ซูเปอร์ลูกเขย นิยาย บท 1155

สรุปบท บทที่ 1155 กลับไปยังเมืองหลวง: ซูเปอร์ลูกเขย

ตอน บทที่ 1155 กลับไปยังเมืองหลวง จาก ซูเปอร์ลูกเขย – ความลับ ความรัก และการเปลี่ยนแปลง

บทที่ 1155 กลับไปยังเมืองหลวง คือตอนที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และสาระในนิยายนิยายจีนโบราณ ซูเปอร์ลูกเขย ที่เขียนโดย ชิงเฉิง เรื่องราวดำเนินสู่จุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยใจตัวละคร การตัดสินใจที่ส่งผลต่ออนาคต หรือความลับที่ซ่อนมานาน เรียกได้ว่าเป็นตอนที่นักอ่านรอคอย

หลังจากซ่อนทางเข้าถ้ำแล้ว เซียวเฉวียนส่งความคิดไปยังไป๋ฉี่ “ไป๋ฉี่ คุ้มครองบรรดาองค์หญิงให้ดี”

ตอนนี้ ไป๋ฉี่กลับไปยังจวนเซียวเพื่อนำอาหารมาให้องค์หญิง

อาหารสามมื้อขององค์หญิง ล้วนเป็นอาหารที่ไป๋ฉี่นำมาจากจวนเซียว

นับตั้งแต่ผนึกจูเสินผนวกเข้าเป็นร่างเดียวกับเซียวเฉวียน ในขณะที่ความสามารถของเซียวเฉวียนแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ความสามารถของไป๋ฉี่และเหมิงเอ้าก็แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับไป๋ฉี่ที่จะวิ่งไปมาระหว่างถ้ำและจวนเซียว

“ขอรับ นายท่าน!” ทางด้านของไป๋ฉี่ เสียงของเขาแฝงด้วยความดีใจเล็กน้อย

ดีจริง ๆ ในที่สุดเซียวเฉวียนก็กลับมา!

ต่อจากนี้ จวนเซียวก็จะมีแกนหลักสำคัญแล้ว!

“เจ้าก็ระวังตัวด้วย” เซียวเฉวียนพูดกำชับ

ไป๋ฉี่เจ้าคนนี้ค่อนข้างหัวรั้น ในความคิดของไป๋ฉี่ คำสั่งของเซียวเฉวียนสูงส่งกว่าทุกสิ่ง ดังนั้นเซียวเฉวียนจึงทำได้เพียงบอกให้เขาดูแลตัวเองตามคำสั่ง

“ขอรับ นายท่าน” ไป๋ฉี่พูดอย่างซาบซึ้ง

ความจริงแล้ว ไป๋ฉี่อยากพบเซียวเฉวียนมาก ทว่าความเร็วของเขาไม่ว่องไวเท่าเซียวเฉวียน ยังไม่ทันที่ไป๋ฉี่จะกลับเข้าไปในถ้ำก็ฝากฝังทุกสิ่งไว้เรียบร้อย เซียวเฉวียนก็แวบหายตัวไปยังมู่จิ่นและโย่วควน

“นายท่าน กลับมาแล้วหรือขอรับ” เมื่อเห็นเซียวเฉวียน โย่วควนก็เก็บอารมณ์ความรู้สึกทางวรรณกรรมและศิลปะของเขา และมาล้อมไว้ด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นดีใจ

เซียวเฉวียนพบว่า จุดนี้โย่วควนเหมือนกับเหมิงเอ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแค่เห็นเซียวเฉวียนหรือได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเซียวเฉวียน ทั้งสองมีดวงตาส่องแสงเป็นประกาย เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

เหมิงเอ้าเพียงคนเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เซียวเฉวียนเซ็ง เมื่อมีโย่วควนอีกคน เซียวเฉวียนรู้สึกหมดปัญญาจะรับไหว

โชคดีที่โย่วควนไม่ได้เสียงดังเหมือนเหมิงเอ้า

เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น โย่วควนเห็นว่าเซียวเฉวียนไม่ตอบสนองเขา โย่วควนคิดว่าเซียวเฉวียนเพิ่งเห็นว่าองค์หญิงกลับมาสติจึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อไม่ได้ยินที่โย่วควนพูด ดังนั้นโย่วควนจึงตะโกนเสียงดังสุดปอด “นายท่าน!”

วิ้ง!

วิ้ง วิ้ง!

เสียงร้องตะโกนที่ดังขึ้นกะทันหันนี้ ทำให้หูของเซียวเฉวียนมีเสียงดังวิ้ง วิ้ง

ให้ตายเถอะ!

เซียวเฉวียนคลึงหูของตัวเอง มองสีหน้าของโย่วควนด้วยความหมดอาลัยตายอยาก พลางพยักหน้าเล็กน้อย “อืม พวกเราไปกันเถอะ”

เหตุการณ์นี้ มู่จิ่นที่อยู่ข้าง ๆ ก็หยุดที่จะหัวเราะไม่ได้

เซียวเฉวียนแอบส่งสายตาเตือนมู่จิ่น หากยังมัวหัวเราะอยู่เซียวเฉวียนก็จะทิ้งมู่จิ่นอยู่กลางป่ากลางเขานี้ ไม่พาเขากลับไปยังเมืองหลวงแห่งต้าเว่ยแน่!

เมื่อถูกข่มขู่ มู่จิ่นจึงรีบฝืนหุบยิ้มในทันที เขากระแอมเสียงแห้งด้วยความจริงจังและพูดขึ้นว่า “นี่ โย่วควน ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ต่อไปเจ้าอย่าได้พูดกับนายท่านเสียงดังเช่นนี้อีกนะ เดี๋ยวเขาจะสะเทือนจนหูหนวกได้”

ในที่สุด มู่จิ่นก็พูดภาษาคนเสียที

แต่ก็จริง หากว่าเหมิงเอ้าและโย่วควนทั้งสองคนนี้ ยังคงผลัดกันตะโกนเสียงดังใส่หูเซียวเฉวียนอยู่เช่นนี้ เซียวเฉวียนคงหูหนวกเข้าสักวัน

อีกอย่าง หัวใจของเขาก็ไม่สามารถทนต่อความตกใจในระยะยาวได้

เมื่อได้ยินที่มู่จิ่นพูด โย่วควนก็เกาหัวอย่างรู้สึกผิด เขาพูดขึ้นอย่างเหนียมอาย “ขอโทษทีขอรับนายท่าน ต่อไปข้าจะระวัง”

เซียวเฉวียนจะพูดสิ่งใดได้อีกเล่า?

ทำได้เพียงยิ้มและพยักหน้ารับ

การลอยตัวอยู่ในอากาศ อาจไม่ชินในครั้งแรกแต่นานเข้าก็จะชินชาไปเอง ทำใจให้ชินก็เป็นพอ

ครั้งนี้ มู่จิ่นและโย่วควนไม่สะทกสะท้านอีกแล้ว ยังคงลืมตาและเพลิดเพลินไปกับความสุขของการลอยอยู่ในอากาศและพูดคุยกันอย่างปกติ

ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็บินมาถึงกลางอากาศบนประตูเมืองหลวง

ตอนที่ใกล้ถึงประตูเมือง เซียวเฉวียนร่อนลงบนพื้น และปรากฏตัวต่อหน้าองครักษ์ที่เฝ้าประตูอย่างน่าเกรงขาม

องครักษ์ที่เฝ้าประตูยังคงเป็นกลุ่มเดิมในวันนั้นที่เซียวเฉวียนออกเดินทางไปยังซินเจียง

เมื่อพวกเขาเห็นเซียวเฉวียนกลับมา พร้อมปรากฏตัวแวบในทันที เซียวเฉวียนปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาด้วยวิธีที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ พวกเขาทั้งหมดขยี้ตาด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อ พวกเขาทั้งหมดคิดว่าพวกเขาเสียสติและเห็นภาพหลอนไปเสียแล้ว

“สวัสดีทุกคน!” เซียวเฉวียนยิ้มจาง ๆ พร้อมหันไปทักทายองครักษ์ที่น่ารัก

ในตอนนั้นเอง องครักษ์อีกคนก็พูดขึ้นมาว่า “ราชครู พวกเขาอยู่ที่ใดขอรับ ต้องการให้พวกข้าน้อยนำคนไปรับหรือไม่?”

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการฉ้อฉลคำพูดของเซียวเฉวียน และคิดจะซักไซ้ไล่เลียงที่มาที่ไปของบัณฑิตขั้นสูง

เซียวเฉวียนเยาะเย้ยอยู่ในใจ แต่ปากของเขากลับยังคมยิ้มจาง ๆ “ไม่ต้องหรอก ข้าบอกแล้วว่านี่คือการฝึก เช่นนั้นก็ต้องให้พวกเขาเดินกลับมาด้วยตัวเอง”

“ขอบใจในความหวังดีของเจ้า หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน” เซียวเฉวียนพูดจบ ก็นำโย่วควนและมู่จิ่นเดินเข้าไปในประตูเมือง

เหล่าองครักษ์มองเงาหลังของเซียวเฉวียน ต่างก็พากันอึ้ง

เซียวเฉวียนกลับเมืองหลวงเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ เหตุใดพวกเขาจึงไม่ได้ยินข่าวคราวเลย?

เหตุใดเซียวเฉวียนจึงกลับมาเงียบ ๆ เช่นนี้ และไม่ได้พาบัณฑิตขั้นสูงกลับมาด้วย

ผู้ใดจะรู้ว่าบัณฑิตขั้นสูงจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหรือไม่?

ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว จะต้องบอกกับเจ้านายของพวกเขา

องครักษ์เหล่านี้มองเผิน ๆ เป็นองครักษ์ของต้าเว่ย ผู้ทำประโยชน์แก่ฮ่องเต้ แต่พวกเขามีนายเป็นของตนเอง

บางคนเป็นคนของฮ่องเต้ บางคนเป็นสายลับของจางจิ่น บางคนเป็นคนของเว่ยเชียนชิว และยังมีบางคนเป็นคนของจางเคอ

แน่นอนว่า ยังมีบางคนที่เป็นขุนนางของที่อื่น

ดังนั้น ภายใต้การกระจายข่าวที่รวดเร็วขององครักษ์ ข่าวที่เซียวเฉวียนกลับถึงเมืองหลวงแห่งต้าเว่ย ก็โกลาหลอลหม่านในทันที

เมืองหลวงแห่งต้าเว่ยที่เงียบสงบมานาน โลดแล่นขึ้นมาในทันทีที่เซียวเฉวียนกลับมา

อีกทั้งยังมีข่าวออกมาอีกว่า บัณฑิตขั้นสูงไม่ได้กลับมาด้วยกันกับเซียวเฉวียน

เดิมทีการกลับมาเมืองหลวงอย่างกะทันหันของเซียวเฉวียน ก็ทำให้ผู้คนประหลาดใจมากพอแล้ว พวกทรงเจ้าเข้าผีแต่ละสำนักต่างพากันคิดวางแผน คนเหล่านี้กําลังคิดว่าจะใช้เรื่องนี้เพื่อสร้างปัญหาใหญ่และปราบปรามเซียวเฉวียนอย่างไรดี

อย่างเช่นคนอย่างจางจิ่น เว่ยเชียนชิว จางเคอ

และยังมีนักปราชญ์ที่จ้องเขมือบเซียวเฉวียนมานาน ก็คิดหาหนทางว่าควรฆ่าเซียวเฉวียนอย่างไร

เรื่องที่เซียวเฉวียนกลับเมืองหลวง เรียกได้ว่ามีทั้งคนรักและคนเกลียด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย