บทที่ 801 ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ
จิ่งฉือท่าทีเด็ดเดี่ยว ไม่ให้โอกาสฉินเฟิงต่อรองใด ๆ นางเป็นองค์หญิงแห่งเป่ยตี๋ จำต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมาในทุกการกระทำ
หากเข้าเมืองพร้อมกับฉินเฟิง ผู้ที่รู้เรื่องย่อมรู้ว่านางจำใจ แต่ผู้ไม่รู้ก็อาจเข้าใจผิดว่า จิ่งฉือร่วมมือกับฉินเฟิงเสียแล้ว
อีกอย่าง…
ฉินเฟิงสร้างความวุ่นวายในซางโจว ส่งเสริมให้มีการสนบัสนุนจิ่งเชียนอิ่งทายาทของฮ่องเต้เป่ยตี๋พระองค์ก่อน ทั้งในแง่สาธารณะและส่วนตัว ทั้งในแง่อารมณ์และเหตุผล จิ่งฉือสมควรเป็นศัตรูตัวฉกาจของฉินเฟิงถึง
แต่ว่า…
นับแต่ได้เห็นวิธีการของฉินเฟิงที่เมืองอวี๋ รวมถึงการที่ฉินเฟิงใช้สถานะ ‘ทูตต่างแคว้น’ ข่มขู่นาง จิ่งฉือแค้นนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
พอเห็นกำแพงเมืองหลวงปรากฏขึ้นไกล ๆ จิ่งฉือจะยอมเข้าเมืองพร้อมกับฉินเฟิงไม่ว่าอย่างไร
มุมปากของฉินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย มองจิ่งฉือที่กำลังโกรธจัดด้วยความสนใจ
“องค์หญิง ท่านไม่อยากเข้าเมืองพร้อมกับข้า ไยไม่บอกแต่แรกเล่า?”
“ข้าต้องขออภัยจริง ๆ ข้าส่งคนไปแจ้งทหารยามที่ประตูเมืองเสียแล้ว”
ได้ฟังคำฉินเฟิง จิ่นฉือโกรธจนตัวสั่น จ้องมองฉินเฟิงอย่างเกรี้ยวกราด…อยากจะกินเลือดกินเนื้อเจ้าหัวขโมยแซ่ฉินเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“อะไรนะ?! เจ้าส่งคนไปแจ้งล่วงหน้าแล้ว? เจ้าคนปากไว ไยถึงได้ปากเร็วนัก?”
“หากชื่อเสียงของข้าเสียหาย ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า!”
จิ่นฉือที่ปลอมตัวมาตลอดทาง ไม่สนใจจะแกล้งทำอีก กลับมาเป็นองค์หญิงแห่งเป่ยตี๋คนเดิม ออกคำสั่งกับฉินเฟิงอย่างเอาแต่ใจ
ฉีย่าที่อยู่ข้าง ๆ อยากจะเข้าไปช่วยองค์หญิงต่อว่าอยู่หลายครั้ง แต่พอนึกถึงความดุร้ายของฉินเฟิงที่เมืองอวี๋ นางก็ได้แต่กลืนคำพูดกลับลงคอไป
ฉินเฟิงส่งสายตาที่ราวกับชื่นชมฉีย่าว่า ‘ฉลาด’
แล้วหันกลับมายิ้มตาหยีใส่จิ่นฉือ “เสียชื่อเสียงหรือ? องค์หญิง พูดเช่นนี้ไม่ถูกต้องกระมัง?”
“เพียงองค์หญิงเข้าเมืองไปพร้อมกับข้า เกรงว่าจะได้รับความรักใคร่จากชาวเมืองเนืองแน่นทีเดียว”
ได้ยินเช่นนั้น จิ่นฉือแค่นเสียงเบา “ข้าจะเชื่อคำเจ้าได้อย่างไร!”
“ทั่วทั้งแผ่นดินเป่ยตี๋ของข้า ผู้คนนับหมื่นแสนล้วนอยากกินเนื้อดื่มเลือดเจ้า ผู้ใดร่วมมือกับเจ้าย่อมนับเป็นศัตรูของเป่ยตี๋ แล้วข้าในฐานะองค์หญิงแห่งเป่ยตี๋กลับร่วมทางมากับเจ้า ย่อมถูกผู้คนทั่วหล้าชี้หน้าด่าทอ!”
วาจาจิ่งฉือคมกริบ แต่ในใจกำลังร่ำไห้
นางช่างโชคร้ายนักที่เจอกับฉินเฟิงระหว่างทาง
เดิมทีเขาก็ปั่นป่วนต้าเหลียงไปทั่วแคว้น ยามนี้ถึงกับมาก่อเรื่องที่เป่ยตี๋แล้ว ช่างเป็นตัวกาลกิณีจริง อย่าว่าแต่คนเลย แคว้นใดที่เขาแตะต้องล้วนต้องพบจุดจบน่าอนาถ
จิ่งฉือไม่รู้ตัวเลยว่า ท่าทางโกรธจัดของนาง ช่างน่าสนใจในสายตาของฉินเฟิง
ฉินเฟิงกางมือออกพลางอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ “ข้ามาเป่ยตี๋คราวนี้ก็ด้วยเรื่องค่าปฏิกรรมสงคราม ท่านในฐานะองค์หญิงไม่ห่วงร่างกายกายอันมีค่า ลงมาเจรจากับข้าเพื่อลดค่าปฏิกรรมด้วยตัวเอง ช่างเป็นผู้มีคุณธรรมยิ่งใหญ่ไม่ใช่หรือ?”
“ถ้าข้าเป็นราษฎรของเป่ยตี๋ ข้าคงจะก้มลงคำนับท่านอย่างสุดซึ้งแล้ว”
“เป่ยตี๋มีองค์หญิงเช่นท่านนับว่าโชคดีนัก”
เผชิญหน้ากับคำพูดหว่านล้อมของฉินเฟิง จิ่งฉือกัดริมฝีปากเบา ในใจนึกด่าทอสงสัย…ใต้หล้านี้ยังจะมีผู้ใดไร้ยางอายเช่นนี้ได้บ้างหรืออย่างไม่
จิ่งฉือพลันถ่มน้ำลาย “ถุย! เจ้าเป็นคนเช่นไร ข้าจะไม่รู้เชียวหรือ?”
“เจ้าเป็นไก่เหล็ก*[1]อันดับหนึ่งของแคว้นต้าเหลียง ใครก็ตามที่ถูกเจ้าจับตาล้วนถูกลอกคราบ สิ้นเนื้อประดาตัว”
“ตอนนั้นหลู่จู้กั๋วกับแม่ทัพเฉินร่วมมือกันก็ยังไม่อาจทำให้เจ้าลดค่าปฏิกรรมสงครามได้ แล้วคำพูดข้าไม่กี่คำจะมีประโยชน์ใด? เฮ่อ ๆ ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะมีความสามารถมากถึงเพียงนั้น”
“การค้าขายแลกเปลี่ยนก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการเจรจาตั้งแต่แรก”
“แต่ข้าก็ยังรู้จักตัวเอง ด้วยชื่อเสียงของข้า การจะเช่าหรือซื้อร้านค้าสักร้านในเมืองหลวงเป่ยตี๋คงเป็นเพียงความฝันเลื่อนลอย”
“ชาวบ้านเมืองหลวงเป่ยตี๋ ต่อให้ต้องเผาร้านค้าทิ้งก็คงไม่มีวันขายให้ข้า”
“หากองค์หญิงสามารถช่วยข้าหาร้านค้าสักแห่ง ช่วยจัดการเรื่องโฉนดที่ดินกับเอกสารต่าง ๆ ให้ ข้าจะมอบเงินหนึ่งล้านตำลึงให้ท่านครบถ้วนแน่นอน”
หนึ่งล้านตำลึง แม้แต่ฉินเฟิงก็นังถือว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่ไม่อาจมองข้าม
แต่เพื่อเปิดตลาดขนาดใหญ่ในเป่ยตี๋ ใช้เงินจำนวนนี้นับว่าคุ้มค่า
ไม่อย่างนั้นในอนาคต เมื่อสองแคว้นเริ่มค้าขาย พ่อค้าทั้งหมดจากต้าเหลียงย่อมมาทำการค้าในเป่ยตี๋ได้ จะมีก็แต่ตระกูลฉินที่ถูกกีดกัน ถึงตอนนั้นคงอึดอัดจนอกแทบระเบิดแน่
อีกอย่าง…
การเปิดโรงกลั่นสุราเป็นเพียงก้าวแรกของฉินเฟิงในการควบคุมเศรษฐกิจของเป่ยตี๋
เพียงแค่สามารถกลายเป็นพ่อค้าผู้ร่ำรวยในเป่ยตี๋ได้ ก็จะค่อย ๆ ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ของทุกวงการ เมื่อถึงเวลานั้น ‘เงิน’ ก็จะไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว
หากเป่ยตี๋กล้าไม่ซื่อตรง ฉินเฟิงก็ไม่ต้องเสียทหารสักคน เพียงแค่กดดันทางด้านเศรษฐกิจก็สามารถทำให้เป่ยตี๋ยอมจำนนได้
ความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่นี้คือแผนการลับที่แม้แต่จิ่งเชียนอิ่งกับหนิงหู่ก็ยังไม่รู้
เมื่อดอกไม้บนภูเขาบานสะพรั่ง เขาก็จะได้นอนหัวเราะอยู่บนกองเงิน
จิ่งฉือไม่ใช่คนโง่ และนางรู้ดีว่าฉินเฟิงเจ้าเล่ห์เหลือเกิน เขาย่อมต้องมีแผนการชั่วร้ายซ่อนอยู่ แต่การแลกร้านค้าหนึ่งร้านกับเงินหนึ่งล้านตำลึง ไม่ว่าจะคิดแง่ใดก็นับว่าเป็นการค้าที่คุ้มค่า
[1] ไก่เหล็ก (铁公鸡) หมายถึง คนตระหนี่ ขี้งก ไม่คิดทำเรื่องใดที่จะทำให้ตนเองขาดทุน หรือเข้าเนื้อตัวเอง และถึงขั้นไม่คิดจะควักเงินตัวเองตั้งแรก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ