บทที่ 798 ดอกไม้บานสะพรั่งในสวนหลังบ้าน
อำเภอเป่ยซีตั้งอยู่ในเขตชายแดน โดยทั่วไปแล้วไม่เหมาะสำหรับการค้าขาย แต่หลังจากการพัฒนาของฉินเฟิง อำเภอเป่ยซีได้กลายเป็นเมืองสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่เพียงแต่มีพรมแดนติดกับเป่ยตี๋ แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญทางการค้ากับแคว้นเพื่อนบ้านอื่น ๆ อย่างแคว้นเกาชาน
การขยายช่องทางการค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้อำเภอเป่ยซีมีผู้คนหลากหลายมากขึ้น ทำให้แม้จะเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดก็ยังมีสายลับและผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามา
แต่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการพัฒนาก็จำเป็นต้องค้าขายกับแคว้นอื่น ๆ
ตอนนี้แคว้นที่ทำการค้าโดยตรงกับอำเภอเป่ยซีมีแคว้นเกาชานกับแคว้นเยว่จ้าวทางทิศตะวันออก ส่วนการค้ากับเป่ยตี๋ แม้จะอยู่ในฃการเจรจา แต่ยังไม่ได้เริ่ม
กระนั้นพ่อค้าวาณิชทุกคนต่างเข้าใจดี หากเส้นทางการค้ากับเป่ยตี๋เปิด อำเภอเป่ยซีจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดในรัศมีหมื่นลี้
พ่อค้าที่เข้ามาตั้งรกรากในอำเภอเป่ยซีล่วงหน้าจะทำกำไรได้มหาศาล
แรกเริ่มหลินฉวีฉีตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างเรือนให้ฉินเฉิงซื่อ แต่เมื่อดูการวางผังที่ดิน อารมณ์ก็พลันหนักอึ้ง
“ที่ดินในเขตเมืองชั้นในแพงเกินไป กระทั่งการสร้างเรือนธรรมดา ๆ แค่ซื้อที่ดินก็ต้องใช้เงินอย่างน้อยหนึ่งแสนตำลึงแล้ว แล้วยิ่งชาวอำเภอเป่ยซีหาเงินได้มาก ราคาสินค้าต่าง ๆ ก็สูงตาม เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดแล้ว การสร้างเรือนจนเสร็จสมบูรณ์คงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าสองแสนตำลึง”
“หากไม่ไหวจริง ๆ จะยืมที่ดินสาธารณะได้หรือไม่?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สวีโม่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ปฏิเสธอย่างหนักแน่นทันที “ไม่ได้!”
“พี่ฉินบอกแล้วว่า ที่ดินสาธารณะใครก็แตะต้องไม่ได้”
เห็นสวีโม่ทำตามคำสั่งทุกอย่างของฉินเฟิงอย่างแข็งขัน หลินฉวีฉีแย้มยิ้ม “ข้าแค่พูดเล่น เจ้าตระหนกไปไย? สมกับเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของฉินเฟิงจริง ๆ”
โดนหลินฉวีฉีเย้าแหย่ สวีโม่ไม่สนใจ “บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ เจ้าคิดหาวิธีอื่นเถิด ถ้าไม่ได้จริง ๆ เงินสองแสนตำลึง ถ้าต้องจ่ายก็จ่าย ถึงอย่างไรนี่ก็เพื่อฮูหยินฉิน”
หลินฉวีฉีส่ายหน้าซ้ำ ๆ “เจ้าก็รู้นิสัยของฮูหยินฉินดี ถ้ารู้ว่าเราใช้เงินมากมายสร้างเรือนให้ นางต้องโกรธมากเป็นแน่”
“อย่างไรก็ฟังคำฮูหยินฉินไว้ก่อนเถอะ ซื้อของที่มีอยู่แล้วดีกว่า”
หลินฉวีฉีเก็บความคิดที่จะสร้างเรือนให้ฉิรเฉิงซื่อไว้ก่อน แล้วพาสวีโม่ออกไปสอบถามตามท้องถนน เดินวนเวียนอยู่ราวหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่ได้ยินว่าใครจะขายเรือน
ทุกคนต่างยึดแหล่งที่อยู่ของตนอย่างมั่นคง ยิ่งราคาที่ดินก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนจะยอมขายบ้านเรือนง่าย ๆ ได้อย่างไร
ทฤษฎีกับความเป็นจริงแตกต่างกัน
แม้แต่หลินฉวีฉีก็คิดไม่ถึงว่า การหาเรือนให้ฮูหยินฉินจะยากลำบากเพียงนี้
เห็นหลินฉวีฉีเดินเอามือไพล่หลัง สีหน้าเคร่งเครียด ชาวบ้านที่ยืนอยู่ข้างถนนคนหนึ่งรวบรวมความกล้าถามขึ้น “ท่านนายอำเภอทำไมดูกังวลใจนักเล่าขอรับ?”
หลินฉวีฉีถอนหายใจ “ก็เรื่องเรือนนั่นแหละ”
เรือน?
ชาวบ้านผู้นั้นสงสัย “ท่านนายอำเภอผู้สูงศักดิ์ เหตุใดต้องกังวลเรื่องบ้านเรือนด้วยเล่า?”
หลินฉวีฉีหน้าหม่น กล่าวอย่างจนปัญญา “แพงเหลือเกิน ข้าซื้อไม่ไหว”
ได้ยินเช่นนั้น พ่อค้าและชาวบ้านรอบข้างต่างหัวเราะลั่น…แปลกประหลาดนัก นายอำเภอผู้ควบคุมการคลังของอำเภอเป่ยซีซื้อบ้านไม่ไหว?
สวีโม่ที่อยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจ แล้วพูดขึ้น “พูดถึงเรื่องนี้ ข้าเองก็ไม่มีที่อยู่ถาวรในอำเภอเป่ยซีเหมือนกัน ย้ายไปมาระหว่าง ศาลว่าการอำเภอ ค่ายเทียนจี และค่ายทหารอยู่เช่นนี้”
หลินฉวีฉีไม่สนใจสวีโม่แล้ว เขาขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ขอที่ดินจากค่ายเทียนจีเถิด อย่างไรค่ายเทียนจีก็ต้องย้ายออกจากเมืองชั้นในอยู่แล้ว ถือโอกาสเอาที่ดินมาสักแปลงก่อนจะถูกริบไปเสียเลย”
“อีกทั้งรอบ ๆ ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการทหารและการเมือง แม้แต่…” หลินฉวีฉีพลันลดเสียงลง มองไปทางสวีโม่
“แม้แต่หน่วยใหญ่ขององครักษ์เสื้อแพรก็อยู่ไม่ไกล”
“หากสร้างเรือนให้ฮูหยินฉินที่นั่นก็รับประกันความปลอดภัยได้แน่นอน ต่อให้พวกหน่วยสอดแนมเก่งกาจก็ไม่อาจแทรกซึมเข้ามาทางตะวันออกของเมืองชั้นใน”
ถ้ากล่าวว่าเมืองชั้นในคือหัวใจของอำเภอเป่ยซี ทิศตะวันออกก็คือหัวใจของเมืองชั้นใน
ค่ายเทียนจี หน่วยองครักษ์เสื้อแพร กองบัญชาการทหาร คลังอาวุธ ล้วนตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองชั้นใน
หลินฉวีฉีตัดสินใจพาสวีโม่ไปขอที่ดินทางตะวันออกของเมือง
หลินฉวีฉีแค่นเสียงอย่างเย็น “ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่ให้เกียรติฮูหยินฉิน มารดาของฉินเฟิง”
สวีโม่ส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น หลู่หมิงกับฉินเสี่ยวฝูเป็นเจ้าสองตัวแสบที่ประสบความสำเร็จ ครองตำแหน่งที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ในค่ายเทียนจี
หลู่หมิงเที่ยงตรงไม่เอนเอียง ไม่ให้หน้าใครทั้งสิ้น ส่วนฉินเสี่ยวฝูเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด แม้บางครั้งจะทำเรื่องไม่ดีอยู่บ้าง แต่เข่าเป็นคนมีไหวพริบดีนัก
สองคนเกื้อกูล จัดการค่ายเทียนจีได้อย่างเป็นระบบระเบียบ กลายเป็นแหล่งผลิตสินค้าทั้งด้านการดำรงชีพและการทหาร
รายได้มหาศาลของค่ายเทียนจีทุกวันนี้เป็นเพราะฉินเสี่ยวฝูสืบทอดนิสัยดีงามของฉินเฟิง สร้างสัมพันธ์กับเหล่าพ่อค้าวาณิช กลายเป็นสหายกินดื่มสนุกสนาน…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ