ทรายทองก้าวลงจากรถของลุงสมปองที่คุณหญิงเมธาวีให้มาส่งหล่อนที่โรงพยาบาล

“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง”

หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม จนลุงสมปองแทบยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน

“คุณทรายไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”

ทรายทองระบายยิ้ม ก่อนจะก้าวลงจากรถไป พร้อมกับกล่องข้าวสีสวยในมือ

หล่อนมาที่นี่ตั้งหลายครั้งแล้ว และแต่ละครั้งก็ได้รับคำเหน็บแหนมไร้หัวใจของเมธวัฒน์กลับไปด้วยตลอด จนหล่อนหวาดกลัวเหลือเกิน

“คุณทรายมาหาคุณหมอเมธเหรอคะ”

นางพยาบาลที่หล่อนรู้จักเอ่ยทักทาย หญิงสาวจำต้องพยักหน้ารับน้อยๆ

“ใช่จ้ะ พอดีทรายเอาข้าวกล่องมาให้คุณเมธน่ะ”

“งั้นเชิญเลยค่ะ คุณหมอเมธอยู่ในห้องตรวจที่ 9 ค่ะ”

นางพยาบาลยังคงยิ้มกว้างเป็นมิตร พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

“นี่ก็เลยเที่ยงมาสิบนาทีกว่าแล้ว คุณหมอเมธน่าจะกำลังหิวพอดี”

“เอ่อ... ทรายฝาก...”

หล่อนกำลังจะฝากข้าวกล่องไปให้เขา แต่นางพยาบาลเอ่ยขอโทษเสียก่อน

“พี่ต้องขอโทษคุณทรายจริงๆ นะคะ พอดีมีเคสที่ต้องรีบไปดูน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

ทรายทองยืนมองตามร่างของนางพยาบาลที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไปจนลับตา ก่อนจะหันมาก้มลงมองกล่องข้าวในมือของตัวเอง

ครั้งล่าสุดที่หล่อนนำกล่องข้าวมาให้กับเมธวัฒน์ เขาเย็นชาและไม่สนใจหล่อน ก่อนจะหย่อนกล่องข้าวที่หล่อนอุตส่าห์นำมาให้ลงถังขยะ

ตอนที่เห็น หล่อนน้ำตาร่วง หัวใจเจ็บปวดจนแทบล้มทั้งยืน และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หล่อนก็พยายามที่จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แม้ว่าจะรักแค่ไหนก็ตาม

“เฮ้ออ...”

หญิงสาวถอนใจแผ่วเบาอย่างไร้ทางเลือก ขณะก้าวเดินไปข้างหน้าทีละน้อย

หล่อนอยากเจอเขา แต่เมธวัฒน์ไม่เคยอยากเห็นหน้าหล่อน ดังนั้นเมื่อส่งกล่องข้าวให้แล้ว หล่อนก็จะต้องรีบกลับไปทันที

ในที่สุดก็มายืนอยู่หน้าห้องตรวจประจำของเมธวัฒน์ ที่ด้านหน้าห้องไม่มีใครอยู่แล้ว คงเป็นเพราะเป็นเวลาพักเที่ยง

มือเล็กยกขึ้นเคาะเบาๆ ลงบนบานไม้ตรงหน้า รอจนคนในห้องอนุญาตจึงก้าวเข้าไป

และเมื่อเห็นหล่อน เขาก็ชะงักไปชั่วขณะ

ทรายทองรู้สึกร้อนผะผ่าวกับสายตาที่เขาจ้องมองมา หล่อนทำตัวไม่ถูก และอยากออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

“มาทำไม”

“ทราย... ทรายเอาข้าวกล่องมาให้ตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”

เขายิ้มเยาะเต็มใบหน้า ขณะกวาดตามองไปทั่วทั้งเรือนกายสาว

“คุณแม่สั่ง หรือว่าเธอนำเสนอกันแน่”

หล่อนเบิกตากว้างตกใจ และส่ายหน้าปฏิเสธน้ำเสียงสั่นเทา

“ไม่... ไม่ใช่อย่างที่คุณเมธคิดนะคะ ทราย...”

เขาไม่ทนรอจนหล่อนพูดจบ เพราะเขาแทรกขึ้นมาในทันที

“แล้วเธอรู้หรือว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่”

ทรายทองแทบจะร้องไห้ กับสายตาเหยียดหยามที่เมธวัฒน์มองมา

“ทราย... ทราย...”

“เธอกำลังพยายามจะล่อลวงให้ฉันลากเธอขึ้นเตียง”

“คุณเมธ...?!”

“หรือว่าไม่จริงล่ะ”

รอยยิ้มเยาะหยันยังคงเกลื่อนใบหน้าหล่อเหลา

“เธอใช้คุณแม่เป็นเครื่องมือ เพื่อให้ได้เข้าถึงตัวฉันให้ง่ายขึ้น”

“มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ”

กว่าหล่อนจะเปล่งถ้อยคำปฏิเสธออกมาได้ ก็แทบขาดใจเลยทีเดียว

“อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นสายตาของเธอเวลามองฉันนะ ทรายทอง”

“คุณเมธ...”

“ที่โต๊ะอาหาร เธอมองฉันราวกับจะกินเข้าไปทั้งตัว”

หญิงสาวน้ำตารื้น ส่ายหน้าไปมาอย่างจนปัญญาจะช่วยเหลือตัวเอง

“ทราย... ทรายไม่ได้...”

“เธอโกหกไม่เก่ง เหมือนอ่อยผู้ชายหรอกทรายทอง”

แต่ละคำของเขาช่างบาดลึกลงมาในหัวใจ ราวกับคมของใบมีดโกน หล่อนเจ็บ... เจ็บจนแทบจะยืนทรงตัวไม่ไหวอยู่แล้ว

ในที่สุดหล่อนก็หลั่งน้ำตาออกมา แต่เขากลับไม่ได้เห็นใจเลย

“อย่ามาแสร้งทำเป็นนางเอก เธอมันก็ตัวอิจฉาดีๆ นั่นเอง”

หล่อนพูดไม่ออก กำกล่องข้าวในมือแน่นจนแทบแตกคามือ

“จำเอาไว้นะ ฉันไม่มีทางสนใจผู้หญิงจืดชืดไร้เสน่ห์อย่างเธอหรอก ไม่ต้องมาอ่อยอีก เข้าใจหรือเปล่า”

หล่อนควรจะหายไปจากโลกใบนี้ใช่ไหม ควรจะหายไปจากสายตาของเขาเสียที

“ทราย... ทรายวางกล่องข้าวไว้ตรงนี้นะคะ”

แม้ว่าน้ำตาจะยังไหลไม่หยุดก็ตาม เมธวัฒน์ด่าทอหล่อนแบบนี้ทุกครั้ง ในยามที่เจอหน้ากันเพียงลำพัง แต่หล่อนไม่เคยปริปากเล่าให้คุณหญิงเมธาวีฟัง

“ทิ้งลงถังขยะ”

Bình Luận ()

0/255