บทที่ 760 เฉินโหมวขอชีวิต
กองทหารม้าที่กำลังควบม้าเต็มกำลัง ทั้งยังเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ พอได้รับคำสั่งให้หยุดย่อมไม่อาจหยุดได้ทันที ต้องให้กองหลังชะลอความเร็วก่อน ไล่ขึ้นมาจนถึงกองหน้า ไม่อย่างนั้นม้าด้านหลังจะชนม้าด้านหน้าเอาได้
แม้ฉินเฟิงจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว แต่ทหารม้าแถวหน้าหลายนายก็สะดุดเชือกกับดักแล้ว
โชคดีที่กองทหารม้าด้านหลังลดความเร็วทันเลยไม่มีเหตุเหยียบซ้ำ ทหารม้าที่ล้มลงไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก พวกเขารีบลุกและเริ่มปลอบม้าศึกของตน
เฉินโหมวที่ซุ่มรออยู่ไม่ไกล เห็นว่ากับดักที่เตรียมไว้ไม่ได้ผล ก็ไม่รั้งอยู่แล้วนำกำลังพลหลบหนี
ฉินเฟิงมองตาม สายตาเย็นชา ถ้าปล่อยให้ศัตรูหนีไปได้ วันนี้เขาก็สมควรคว้านท้องตายเสีย
“หน่วยที่หนึ่งไล่ตามไป! ส่วนที่เหลือเฝ้าระวัง แม่ทัพศัตรูต้องออกคำสั่งให้กองทัพกระจายกำลังออกเป็นกองเล็ก ๆ แน่ ถ้าพวกมันล้อมเข้ามา เข้าสู้ทันที!”
สั่งการเสร็จ ฉินเฟิงก็ควบม้านำหน่วยที่ได้รับมอบหมายให้ไล่ตามแม่ทัพศัตรูไป
ระยะห่างร่นลงทุกที พอพูดคุยได้ยิน ฉินเฟิงตะโกนถาม “เจ้าเป็นผู้ใด!”
กับดักล้มเหลว โอกาสรอดย่อมมีน้อย เฉินโหมวรู้ดีจึงตอบตามตรง “ข้า เฉินโหมว ผู้บังคับบัญชากองพลหมาป่าเหมันต์!”
เฉินโหมว?
แววตาฉินเฟิงก็เป็นประกาย ถ้าจำไม่ผิด เฉินโหมวคือญาติฝ่ายมารดาของเฉินซือ!
ให้ตายเถอะ ตระกูลเฉินแห่งเป่ยตี๋ช่างมีผู้กล้าที่เก่งกาจมากจริง ๆ บรรดาญาติมิตรและลูกหลานล้วนองอาจกล้าหาญ
เมื่อรู้ว่าศัตรูคือใคร ฉินเฟิงยิ่งตั้งมั่นว่าต้องสังหารให้ได้
“เฉินโหมว เจ้าบุดมาถึงที่นี่ก็อย่าหวังว่าจะรอดชีวิต ข้าจะตัดหัวเจ้า ครั้นไปเยือนเมืองหลวงเป่ยตี๋ ข้าจะมอบหัวเจ้าให้เฉินซือเป็นของกำนัล!”
เผชิญหน้ากับคำข่มขู่ เฉินโหม่วไม่หวาดหวั่น เขาหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ ฉินเฟิง เจ้าอยากฆ่าข้าหรือ เจ้ายังเด็กนัก รอให้เจ้าไล่ตามข้าทันก่อนเถิด!”
เฉินโหมวปล่อยบังเหียน ดึงธนูออกจากอานม้า แล้วหันหลังกลับมายิง
โชคยังดีที่ม้าเกิดสะดุ้ง ทำให้ลูกธนูพลาดเป้าหมายไปไกลลิบ
ฉินเฟิงย่อมไม่ยอมถูกโจมตีฝ่ายเดียว “ยิงเฉินโหมวลงมา!”
ได้ยินคำสั่ง ปฏิบัติทันที บรรดาทหารม้ารอบ ๆ กว่าร้อยคน ควบม้าพลางขึ้นธนู ระดมยิงใส่เฉินโหม่ว ทว่าระบะห่างมากเกินไป และเฉินโหมวเองก็ไม่ใช่เป้านิ่ง เขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว ห่าธนูเลยไม่ถูกเฉินโหมวราวกับเขามีเทพคุ้มครอง
“ยิงต่อไป!”
ฝนธนูหนาแน่นพุ่งออกไปไม่ขาดสาย โชคชะตาย่อมไม่อาจเข้าข้าผู้ใดได้ตลอด
สายตาฉินเฟิงจับจ้องอยู่ที่เฉินโหมว แม้มองไม่เห็นว่าถูกยิง แต่เห็นว่าเฉินโหมวกระตุกไปวูบหนึ่ง
“โดนเข้าแล้ว!” ฉินเฟิงยินดีนัก ออกคำสั่งให้ทหารยิงต่อไปอย่าหยุด ต้องลากเฉินโหมวลงจากหลังม้าให้ได้!
อีกด้านหนึ่ง กองกำลังเล็ก ๆ ที่เฉินโหมวสั่งกระจายออกไปเริ่มเข้าโจมตีกองทัพของฉินเฟิง แต่ฉินเฟิงก็เตรียมการไว้พร้อมแล้ว กองทัพของฉินเฟิงส่งหน่วยทหารม้าออกไปอย่างต่อเนื่อง ต้อนรับการโจมตีของทหารม้ากองย่อยของกองพลหมาป่าเหมันต์
ด้านเฉินโหมว หลังควบม้าหนีมากว่าพันก้าว สุดท้ายก็ร่วงลงจากหลังม้า ร่างกระแทกพื้นอย่างแรง เขาไม่ได้โดนยิงตก แต่เป็นเพราะต้องควบม้าเร็วล่าถอยอย่างต่อเนื่อง ม้าศึกจึงหมดแรง
เฉินโหมวล้มลง เหล่าทหารม้าที่อยู่ใกล้ ๆ รีบควบม้าหมายเข้าปกป้อง ทว่าพวกเขายังไม่ทันเข้าถึงตัวเฉินโหมวก็ถูกธนูของทหารม้าเกราะเบาเป่ยซียิงร่วง
“ย่าห์!”
ฉินเฟิงดึงบังเหียนแรง ม้าหยุดกะทันหัน เขานั่งอยู่บนหลังม้า มองเฉินโหมวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากที่สูง
เฉินโหมวกุมไหลซ้ายที่บาดเจ็บ เลือดยังไหลไม่หยุด เขากล่าวว่า “ขอเพียงท่านโหวฉินละเว้นชีวิตข้า ข้าก็ยินดีรับใช้ท่าน ต่อให้ท่านสั่งไปบุกภูเขาดาบทะเลเพลิงข้าก็ไม่กลัว แต่ถ้าท่านฆ่าข้า ย่อมเป็นการผูกความแค้นกับกองพลหมาป่าเหมันต์ ทั้งยังจะทำให้พี่ชายข้า เฉินซือ โกรธแค้น แล้วท่านโหวจะได้ประโยชน์อันใด”
“ไม่ใช่แค่นั้น ข้าเป็นผู้บังคับบัญชากองพลหมาป่าเหมันต์ ท่านไว้ชีวิตข้า ข้าย่อมพาทั้งกองพลหมาป่าเหมันต์แปกพักตร์เข้ากับท่าน”
กองพลหมาป่าเหมันต์?!
เหล่าทหารต่างตื่นเต้นขึ้นมา ด้วยทุกคนรู้ดี การบุกโจมตีคราวนี้เฉินโหมวพาทหารมาเพียงหนึ่งพันคน แต่กลับบุกตลุยตีกองทักของหลู่ฉือกับหลี่โฉ่วจนพ่ายแพ้ และถอยกลับได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น เฉินโหมวยังเผชิญหน้ากับกองทหารม้าของฉินเฟิงซึ่งก็ทำให้สูญเสียไปไม่น้อย
แม้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าหลายเท่า พวกเขาก็ยังพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกองทัพหมาป่าเหมันต์แล้ว
ทุกคนต่างทราบดี กองทหารม้าเบาป่ายตี้ไม่อาจเทียบเคียงกองพลหมาป่าเหมันต์ จึงได้ใช้จำนวนเข้าสู้ สำหรับหองพลหมาป่าเหมันต์ก็มีเพียงกองทหารม้าทมิฬเท่านั้นที่พอจะต่อกรได้
แต่ปัญหาคือ กองทหารม้าทมิฬเป็นกองทหารม้าเกราะหนัก ทำได้เพียงป้องกัน ไม่อาจไล่ล่า
ถ้าคราวนี้ดึงกองพลหมาป่าเหมันต์ที่เป่ยตี๋ภาคภูมิใจมาไว้ใต้บังคับบัญชาได้ อำนาจทางทหารของอำเภอเป่ยซีย่อมเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี
“ท่านโหวฉินยังลังเลสิ่งใด รีบตอบตกลงเถิดขอรับ!”
“ถูกต้อง โอกาสเช่นนี้ไม่แน่ว่าจะได้เจออีก”
“กองพลหมาป่าเหมันต์ทั้งกองเชียวนะขอรับ!”
แม้เฉินโหมวจะแสดงเจตจำนงว่ายอมจำนน และเหล่าทหารรอบ ๆ ก็คะยั้นคะยอ ทว่าแววตาฉินเฟิงยังมั่นคง
เขาคว้าแหลนม้าจากมือทหาร แล้วจ่อไปที่อกเฉินโหมว การกระทำของฉิรเฟิงรวดเร็วจนเฉินโหมวตั้งตัวไม่ทัน แม้แต่เหล่าทหารเป่ยซีงุนงงสงสัย
หรือนายน้อยฉินไม่เห็นกองพลหมาป่าเหมันต์ในสายตา? แต่เช่นนี้จะไม่หยิ่งผยองเกินไปหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ