เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 619

บทที่ 619 ผู้สืบทอดตัวจริงของฮ่องเต้ต้าเหลียง

“ท่านกับไท่เป่าหลินส่งคนไปพานายบัญชีคนก่อนของจวนตระกูลเซี่ยกลับมาจากบ้านเกิด บังคับให้ลอกเลียนลายมือของเซี่ยปี้”

“ปลอมแปลงจดหมายลับขึ้นมา หลังเสร็จเรื่องก็ฆ่าปิดปากนายบัญชีเฒ่าผู้นั้น”

“ฝังศพไว้ที่สวนดอกท้อชานเมือง ห่างออกไปยี่สิบลี้”

“เรื่องราวทั้งหมด องครักษ์ชุดดำเห็นกับตา”

“ทว่าเชื้อพระวงศ์ทำผิด องครักษ์ชุดดำจึงปิดเป็นความลับ เพียงรีบรายงานให้ฝ่าบาททราบ จากนั้นก็บันทึกเรื่องนี้ไว้ในเอกสารลับขององครักษ์ชุดดำ”

“เสด็จพี่ นับตั้งแต่ท่านส่งคนไปจับนายบัญชีเฒ่า องครักษ์ชุดดำก็บันทึกไว้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยเพียงใดล้วนไม่รอดจากสายตา”

“ไม่ทราบว่านี่ถือเป็นหลักฐานมัดตัวได้หรือไม่?”

“หากเสด็จพี่คิดว่าข้าร่วมมือกับองครักษ์ชุดดำใส่ร้ายป้ายสี ก็ไม่ยาก”

“ศพของนายบัญชีเฒ่าผู้นั้น ข้าให้คนไปขุดขึ้นมา แล้วบรรจุใส่โลง นำกลับเข้าเมืองหลวงมาแล้ว สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา”

“อีกอย่าง คืนนี้หลังการไต่สวนเริ่มขึ้น คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถเข้าศาลต้าหลี่ได้อีก”

“ดังนั้น…”

“ระหว่างนี้ข้าได้ให้คนไปจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมคนของไท่เป่าหลินที่ไปจับนายบัญชีเฒ่าด้วย”

กล่าวถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ยงยิ่งเด่นชัด ตอนนี้ หลี่เฉียนราวกับศพเดินได้

ฉินเฟิงเห็นแบบนี้ก็ตกตะลึงนัก

หลี่ยงผู้นี้ หากไม่ลงมือก็แล้วไป แต่พอลงมือก็ตอบโต้หลี่เฉียนได้ชะงัดทุกที

โดยเฉพาะหลักฐานที่นำมา ไม่ใช่แค่พยานบุคคล แต่ยังมีวัตถุพยาน แม้แต่ศพและผู้สมรู้ร่วมคิดก็ควบคุมไว้ในมือ ไม่เปิดโอกาสให้หลี่เฉียนแก้ตัว

ไม่ใช่แค่ฉินเฟิง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ต่างขนลุก

องค์ชายเจ็ดผู้อ่อนโยนและเป็นมิตร กลับเป็นคนที่เจ้าเล่ห์เพทุบายที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งหมด

เพื่อวันนี้ หลี่ยงซ่อนเขี้ยวเล็บมาหลายปี

อย่าว่าแต่คนนอก แม้แต่หลี่เฉียนผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ก็ยังทันระวังตัว

ผู้คนต่างพากันพูดกันว่า หลี่เฉียนได้รับการถ่ายทอดวิชาจากฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงคนต่อไปย่อมต้องเป็นเขา

หารู้ไม่ หลี่เฉียนเรียนรู้ไปเพียงผิวเผินเท่านั้น

ส่วนหลี่ยงที่ไม่เปิดเผยตัวตนต่างหากที่เป็นผู้สืบทอดแก่นแท้ของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง และอาจจะถึงกับเหนือชั้นกว่าไปแล้ว

อย่างน้อยในด้านความอดทนอดกลั้น หลี่ยงก็เหนือกว่าฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง

“เสด็จพี่ ด้วยความเฉลียวฉลาดของท่าน เหตุใดจึงทำผิดพลาดเช่นนี้?”

“หรือท่านลืมไปแล้วว่าฝ่าบบาทสอนพวกเรามาอย่างไร?”

“หากต้องการเป็นฮ่องเต้ต้องระมัดระวังทุกคน แม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดก็ด้วย”

“ท่านรู้อยู่เต็มอกว่าทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนถูกองครักษ์ชุดดำจับตาอย่างเข้มงวด แต่ท่านกลับไม่ระวัง”

“หรือคิดว่าองครักษ์ชุดดำเป็นคนสนิทของราชวงศ์หลี่จึงไว้ใจ?”

“ฮึ เมืองหลวงแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงท่านที่เป็นองค์ชาย”

หลี่เฉียนทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ดวงตาเลื่อนลอย

เดิมทีเขาคิดว่า เหยื่อในค่ำคืนนี้ต้องเป็นฉินเฟิง ตราบใดที่เขาร่วมมือกับไท่เป่าหลิน เขาจะสามารถปิดการไต่สวนได้อย่างง่ายดาย

แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างนั้น เขาต่างหากที่ถูกหมายตา และตกเป็นเหยื่อ

และองค์ชายเจ็ดที่เหมือนจะไม่ทำร้ายใคร กลับเป็นนายพรานที่โหดเหี้ยม ร้ายกาจ และเลือดเย็นที่สุด

ตลอดมา หลี่เฉียนจดจ่ออยู่กับฉินเฟิง

คิดว่าเพียงแค่กำจัดฉินเฟิงได้ ก็จะได้ตำแหน่งรัชทายาทมาครอง

เขามองข้ามหลี่ยงที่อยู่ใกล้ตัว ทว่าพอหลี่เฉียนต่อสู้กับฉินเฟิงจนบาดเจ็บสาหัส หลี่ยงกลับสอดมือซ้ำเติม และรับผลประโยชน์ไป

เพียงแต่…

หลี่เฉียนยังไม่อยากยอมแพ้

ฉินเฟิงเองก็กำลังพิจารณาหลี่ยง นายน้อยหนุ่มมองเห็นเงาของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงจากตัวหลี่ยง

ฉินเฟิงรู้สึกว่าหลี่ยงตอนนี้ ก็คือฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงในวัยหนุ่ม ความทะเยอทะยานและความสามารถของเขา ช่างน่าหวั่นเกรง

หลี่เฉียนจะตระหนักถึเรื่องนี้เช่นกัน

เขาเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมหลี่ยงถึงไม่เคยออกหน้าแก่งแย่งชิงอำนาจ กระทั่งทำตัวขี้ขลาด แต่ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงก็ยังทรงคาดหวังในตัวหลี่ยงมาตลอด

ที่แท้ตั้งแต่แรกเริ่ม ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงก็ทรงทราบแล้วว่า หลี่ยงคือมังกรซ่อนกาย รอวันผงาดสู่ฟ้า

ส่วนเขา หลี่เฉียน เป็นเพียงแค่ ‘ตัวเลือกสำรอง’ ของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเท่านั้น

หลี่เฉียนกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำ แทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาพยายามระงับความบ้าคลั่งไว้ เอ่ยเสียงแหบพร่า

“ต่อให้ข้าแพ้ พลาดจากตำแหน่งรัชทายาท ข้าก็จะไม่มีวันยอมให้เจ้าสมหวัง!”

“องค์ชายเจ็ด อย่าลืมว่ายังมีลำดับพี่น้อง ข้าเป็นองค์ชายรอง ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ตำแหน่งนี้ก็ไม่มีวันตกเป็นของเจ้า!”

“ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าอยู่ตัวคนเดียว ใครจะยอมสวามิภักดิ์แก่เจ้า!”

หลี่ยงก็เลิกติ้วขึ้น แย้มยิ้มเยาะเย้ย

“โอ้ ถึงขนาดนี้แล้ว เสด็จพี่ก็ยังหวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่อีกหรือ?”

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะทำให้ท่านยอมแพ้อย่างราบคาบเอง”

ทันทีที่หลี่ยงพูดจบ ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้องโถงอย่างร้อนรน

คุกเข่าลงบนพื้นด้วยความหวาดกลัว รายงานด้วยเสียงสั่นเทา

“ใต้…ใต้เท้า!”

“ท่านราชครูกลับเมืองหลวงแล้วขอรับ!”

ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ขมวดคิ้ว “ท่านราชครูกลับเมืองหลวง? เป็นไปได้อย่างไร? ท่านมิได้อยู่บ้านเกิดหรอกหรือ?”

“ท่านราชครูกลับเมืองหลวงนับเป็นเรื่องใหญ่ กรมขุนนางควรประกาศแจ้ง เหตุใดจึงไม่มีวี่แวว?!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ