เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 923

บทที่ 923 กำลังจะเกิดการนองเลือด

ไม่เพียงแต่ในหมู่บ้าน การต่อสู้นอกหมู่บ้านก็ยังคงดำเนินต่อไป

ไม่นาน กองทหารม้าเป่ยซีสี่ร้อยคนก็ตามมาถึง และเปิดฉากโจมตีกองกำลังที่อยู่รอบตัวหลู่หลีโดยได้รับการสนับสนุนจากรองแม่ทัพกองทัพประจำการเป่ยตี๋ที่เปลี่ยนข้าง และทหารอีกหกร้อยคน

ทหารองครักษ์ตระกูลหลู่ถูกรองแม่ทัพกองทัพประจำการสังหารไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เหลือคนอยู่ข้างกายไม่มากนัก แต่ก็ยังพอจัดการป้องกันได้ แม้ยากลำบาก

การต่อสู้ดำเนินไป ทหารฝ่ายหลู่หลีเริ่มสังเกตเห็นว่ารองแม่ทัพกองทัพประจำการทรยศ หันไปช่วยเหลือกองทหารม้าเป่ยซีโจมตีฝ่ายตน ทหารอาสาสูญเสียขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ บ้างก็วิ่งหนี ขบวนทัพแตกกระเจิง

สุดท้ายก็เหลือเพียงทหารองครักษ์ของหลู่หลีที่ยังคงพยายามต้านทานอย่างยากลำบาก น่าเสียดายที่พวกเขาต้องเผชิญกับการโจมตีแบบกองโจรรอบแล้วรอบเล่าจากกองทหารม้าจากเป่ยซี ไม่มีโอกาสเข้าประชิดตัวก็ถูกสังหารแล้ว

ทหารหลู่หลีลดลงจนถึงจุดวิกฤติ กองทหารม้าเป่ยซีสี่ร้อยคนเปิดฉากบุกหนักในคราวเดียว ทำลายแนวป้องกันของทหารองครักษ์ตระกูลหลู่ได้อย่างราบคาบ

แม้ทัพกองทัพเป่ยซี หวังเถิง ถือแหลนม้าในมือ กระตุกบังเหียนอย่างแรง มุ่งหน้าตรงไปยังหลู่หลี

“เจ้าโจรฌฒ่าหลู่หลี ตายซะ!”

ทหารคุ้มสิบกว่าคนที่เหลืออยู่ข้างกายหลู่หลีพลันยกธนู แล้วยิงครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งยิงถูกม้าของหวังเถิงล้ม หวังเถิงร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง เบื้องหน้าพลันมืดมัว

แต่โชคดีที่รอบข้างล้วนเป็นพวกพ้อง อีกทั้งร่างยังถูกเหวี่ยงออกมาพอสมควร ไม่ได้ถูกม้าทับจึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

หวังเถิงสะบัดศีรษะแรง ๆ แล้วลุกขึ้น รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงที่ซี่โครงด้านซ้าย กระดูกซี่โครงของเขาหักตอนตกม้า แต่เขาก็ยังกัดฟัน ชักดาบ ชี้ไปที่หลู่หลีพลางตะโกนลั่น “โจรชั่วหลู่หลี เจ้ากล้าลอบสังหารนายน้อยของพวกข้า ท่านโหวฉิน พี่น้องตัดหัวมันมาให้ข้า!”

ภายใต้คำสั่งของหวังเถิง กองทหารม้าที่กำลังต่อสู้ชุลมุนค่อย ๆ มารวมตัวกัน เมื่อเห็นหลู่หลีนั่งอยู่ไม่ไกล ทั้งยังไร้ทีท่าว่าจะหนี พวกเขาก็ไม่รีรอ ควบม้าพุ่งเข้าไปหา

แม้ทหารองครักษ์สิบคนของหลู่หลีจะยิงธนุต่อเนื่องจนทำให้ทหารม้าเป่ยซีล้มลงได้สองคน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมที่จะถูกกองทหารม้าชนกระเด็นและเหยียบตายได้

เมื่อทหารองครักษ์ตายหมด ก็เหลือเพียงหลู่หลี

ขณะที่ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากทุกทิศทาง หลู่หลีก็รู้ว่าวาระสุดท้ายของตนมาถึงแล้ว แต่เขาก็ยังคงมองไปทางหมู่บ้านหวังกั่ง ก่อนจะตะโกนถามเสียงดัง “ฉินเฟิงตายแล้วหรือไม่?!”

“ยังมีทหารส่งสารหรือไม่ ฉินเฟิงตายแล้วหรือยัง?!”

ทหารส่งสารถูกสังหารหมดสิ้นไปนานแล้ว แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดตอบสนองหลู่หลี

มีเพียงกองทหารม้าเป่ยซีเข้ามา ทหารม้าเอียงตัวไปด้านข้าง มือถือดาบ แล้วฟันหลู่หลี

“คิดจะฆ่าท่านโหวฉิน ฝันไปเถิด!”

“ท่านโหวฉินของพวกเราสบายดี มีเพียงเจ้าที่ต้องตาย!” กองทหารม้าพลันเหวี่ยงดาบฟันลงบนลำคอของหลู่หลี ศีรษะหลุดออกจากร่าง เลือดสาดกระเซ็น ศีรษะยังไม่ทันตกก็ถูกทหารม้าวัยกลางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศ

ทหารม้าวัยกลางคน มือหนึ่งจับสายบังเหียน อีกมือถือศีรษะของหลู่หลี ควบม้าไปยังสนามรบ พลางตะโกนลั่น

“ชาติสุนัขหลู่หลีถูกสังหารแล้ว!”

“หลู่หลีตายแล้ว!”

ไม่ว่าทหารศัตรูจะยังมีใจคิดต่อต้านหรือไม่ กองทหารม้าวัยกลางคนก็แค่ถือศีรษะของหลู่หลีควบม้าไปมาประกาศ ทั่วสนามรบตรงนั้น ก่อนจะหันหัวม้า มุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านหวังกั่ง

ขณะเดียวกัน ห่างจากสนามรบหนึ่งร้อยก้าว เฉินซือนั่งอยู่บนหลังม้า มองภาพกองทหารม้าเป่ยซีที่กำลังถือศีรษะของหลู่หลีบุกเข้าไปในหมู่บ้าน เขาถอนหายใจยาว

“ท้ายที่สุดแล้ว ฉินเฟิงคือผู้ปกครองชายแดนเหนือและยังเป็นจิตวิญญาณของอำเภอเป่ยซี หากฉินเฟิงตาย อำเภอเป่ยซีก็จะไม่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพหรือทหารเป่ยซีล้วนเป็นคนของอำเภอเป่ยซี พวกเขาย่อมมองทหารที่พยายามลอบสังหารฉินเฟิงเป็นศัตรูที่ต้องสังหารให้สิ้น”

“นอกจากนี้นี่ก็เป็นวิธีการขององครักษ์ค่ายเทียนจี”

“พวกเขาล้วนเป็นสัตว์ร้าย เป็นนักฆ่าที่ฉินเฟิงฝึกฝนด้วยตัวเอง จงรักภักดีและเลือดเย็น”

“หากในที่ลับพวกเจ้าไม่อยากพบองครักษ์เสื้อแพร บนสนามรบ พวกเจ้าย่อมอยากเจอกับองครักษ์ค่ายเทียนจีเป็นที่สุด”

หัวหน้าหน่วยองครักษ์มองไปที่แขนเสื้อว่างเปล่าของเฉินซือ นึกย้อนถึงตอนที่เฉินซือถูกองครักษ์ค่ายเทียนจีที่แทรกซึมเข้ามาใกล้ ยิงธนูสังหาร จนเกือบตาย หัวหน้าหน่วยองครักษ์ไม่รู้ว่าควรเศร้าใจกับความโหดร้ายทารุณขององครักษ์ค่ายเทียนจี หรือควรเศร้าใจกับฉินเฟิงที่ฝึกฝนองครักษ์ค่ายเทียนจีให้เลือดเย็นขึ้นมาดี

แม้แม่ทัพจะตัดสินใจเองโดยพลการฉินเฟิงก็คงไม่ตำหนิ เพราะในสนามรบ ฉินเฟิงไร้ความเมตตาและปรานีต่อศัตรู ถึงกับประชาชนฉินเฟิงจะเป็นเสมือนพระโพธิสัตว์ที่มีชีวิตก็ตาม…

“ท่านแม่ทัพเฉิน พวกเราควรทำอย่างไรต่อ? กลับไปหรือรออยู่ที่นี่?”

เฉินซือครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจ “รออยู่ที่นี่เถิด”

“เมื่อครู่ แม้แต่ข้าเองก็ยังคิดว่า หากฉินเฟิงถูกสังหารก็คงจะดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้โกรธแค้นอย่างถึงที่สุดแล้ว”

“ต่อจากนี้ การที่ข้าจะร่วมมือกับฉินเฟิงอีกครั้ง เกรงว่าจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการชำระล้างพรรคเหยี่ยวในราชสำนักเสียแล้ว”

การชำระล้างพรรคเหยี่ยว…

หัวหน้าองครักษ์หนาวสั่น หลู่หลี่ล้มเหลวในการแก้แค้น ไม่เพียงแต่สละชีวิตของตนเอง แต่ยังทำให้พรรคเหยี่ยวทั้งหมดต้องพินาศ…

บรรดาขุนนางที่แอบซ่อนตัวอยู่ในราชสำนักและต่อต้านฉินเฟิง เกรงว่าจะต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่เสียแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ