็อ่อนโยนกว่าร้อยเท่าด้วย”
“ข้าไม่ได้อยากได้เขาสักหน่อย!”
ขณะที่ฉีหยางจวิ้นจู่บ่นอุบอิบ ไม่ไกลออกไปในศาลา เสียงขององค์หญิงใหญ่ ดังขึ้น
“ฉีหยาง เจ้ากำลังพึมพำกระไรอยู่คนเดียว?”
ฉีหยางจวิ้นจู่สะดุ้งเฮือก รีบสะบัดหัว ไล่ภาพฉินเฟิงออกไปจากหัว
ลุกขึ้นปัดฝุ่นเบา ๆ สำรวมท่าที แล้วเดินไปยังศาลา
“ท่านแม่ ลูกกำลังด่าเจ้าสารเลวฉินเฟิงอยู่พอดี”
ได้ยินคำว่าฉินเฟิง คิ้วขององค์หญิงใหญ่ขมวดเล็กน้อย ความคับแค้นใจวูบผ่านสายตา
ครั้งหนึ่ง องค์หญิงใหญ่กับฮ่องเต้แคว้นเหลียงร่วมกันเลี้ยงสุนัขจนเชื่อง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นหมาป่าหิวโหยไปแล้ว
ย้อนดูประวัติศาสตร์การสถาปนาแคว้นต้าเหลียงทั้งหมด อำนาจของฮ่องเต้ที่น่าเกรงขาม เป็นครั้งแรกที่ถูกทำให้สั่นคลอนอย่างรุนแรงเช่นนี้
ช่วงเวลาต่อจากนี้ อำนาจของราชวงศ์หลี่จะลดน้อยถอยลงไปมากแน่
องค์หญิงใหญ่ถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง และภายในใจยังมีความสงสัยอยู่หลายข้อ
“ทหารรักษาพระราชวังไม่ต้องพูดถึง ทำไมกระทั่งองครักษ์หลวง เมื่อเผชิญหน้ากับฉินเฟิง ถึงได้อ่อนแอไม่เป็นท่าเช่นนี้?”
“หรือฉินเฟิงฝึกทหารใต้บังคับบัญชาให้กลายเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามไปกันหมดแล้ว?”
“ยิ่งทหารค่ายเทียนจียิ่งแล้วใหญ่ การต่อสู้คราวนี้ มีผู้เสียชีวิตเพียงไม่ถึงสิบคน แต่กลับสังหารองครักษ์หลวงได้ทั้งหมด”
“แต่ไหนแต่ไรมาองครักษ์หลวงหยิ่งผยองเพียงใด บัดนี้องครักษ์หลวงที่เหลืออยู่ล้วนก็ใจฟ่อไปหมดแล้ว”
“บางทีทุกคนคงกำลังสงสัยว่า ทหารค่ายเทียนจีกับองครักษ์หลวงแตกต่างกันอย่างไร”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ