เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 978

บทที่ 978 ตระกูลฉินมีข่าวดี

โดยไม่รู้ตัว ฉินเฟิงจงใจทิ้งจางเฉาไว้ นอกจากเรื่องของหลี่เซียวหลานแล้วยังเป็นการพิจารณาทางการเมืองด้วย

จางเฉาในฐานะเจ้าหน้าที่กรมพิธีการเดินทางมาเมืองฉางสุ่ยเพียงลำพังได้แสดงถึงความจริงใจอย่างเพียงพอแล้ว จุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้ แน่นอนว่าเพื่อให้ฉินเฟิงถอนทัพ

แต่ความเป็นจริงโหดร้าย สงครามระดูหนาวได้เริ่มขึ้นแล้ว และฉินเฟิงก็ครองความได้เปรียบอย่างเด็ดขาด การโค่นล้มเป่ยตี๋ เป็นเพียงเรื่องของเวลา หากถอนทัพตอนนี้มิใช่เป็นการให้โอกาสเป่ยตี๋ได้หายใจหรอกหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแค้นเลือดได้ก่อตัว แม้ฉินเฟิงจะปล่อยเป่ยตี๋ แต่สำหรับเป่ยตี๋ ฉินเฟิงก็ยังคงเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้ สักวันหนึ่งเป่ยตี๋จะต้องหาทางแก้แค้นฉินเฟิงแน่นอน

ถ้าตัดหญ้าไม่ถอนราก ภายหลังย่อมมีปัญหาไม่รู้จบ

การที่จะให้ฉินเฟิงถอนทัพแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แน่นอนว่าหากฮ่องเต้เป่ยตี๋ยอมสละราชบัลลังก์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง น่าเสียดายที่โอกาสเช่นนั้นแทบจะไม่มีเลย

ฉินเฟิงต้องการให้จางเฉาเข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจน การเจรจาสงบศึกไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ตามใจชอบ

ตอนนี้หลี่เซียวหลานนอนอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว แรกเริ่มฉินเฟิงคิดว่าหลี่เซียวหลานเป็นระดูจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่ผ่านไป ฉินเฟิงกลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ช่วงไม่กี่วันมานี้หลี่เซียวหลานไม่ได้มีอาการของการเป็นระดูเลย หากเป็นอาการระดูมาไม่ปกติก็ต้องมีอาการปวดท้องร่วมด้วย แต่หลี่เซียวหลานเพียงแค่อ่อนเพลีย ไม่ได้มีอาการเจ็บปวด แสดงว่าไม่ใช่แค่เรื่อง ‘ส่วนตัว’ ธรรมดาของสตรี

“เซียวหลาน เจ้าบอกข้ามาตามตรงเถิด เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ฉินเฟิงถามด้วย สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงหนักแน่น

รับรู้ถึงสายตาที่ไม่อาจโต้แย้งได้ของฉินเฟิง หลี่เซียวหลานที่ปกติมักจะสงบเยือกเย็นหลบสายตา “อาจจะเป็นไข้จากการตากลม…”

ไม่รอให้หลี่เซียวหลานกล่าวจบ ฉินเฟิงตัดบทก่อนแล้ว “เป็นไปไม่ได้ เป็นคนไข้นาน ๆ เป็นหมอเองได้ ข้าเห็นคนเจ็บทุกวัน มีโรคอะไรที่ข้าไม่เคยเห็นบ้าง? อาการของเจ้าไม่ใช่ทั้งระดูมาผิดปกติ และก็ไม่ใช่ไข้หวัด”

“เซียวหลาน เจ้ายังมีอะไรที่ไม่สามารถบอกข้าได้อีกหรือ?”

เผชิญหน้ากับการซักไซ้ไล่เลียงของฉินเฟิง หลี่เซียวหลานรู้ว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว นางได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ความจริงแล้วเป็นเรื่องระดูผิดปกติ กล่าวให้ชัดคือ ระดูข้าไม่มา…ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนข้าก็สังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว เกรงว่าจะเป็นโรคร้าย”

ดวงตาของหลี่เซียวหลานหม่นแสง แววตาหวาดกลัว ครั้งหนึ่งที่อำเภอเป่ยซี ตอนที่นางปลอมตัวอยู่กับฮูหยินฉิน นางเคยเห็นกับตาตัวเองว่า มีหญิงชาวบ้านหลายคนที่เป็นโรคสตรีเพศร้ายแรงต้องตายอย่างเจ็บปวด หลี่เซียวหลานกังวลว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคร้ายเช่นกันจึงทำให้นางกลายเป็นคนซึมเศร้าและลังเลใจ นางไม่กลัวความตาย เพียงแต่กลัวที่จะตายตอนนี้

ทั้งที่เพิ่งได้ครองรักกับฉินเฟิงสมใจ เหตุใดฟ้าดินจึงเลือกเวลานี้เล่า…

แต่เมื่อหลี่เซียวหลานเงยหน้ามองฉินเฟิง กลับพบว่าแววตาของฉินเฟิงผิดปกติไป

หลี่เซียวหลานยิ่งกังวล “เฟิงเอ๋อร์ เจ้ารู้จักโรคร้ายนี้หรือไม่?”

ฉินเฟิงไม่รีบตอบ แต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่กี่วันมานี้เจ้าเบื่ออาหารหรือไม่? มักจะคลื่นไส้อาเจียนบ่อย ๆ ใช่หรือไม่?”

เมื่อได้ยิน หลี่เซียวหลานพยักหน้าซ้ำ ๆ “ใช่แล้ว ตอนที่อยู่ในเป่ยซี พวกหญิงชาวบ้านก่อนจะสิ้นใจก็กลืนอะไรไม่ลงเหมือนกัน แม้แต่น้ำก็ดื่มไม่ได้”

“โอ้ ทำไมสวรรค์ถึง…”

หลี่เซียวหลานรำพึงรำพัน ฉินเฟิงคว้ามือนางมา ท่าทีตื่นเต้น “ระดูไม่มา ทั้งยังคลื่นไส้อาเจียน เจ้าทำให้ข้าตกใจแทบตาย! ฮ่า ๆ ที่เจ้าอ่อนแรงมาหลายวันก็เพราะกินอาหารน้อยเกินไป เจ้าถูกความหิวทรมานจนเป็นเช่นนี้”

หลี่เซียวหลานถามเสียงเบา “แล้วถ้าไม่ทันเล่า?”

ฉินเฟิงสูดหายใจลึก แล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็แต่งกันที่เมืองฉางสุ่ยเสียเลย”

หลี่เซียวหลานเอามือปิดปาก กล่าวอย่างตกใจ “ไม่ได้ ข้าทำเช่นนั้นกับอวิ๋นเอ๋อร์ไม่ได้ อวิ๋นเอ๋อร์ต่างหากที่เป็นภรรยาเอก”

แน่นอนว่าฉินเฟิงไม่ได้ลืมเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ แต่ทุกเรื่องย่อมมีลำดับความสำคัญ เขารีบปลอบหลี่เซียวหลาน “การตั้งครรภ์ยังต้องใช้เวลาสิบเดือน ตอนนั้นพวกเราคงกลับถึงเมืองหลวงนานแล้ว หากเกิดความผิดพลาดไม่ทันการณ์ ข้าจะส่งคนไปรับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์มา ถึงตอนนั้นก็จะแต่งงานพวกเจ้าพร้อมกัน”

ความจริงเรื่องแต่งงานฉินเฟิงกับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์พูดคุยกันก่อนแล้ว เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็เข้าใจดีว่าในฐานะเจ้าหญิงต้าเหลียงหลี่เซียวหลานไม่อาจเป็นอนุของฉินเฟิงได้ ครั้นคำนึงถึงระบบเชื้อพระวงศ์ต้าเหลียงก็จำเป็นต้องแต่งงานกับหลี่เซียวหลานเป็นอันดับแรก วิธีที่ดีที่สุดก็คือแต่งงานวันเดียวกัน ให้หลี่เซียวหลานเข้าประตูก่อน เพื่อแบ่งลำดับความสำคัญกับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์

ฉินเฟิงกอดหลี่เซียวหลานอีกครั้ง แล้วกล่าวด้วยความปลาบปลื้มยินดี “วางใจเถิด เรื่องเหล่านี้ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยเอง เจ้าเพียงแค่ตั้งใจบำรุงครรภ์ก็พอแล้ว”

“ขอบคุณเจ้า เซียวหลาน”

ใบหน้าซีดขาวของหลี่เซียวหลาน กลายเป็นสีแดงระเรื่อ นางถามอย่างเขินอายว่า “ขอบคุณข้าเรื่องใดกัน?”

ฉินเฟิงกอดนางแน่น แล้วกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ขอบคุณเจ้าที่ทำให้ข้าได้เป็นพ่อคน และยิ่งขอบคุณที่เจ้าช่วยมีทายาทสืบทอดตระกูลฉิน”

“ตระกูลฉินของข้า ฉินเฟิง มีเพียงข้าเป็นทายาทคนเดียว การสืบตระกูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ เซียวหลาน เจ้าคือผู้มีพระคุณของตระกูลฉิน เมื่อการล้อมเมืองฉางสุ่ยสิ้นสุด ข้าจะส่งคนไปแจ้งข่าวดีแก่ท่านพ่อและท่านแม่”

หลี่เซียวหลานกอดตอบฉินเฟิง กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “บางทีอาจเป็นหนิวเอ้อร์นำโชคดีมาให้พวกเราก็เป็นได้…”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ