บทที่ 657 สังหารทหารเป่ยตี๋ให้หมด
ไม่ใช่แค่หลู่หลีที่ตกตะลึง แม้แต่ชาวบ้านก็พากันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
แม้เหล่าบัณฑิตจะไม่เกรงกลัวอำนาจ แต่การฆ่าคนของคณะทูตเป่ยตี๋กลางถนนแบบนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย
ฉินเฟิงไม่เพียงกล้าลงมือ แต่ยังปลิดชีพคนของคณะทูตเป่ยตี๋ต่อหน้าธารกำนัล
การตัดสินใจอย่างเด็ดขาดปราศจากความลังเล ทำให้ผู้คนต่างหวาดหวั่นและเกรงกลัว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร พื้นที่ที่เงียบสงัดถึงได้ค่อย ๆ มีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น
“โอ้ นายน้อยฉินลงมือจริง ๆ หรือนี่?”
“พูดจาเหลวไหล เขาคือฉินเฟิงนะ ก่อนหน้านี้เขาก็บุกลานประหารไม่ใช่หรือไร การฆ่าทหารเป่ยตี๋จะนับเป็นอะไรเล่า”
“พูด…เจ้าพูดไม่ผิด คนจากเป่ยตี๋ที่ตายด้วยมือของนายน้อยมีไม่ต่ำกว่าหมื่นคน ถึงจะฆ่าเพิ่มอีกสิบหกคน ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยว ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”
“พูดเช่นนี้ไม่ได้! การบุกลานประหารเป็นเรื่องภายในของแคว้นต้าเหลียงเรา”
“แต่การสังหารทหารเป่ยตี๋เป็นเรื่องใหญ่ระหว่างแคว้น”
ผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงพิธีการเห็นท่าไม่ดี เขารีบสั่งให้ทหารของกรมพิธีการรีบกันประชาชนออกไป
ยิ่งอยู่ห่างจากฉินเฟิงและคณะทูตเป่ยตี๋ได้มากเท่าใด ยิ่งดีเท่านั้น
เพราะด้วยนิสัยของฉินเฟิงกับหลี่หลี จะต้องมีการนองเลือดเกิดขึ้นอีกแน่
ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนเข้ามาพัวพัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลู่หลีได้สติจากความตกตะลึง หน้าเขียวคล้ำ
เขาแค่นเสียงเย็นเยียบต่ำทุ้ม
“ฮึ่ม ฉินเฟิง! เจ้ากล้าฆ่าทหารที่ติดตามข้า เจ้ารนหาที่ตายแล้ว!”
หลู่หลีใช้เท้ากระทุ้งท้องท้า ควบม้าพุ่งตรงเข้าหาฉินเฟิง
ชาวบ้านต่างตกตะลึง
พากันร้องตะโกนเตือน
“นายน้อยรีบหลบเร็วเข้า เจ้าคนเถื่อนเป่ยตี๋ เจ้าขุนนางสุนัขๅ!”
“บ้าไปแล้ว เจ้าคนป่าเถื่อนเป่ยตี๋ นบ้าไปแล้ว!”
บัณฑิตที่อยู่ในที่เกิดเหตุตกใจจนหน้าซีดเผือด
ก่อนหน้านี้ แม้พวกเขาจะรู้ว่าพวกเป่ยตี๋เป็นเช่นไร แต่ก็ยังเสี่ยง ไม่กลัวที่จะเสียเลือดหรือชีวิต
แต่พอเห็นความขัดแย้งระหว่างฉินเฟิงกับหลู่หลีลุกลามใหญ่โตจนควบคุมไม่ได้
พวกเขาก็เกิดหวั่นกลัวขึ้นมา
ผู้คนมองไปที่ฉินเฟิง ทว่ากลับยังเห็นเขายืนเอามือไพล่หลัง ท่าทางนิ่งเฉย
ไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกแต่อย่างใด
สายตาทุกคู่จดจ้อง ลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจ
ทันใด เสียงตวาดดังกึกก้อง
หนิงหู่ยกแหลน พุ่งเข้าหาหลู่หลีอย่างรวดเร็ว
พริบตา แหลนพุ่งเสียบลำคอม้าของลู่หลีทะลุ
แต่ม้าไม่ได้หยุดและล้มลงทันที มันจึงชนหนิงหู่จนกระเด็น
ตุบ!
หนิงหู่กระแทกลงบนพื้น และม้าของหลู่หลีก็เสียการทรงตัวและล้มลง
“พี่หนิง เจ้าอะไรหรือไม่?”
ฉินเฟิงขมวดคิ้วแน่น มองไปที่หนิงหู่ที่มีเลือดซึมมุมปาก
หนิงหู่ถ่มน้ำลาย สีหน้าดูแคลน “ข้ายังไม่ตาย!”
หลู่หลีอายุมากแล้ว การล้มลงคราวนี้จึงไม่เบา เขายันตัวลุกขึ้นไม่ไหวอยู่ครู่ใหญ่
เบื้องหลัง ทหารเป่ยตี๋ต่างเดือดดาล
อย่าว่าแต่ทหาร แม้แต่เหล่าขุนนางเป่ยตี๋ที่อยู่สุขสบายมาทั้งชีวิต ตอนนี้ต่างควบม้าพุ่งมาข้างหน้า
“บังอาจนัก!”
“ฉินเฟิง เจ้ากล้าทำร้ายเสาหลักแห่งเป่ยตี๋หรือ?!”
“แม้ที่นี่จะเป็นเมืองหลวงต้าเหลียง แต่พวกเจ้าสังหารทหารของเรา ทำร้ายเสาหลักของเป่ยตี๋ได้หรือ? ความแค้นนี้ต้องล้างด้วยเลือด!”
“พวกข้าจะติดตามจู้กั๋ว วันนี้กองทัพเป่ยตี๋พันคนจะเหยียบย่ำต้าเหลียงให้จมดิน!”
หนิงหู่ผุดลุกขึ้นจากพื้น หยิบแหลนขึ้นมา นำทัพองครักษ์ค่ายเทียนจีบุกเข้าต่อสู้
แหลนจำนวนมากพุ่งตรงไปที่คอม้า
บังคับให้ม้าของเป่ยตี๋หยุดลง
เสียงชุลมุนก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง
“ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะเมตตมอบให้!”
หานอวี้พยายามพยุงร่างบอบช้ำลุกขึ้น มือสั่นเทาชี้หน้าฉินเฟิง แล้วตะโกนก้องด้วยความเดือดดาล
“ฉินเฟิง! ถ้าเจ้ากล้าสังหารหลู่จู้กั๋ว พวกข้าเป่ยตี๋สาบานจะเป็นศัตรูกับแคว้นต้าเหลียงของเจ้า นับแต่นี้ไป สงครามไม่อาจหลีกเลี่ยง!”
คำข่มขู่ของหานอวี้ไม่ได้ทำให้ฉินเฟิงหวั่นไหวสักนิด
เขายังคงนิ่งเฉย ไม่โต้ตอบ
“สาม!”
ฉินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ
แผ่นหลังหานอวี้เย็นเยียบ
เขาไม่อาจคาดเดาความบ้าของฉินเฟิงได้เลย
เมื่อฉินเฟิงบอกว่าจะฆ่าหลู่หลี่ เขาจะต้องลงมือแน่นอน
ดวงตาของหลู่หลีแดงก่ำ เขาไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อน แต่ปากของนางถูกมัด ไม่อาจส่งเสียงใด
หานอวี้ลังเล ไม่รู้จะถอยหรือจะรุกดี
ขณะนั้นเอง เสียงของฉินเฟิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“สอง!”
ราวกับเสียงกระซิบของความตาย
หานอวี้ใจสั่นหวาดกลัว ไม่รอให้ฉินเฟิงพูดคำสุดท้าย ก็รีบหันกายกลับ สั่งเหล่าทหาร…
“วางอาวุธ!”
เหล่าทหารเป่ยตี๋ย่อมเชื่อฟังคำสั่ง ยอมทิ้งอาวุธ แม้ในใจยังคุกรุ่นด้วยโทสะ พวกเขาจ้องมองฉินเฟิงอย่างไม่ลดละ
ฉินเฟิงไม่สนใจ เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“พวกเจ้าล้วนเป็นทหารต่างแดน แต่กล้าสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวงของต้าเหลียง ช่างจงใจเหยียบย่ำเกียรติแห่งต้าเหลียงนัก”
“หนิงหู่”
“สังหารทหารเป่ยตี๋ให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!!!”
ได้ยินเช่นนี้ หานอวี้กับหลู่หลีเบิกตากว้าง ทั้งโกรธทั้งตกตะลึง
หนิงหู่ไม่รีรอ นำองครักษ์ค่ายเทียนจีพุ่งเข้าใส่
ผู้ใดสวมเกราะทหาร ล้วนโดนสังหารสิ้น
กลิ่นคาวเลือดพลันคลุ้งไปทั่วทั้งถนน…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ