ชีวิตใหม่ของเจ้าแก้มก้อน นิยาย บท 283

หลังกินข้าวเสร็จ เหล่าเด็กๆ ต่างกระโดดโลดเต้นกันอยู่ในห้องรับแขก หาได้ยากที่เหล่าพี่น้องทั้งแปดแห่งตระกูลซูจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนต่างคุยกันอยู่ชั้นล่าง และพลางดูซู่เป่าที่เล่นกับหานหานไปด้วย

นายหญิงซูมองไปรอบๆ ทีหนึ่ง จากนั้นก็ขึ้นชั้นบนไปเงียบๆ

ปีนี้ลูกๆ อยู่กันครบทุกคน ขาดอวี้เอ๋อร์ไปแต่ก็มีซู่เป่ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน

หากทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตระกูลซูเงียบสงัดมาห้าปี แต่แล้วก็กลับมามีช่วงเวลาคึกคักอย่างเช่นเมื่อก่อนอีกครั้ง

ใกล้จะวันที่สิบสี่เดือนเจ็ดแล้ว อวี้เอ๋อร์ของเธอคงขึ้นไปแล้วมั้ง

เหล่าลูกๆ ต่างทำอาหารอร่อยๆ ให้อวี้เอ๋อร์ ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่อวี้เอ๋อร์ชอบกิน พวกซูอีเฉินเขาก็เริ่มชินกับการจุดธูปหนึ่งดอกก่อนกินข้าวเหมือนซู่เป่าแล้ว

ไม่รู้ว่าในชีวิตของเธอ จะได้เจออวี้เอ๋อร์อีกสักครั้งไหม

นายหญิงซูกลับไปยังห้อง ยืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างโดยไม่พูดไม่จา มองความมืดยามราตรีข้างนอก

คุณท่านซูวางแว่นสายตายาว แล้วถามขึ้นว่า “เป็นอะไรเหรอ”

นายหญิงซูพูดกระซิบ “ไม่มีอะไร”

คุณท่านซูเบ้ปาก ผู้หญิงคนนี้ จนแก่จนเฒ่าแล้วก็ยังเข้าใจยากจริงๆ

เด็กสาวมักเจ้าอารมณ์ แต่นี่แก่ขนาดนี้แล้วทำไมยังเจ้าอารมณ์อยู่อีก

ขณะนี้เองประตูห้องถูกเคาะขึ้นเบาๆ

นายหญิงซูคิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในพวกซูอีเฉินเขา ไม่ก็เป็นซู่เป่า เป็นต้น

เธอจัดการสีหน้าเล็กน้อย กลับไปเป็นคุณยายจอมบ่นอย่างเช่นก่อนหน้านี้เหมือนเคย

“ใครน่ะ” เธอถามไปด้วยพลางเดินออกไปข้างนอกไปด้วย “เล่นกันอยู่ข้างล่างไม่ใช่เหรอ มีอะไรเหรอ ทะลุท้องฟ้าอีกแล้วหรือไง ”

ประตูถูกเปิดออก นัยน์ตาของนายหญิงซูหดตัวลง ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์แบบ!

ผ่านไปนานสองนานคุณท่านซูไม่ได้ยินนายหญิงซูพูด ต่อมาก็เห็นเธอยืนอึ้งอยู่ที่ประตู ราวกับวิญญาณออกจากร่างไปแล้วอย่างนั้น

เขาลุกขึ้นพลางขมวดคิ้วและถามว่า “เป็นอะไรไปอีก วิญญาณออกจากร่างแล้วเหรอ”

หรือว่าเห็นผี เขาไม่กล้าพูดประโยคนี้

แต่วินาทีที่เขาเดินออกไปแล้วเห็นเงาคนที่อยู่นอกประตูนั้น เขาก็ตกตะลึงไปเลย

อวี้เอ๋อร์...?!

คุณท่านซูอึ้งอยู่ตรงที่เดิม นิ้วแข็งทื่อ กระทั่งไม่กล้าขยับเลยแม้แต่น้อย

เขาต้องตาลายไปแล้วแน่ๆ

แต่ถ้าตาลายแล้วเห็นอวี้เอ๋อร์ละก็ เขาก็อยากจะตาลายให้นานอีกหน่อย...

ริมฝีปากนายหญิงซูสั่นเครือ จู่ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาบนเบ้าตาทั้งอย่างนั้น เลอะตาทั้งสองของเธอ

เธอยื่นมือออกไปอย่างเงอะๆ เงิ่นๆ ได้สัมผัสแก้มของซูจิ่นอวี้จริงๆ

ซูจิ่นอวี้จับมือของนายหญิงซูเอาไว้ จากนั้นพูดขึ้นอย่างสะอึกสะอื้นว่า “แม่คะ...”

นายหญิงซูเองก็อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมา ราวกับกลัวว่าหากน้ำตาหยดลงมาแล้วจะมองไม่เห็นซูจิ่นอวี้ จึงรีบเช็ดทันที

“อวี้เอ๋อร์...อวี้เอ๋อร์ลูกกลับมาแล้วเหรอ” นายหญิงซูลูบแก้มของซูจิ่นอวี้ เสียงที่สั่นเครือกลับอำพรางความเป็นห่วงของเธอเอาไว้ไม่อยู่ “อวี้เอ๋อร์ ลูก...ลูกกินข้าวหรือยัง”

นายหญิงซูยังเหมือนตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ มักจะชอบจุกจิกจู้จี้ถามนี่ถามนั่น “ที่...ตรงนั้น สบายดีไหม”

“ปกติกินอะไร ใส่เสื้อผ้าดีๆ หรือเปล่า หนาวไหม”

ซูจิ่นอวี้น้ำตาคลอเบ้า จากนั้นพูดด้วยเสียงเบาว่า “แม่คะ หนูสบายดีค่ะ กินก็กินอย่างดี ปกติอาหารที่ซู่เป่าเอามาเซ่นไหว้หนู หนูได้กินทั้งหมดเลย...วันที่สิบสี่เดือนเจ็ดสองวันนี้เปิดประตูผี วันนี้หนูเพิ่งขึ้นมา...ก็ได้กินบะหมี่หกกุ้ง ลูกพรุนย่างเตาถ่านกับน้ำแข็งชุบแป้งทอดที่พวกพี่สี่เขาทำแล้วเหมือนกัน”

“น้ำแข็งชุบแป้งทอดรสนมรสชาติเป็นเอกลักษณ์มาก แล้วก็ชิ้นปลาแซลมอนที่ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยกิน...”

นายหญิงซูหัวเราะไปด้วยพลางร้องไห้ไปด้วย “ยังอยากกินอะไรอีกไหม แม่จะทำให้ลูกกิน”

ทีแรกซูจิ่นอวี้บอกว่าไม่ต้องแล้ว เธอกินอิ่มแล้ว

แต่คิดไปคิดมา ก็พูดขึ้นอย่างออดอ้อนว่า “แม่คะ หนูอยากกินเนื้อปั้นก้อนน้ำแดง ใส่พริกด้วยนะคะ!”

“แล้วก็ตีนไก่ดองพริกค่ะ! หนูเอาแบบที่คุณยายไม่มีฟันแทะได้นะคะ!”

นายหญิงซูอึ้ง และอดไม่ได้ที่จะขำพรืดออกมาเสียงหนึ่ง ในเสียงหัวเราะแฝงไปด้วยน้ำตา

ยังจำได้ดีตอนเด็กซูจิ่นอวี้บอกว่าอยากกินตีนไก่ดองพริกไร้กระดูกนั่น นายหญิงซูก็พยายามบอกกับเธอว่าไม่อร่อย ที่ตีนไก่ไร้กระดูก นั่นเป็นเพราะคุณยายไม่มีฟันจะได้แทะออกมาได้

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตใหม่ของเจ้าแก้มก้อน