เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 715

บทที่ 715 ขุนนางจากสามัญชน

พอสั่งการทุกอย่างเรียบร้อย ฉินเฟิงก็เดินไปตามถนน ท่าทีสบายใจ ไพล่มือไว้ด้านหลัง

ผู้คนที่รวมกันอยู่ข้างถนนมองเขาเดินผ่านไป ดวงตาเป็นประกาย พลางหันกระซิบกระซาบกัน

“นั่นไม่ใช่ท่านโหวฉินหรอกหรือ?”

“ท่านโหวฉิน? นั่นเรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว ตอนนี้ท่านเป็นจ่างเล่อป๋อต่างหาก”

“อะไร? ถูกลดตำแหน่งหรือ?”

“ลดตำแหน่งอะไร ไม่ใช่เลื่อนขั้นหรือ!”

“เดิมทีถูกลดตำแหน่งเป็นเพียงสามัญชน ต่อมาเพราะการเจรจาสันติภาพเลยได้รับตำแหน่งจ่างเล่อป๋อ”

“โอ้ ถ้าไม่ระวังให้ดี นายน้อยฉินจะได้ยศทั้งหมดของแคว้นต้าเหลียงเราแล้ว”

“ฮึ นายน้อยฉินของเราถูกลดตำแหน่งบ้าง ได้เลื่อนขั้นบ้าง ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?”

“ข้าไม่แปลกใจสักนิดถ้าวันนี้แต่งตั้งเขาเป็นกั๋วกง วันพรุ่งลดตำแหน่งเป็นสามัญชน”

“ยศถาบรรดาศักดิ์ สำหรับนายน้อยฉินก็เป็นเพียงชื่อที่ตั้งให้ดูดี อย่าว่าเป็นป๋อเลย แม้แต่ยศต่ำสุดอย่างหนานก็ไม่เห็นเป็นปัญหา เพราะแค่คำพูดของนายน้อยฉินคำเดียว ก็มีอำนาจกว่าขุนนางขั้นสูง ๆ เสียอีก”

ข่าวของชาวเมืองหลวงเร็วที่สุดแล้ว พวกเขารู้เรื่องราว ‘วีรกรรมอันยิ่งใหญ่’ ของฉินเฟิงในช่วงนี้ดี

อีกทั้งฉินเฟิงยังมักเดินเล่นในเมืองหลวงอยู่บ่อย ๆ ชาวบ้านได้เห็นหน้าอยู่เรื่อย ๆ เรื่องของฉินเฟิงเลยเป็นหัวข้อสนทนาที่น่าสนยิ่ง

พ่อค้าต่างเมืองที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้ไม่กี่วันมองชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาตรงหน้าอย่างงงงวย

“เขา… เขาคือนายน้อยฉินหรือ?”

“แม้แต่ในบ้านเกิดของข้า ก็ยังได้ยินชื่อเสียงนายน้อยฉิน ใต้เท้าผู้ทรงอิทธิพลเหนือราชสำนักและบ้านเมือง เหตุใดเดินเล่นอยู่ข้างนอกตามลำพัง?”

“ถ้าไม่ได้ยินเสียงพูดคุย ข้าคงไม่รู้ว่าเขาคือนายน้อยฉินในตำนาน”

พ่อค้าเมืองหลวงที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะออกมา “เพียงลำพัง? เจ้าไม่เห็นหรือว่ามีบ่าวรับใช้ติดตามนายน้อยฉินอยู่คนหนึ่ง”

พ่อค้าต่างถิ่นเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก ฝืนยิ้มพลางกล่าว “แค่บ่าวรับใช้คนเดียว จะมีประโยชน์หรือ?”

“นายอำเภอบ้านข้า ออกจากศาลาว่าการทีไรก็ต้องมีคนติดตามเป็นสิบ ๆ คน”

“ขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงยิ่งต้องรักษาหน้าตา ใช้เกี้ยวแปดคนหาม มีผู้ติดตามนับไม่ถ้วนไม่ใช่หรือไร”

“อย่างก่อนหน้านี้ข้าเคยได้พบขุนนางกรมคลังผู้หนึ่ง ท่านก็นั่งเกี้ยว ทั้งยังมีองครักษ์ติดตามกว่าสิบคน”

“ขบวนของนายน้อยฉินอย่างน้อยก็ควรยิ่งใหญ่ระดับซื่อจื่อไม่ใช่หรือ?”

ชายชราที่มาซื้อผักได้ยินก็หัวเราะลั่น

“ฮ่า ๆๆ ขบวนเกียรติยศหรือ? นายน้อยฉินยังต้องการขบวนเกียรติยศ?”

“นี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่ข้าเคยได้ยินในปีนี้เลย”

พ่อค้าต่างถิ่นขมวดคิ้วแน่น ไม่เข้าใจว่าชายชายชราหัวเราะเรื่องอะไร

ยิ่งไม่เข้าใจว่าคำพูดของตนมีอะไรให้น่าขำขัน

ผู้มีตำแหน่งสูงและมากอำนาจล้วนต้องมีองครักษ์ติดตาม นี่คือหลักการที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่โบราณ

โดยเฉพาะบุคคลเช่นฉินเฟิง ความปลอดภัยของเขาสำคัญนัก

ไม่รอให้คนขายผักอธิบาย ชายหนุ่มที่แบกคานหาบอยู่ด้านหลังก็สอดปากขึ้นว่า

“เพื่อปลอดภัย? ฮ่า ๆ ที่นี่คือเมืองหลวงยังจะมีคนสิ้นคิดกล้าคุกคามความปลอดภัยนายน้อยฉินหรือ?”

“ในเมืองหลวงนี้ ผู้ที่อันตรายที่สุดก็คือคนในพระราชวัง”

“และคนของพระราชวังที่ปรากฏตัวบ่อย ๆ ก็ไม่พ้นทหารรักษาพระราชวัง แต่เจ้ารู้หรือไม่ ยามนี้ทหารรักษาพระราชวังเห็นนายน้อยฉินก็ยังต้องเดินอ้อม”

ที่นี่คือเมืองหลวง ใต้ฝ่าพระบาทของโอรสสวรรค์ ใครเล่าจะกล้าก่อเหตุร้ายกลางเมือง อย่างไรบ้านเมืองก็มีขื่อมีแป

พอเห็นฉินเฟิงเดินทอดน่องสบายใจ ฉินเสี่ยวฝูได้แต่ส่ายหน้า

“นายน้อย ใต้หล้ามีเพียงท่านที่กล้าหาญเช่นนี้”

“ถ้าเป็นขุนนางคนอื่น แม้แต่ขุนนางชั้นผู้น้อยขั้นห้าขั้นหกก็ไม่กล้าเดินเพ่นพ่านเอื่อยเฉื่อยตามถนน”

ฉินเฟิงยักไหล่ไม่ใส่ใจ “ต้องกลัวอะไร?”

“ถ้าเดินตัวตรงก็ไม่ต้องกลัวเงาเอียง ข้าไม่เคยทำเรื่องไม่ดี เหตุใดจะมีคนอยากฆ่าข้าเล่า?”

“ถ้าแม้แต่อยู่ในต้าเหลียงก็ยังมีคนนับไม่ถ้วนอยากสังหารข้า เช่นนั้นชีวิตข้าคงรักษาไว้ได้ยากยิ่งแล้ว”

ฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจฉินเสี่ยวฝู พอถึงหมิ่งเยว่ไจเขาก็รีบวิ่งไปยังลานด้านหลังเพื่อตรวจสอบเหล้าที่กลั่น

เนื่องจากการหมักยังไม่สมบูรณ์ กว่าจะได้กลั่นเสร็จ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกเจ็ดถึงแปดวัน

ไม่มีทางเลือก ฉินเฟิงทำได้แค่อดทนรอ

ขอแค่กลั่นเหล้าขาวสำเร็จ อาศัยจุดเด่นสองประการคือ ‘ฤทธิ์แรง’ กับ ‘ใสเหมือนน้ำ’ ฉินเฟิงก็มั่นใจว่า เหล้าขาวของเขาสามารถชนะสุราชั้นเลิศในใต้หล้าได้ แม้แต่การเป็นพ่อค้าสุราอันดับหนึ่งในใต้หล้าก็อยู่ไม่ไกลแล้ว

หลิ่วหงเหยียนมองฉินเฟิงที่วนเวียนอยู่กับถังสุราทั้งวัน ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

ตอนนี้ สถานการณ์ชัดเจนขึ้นมาก

ภายในต้าเหลียงที่มีราชวงศ์หลี่เป็นผู้นำ ฉินเฟิงรักษาสมดุลอำนาจที่น่ากลัวไว้ได้แล้ว

ตราบใด ฉินเฟิงยังแข็งแกร่ง ราชวงศ์หลี่ก็จะแสดงไมตรี

แต่แน่นอนว่า ไมตรีเป็นเพียงการประนีประนอมที่จำเป็นเท่านั้น

เมื่อใดที่ฉินเฟิงอ่อนแอลง ราชวงศ์หลี่ย่อมไม่ลังเลที่จะทำลายตระกูลฉินอย่างไร้ความปรานี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ