เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 759

บทที่ 759 ยามวุ่นวายสังหารแม่ทัพ

ทหารศัตรูผู้หนึ่งอยู่ใกล้ฉินเฟิง เขาเคยทำศึกกับต้าเหลียงย่อมจำฉินเฟิงได้ จึงตะโกนด้วยความตื่นตระหนก “ท่านแม่ทัพ แม่ทัพศัตรูคือฉินเฟิง!”

ชั่วพริบตา ทหารผู้นั้นถูกทหารม้าเบาเป่ยซีสังหาร แต่ฐานะของฉินเฟิงก็ถูกเปิดเผยเสียแล้ว

เฉินโหมวตาเป็นประกาย เขานึกว่าผู้ที่นำทัพไล่ล่าเป็นเพียงนายกอง มากที่สุดก็เป็นสวีโม่หรือหนิงหู่

แต่ฉินเฟิงกลับมาบัญชาการทัพด้วยตนเอง เฉินโหมวทั้งตกใจและยินดี

ถ้าสังหารฉินเฟิงได้ ย่อมเป็นผลประโยชน์มหาศาลสำหรับเป่ยตี๋

กองทหารม้าของเขาถูกทหารศัตรูที่มากกว่าหลายเท่าปิดล้อม ชั่วพริบตาก็บาดเจ็บล้มตายเกือบหมด เฉินโหมวรู้ดี ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้คือ นำทหารม้าสองร้อยคนที่เหลือถอนตัวออกจากวงล้อม ถ้ายังอยู่ก็มีแต่ตายกับตาย

แต่กับฉินเฟิงอยู่ตรงหน้า เฉินโหมวย่อมไม่ยอมถอยง่าย ๆ

หลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย เฉินโหมวก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วออกคำสั่ง “สังหารฉินเฟิง!”

สิ้นคำ กองพลหมาเหมันต์หลายสิบคนที่กำลังปะปนพัวพันกับทหารเะป่ยซี ทะยานเข้าหาฉินเฟิงราวกับเสือที่เห็นเหยื่อ

สถานการณ์วุ่นวายอย่างยิ่ง ม้าแตกตื่นควบคุมได้ยาก ทหารม้าเบาเป่ยซีที่อยู่โดยรอบต้านทานทหารของกองพลหมาป่าเหมันต์ที่มีเป้าหมายชัดเจนไม่ได้

ทหารม้าเบียดเสียด ผลักกันไปมา

พอทหารม้าของกองพลหมาป่าเหมันต์อยู่ห่างจากฉินเฟิงสิบก้าว พวกมันก็เริ่มโจมตี

หอกยาวพุ่งตรงใส่ฉินเฟิง ทหารม้าหมาป่าเหมันต์อีกสองสามคนที่ไม่สนใจทหารม้าเบาเป่ยซียิงธนูใส่

ฉินเฟิงควบม้ามาตัวเปล่าไม่อาจรีรอ เขาโน้มตัวแนบไปกับหลังม้า หลบการโจมตี

หอกยาวและลูกศรพุ่งเฉียดหลังไป ถ้าเขาตอบสนองช้ากว่านี้สักนิดก็คงไม่รอดแล้ว

กระทั่งหน่วยกล้าตายของกองพลหมาป่าเหมันต์สังหารหมด ฉินเฟิงปีนลงจากหลังม้า กวาดตามองหา ก็ไม่เห็นศัตรูที่เหลือแม้แต่เงาแล้ว

“ปกป้องท่านโหวฉิน!”

“ปกป้องท่านโหวฉินเร็วเข้า ถ้าท่านโหวเป็นอะไร พวกเจ้าทุกคนต้องกลายเป็นคนบาป!”

เหล่าทหารมากมายมุ่งหน้าเข้ามาหาฉินเฟิง แล้วล้อมเขาไว้สามชั้น

“ท่านโหวฉิน กองทหารม้าของกองพลหมาป่าเหมันต์ดุดันนัก ถ้ายังไล่ล่าต่อ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับท่าน พวกข้าไม่อาจแบกรับความผิด กลับค่ายใหญ่ก่อนเถิดขอรับ”

ท่ามกลางคำทัดทานของเหล่าทหารใต้บัญชา ฉินเฟิงไม่มีท่าทีหวั่นไหว แววตายังคงเด็ดเดี่ยว

“พวกมันเป็นผู้ใด! ”

รองแม่ทัพที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่ายหน้ากล่าว “เรียนท่านโหว ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้าศึกเป็นผู้ใด”

ฉินเฟิงหายใจเข้าลึก เจตนาฆ่าฉายชัดในแววตา “เช่นนั้นก็ไม่ต้องใส่ใจ ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใด คืนนี้ข้าจะฆ่ามัน ทหารทั้งหมดจงฟัง เตรียมทัพไล่ล่าต่อ! ”

เหล่าทหารตื่นตระหนก

“ท่านโหว หากจะไล่ล่าให้พวกข้าไปก็พอแล้ว ท่านโหวกลับค่ายใหญ่ก่อนเถอะ”

“ถูกต้องขอรับ ท่านโหวไม่ควรต้องเสี่ยงอันตราย ถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับท่าน พวกข้าไม่อาจรับผิดชอบ”

เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ เฉินโหมวก็นำเหล่าทหารยี่สิบคนยืนอยู่ข้าง ๆ รอคอยให้กองทัพศัตรูติดกับดัก

ชั่วอึดใจ เสียงฝีเท้าม้าดังกระหึ่มเข้ามา

“มาแล้ว!”

เฉินโหมวเอ่ยเสียงต่ำ “เหล่าทหารหาญฟังคำสั่ง! ค่อย ๆ ถอยทัพ”

เหล่าทหารม้าทั้งยี่สิบคน นำโดยเฉินโหมวค่อย ๆ เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เลียนแบบท่าทีของผู้พ่ายแพ้หนีตาย เพื่อล่อลวงศัตรูให้ติดกับ

เบื้องหน้ากองทหารม้าเบาแห่งเป่ยซีคือฉินเฟิง

แม้จะเพิ่งพ่ายแพ้ยับเยิน แต่ฉินเฟิงไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับยิ่งดุดัน เพราะตระหนักดีว่า เบื้องหน้าคือสมรภูมิรบ และมีเพียงผู้กล้าที่จะได้ชื่นชมความสำเร็จ

ทันทีที่เห็นเงาของศัตรู ฉินเฟิงยินดีเป็นอย่างยิ่ง รีบเงื้อมมือสั่งการให้เหล่าทหารบุกตะลุย แต่แล้วก็ต้องชะงัก หยุดมือกลางอากาศ

“ไม่ชอบมาพากล!”

“กองกำลังศัตรูผิดปกติ เห็นได้ชัดว่าแยกกำลังออกเป็นหลายกอง ทั้งยังเคลื่อนที่ช้าเกินไป แม้ม้าศึกจะอ่อนล้าก็ไม่น่าถูกพวกเราไล่ตามทันเร็วขนาดนี้!”

แม้ฉินเฟิงจะไม่อาจทำนายอนาคต แต่คาดเดาขั้นพื้นฐานเขาเชี่ยวชาญ

กองทัพทั้งสองเคลื่อนทัพเต็มกำลัง ต่อให้ไล่ตามด้วยความเร็วสูงสุด อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งก้านธูปจึงจะไล่ตามทัน

พวกเขาตามทันเร็วขนาดนี้นับว่าผิดปกติ ย่อมมีสิ่งแอบแฝง!

ฉินเฟิงพลันตะโกนสั่ง “ลดความเร็ว! ข้างหน้าเป็นกับดัก!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ