สรุปเนื้อหา บทที่ 1156 ลาก่อนหวังหลิน – ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง
บท บทที่ 1156 ลาก่อนหวังหลิน ของ ซูเปอร์ลูกเขย ในหมวดนิยายนิยายจีนโบราณ เป็นตอนที่โดดเด่นด้วยการพัฒนาเนื้อเรื่อง และเปิดเผยแก่นแท้ของตัวละคร เขียนโดย ชิงเฉิง อย่างมีศิลป์และชั้นเชิง ใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้ว รับรองว่าต้องติดตามตอนต่อไปทันที
เซียวเฉวียนเพิ่งเข้าประตูเมืองหลวง ข่าวที่เซียวเฉวียนกลับเมืองหลวงก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง
เพื่อยืนยันว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง ประชาชนจำนวนไม่น้อยจึงมารวมตัวกันที่ประตูเมือง พวกเขาต่างตั้งหน้าตั้งตารอเซียวเฉวียนปรากฏตัว
ส่วนเซียวเฉวียนยังคงเดินอย่างสบายใจ
สิ่งนี้ทำให้มู่จิ่นและโย่วควนไม่เข้าใจเป็นอย่างมาก
หากพูดตามเหตุผลแล้ว เรื่องที่เซียวเฉวียนกลับเมืองหลวง ยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งดี
หากต้องการปิดเรื่องนี้เป็นความลับ เซียวเฉวียนสามารถแอบจัดการอย่างเงียบ ๆ ได้ และฆ่าเว่ยเชียนชิวโดยที่พวกเขารับมือไม่ทัน ไม่ดีกว่างั้นหรือ?
ด้วยศักยภาพของเซียวเฉวียน เขาสามารถกลับเมืองหลวงได้โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
ทว่าเซียวเฉวียนกลับไม่ทำเช่นนั้น เขายืนกรานที่จะเดินไปที่ประตูเมืองด้วยท่าทางที่วางมาดและเชื่องช้า
“เซียวเฉวียน พวกเราเล่นใหญ่เกินไปหรือไม่?” มู่จิ่นกวาดตามองฝูงชนที่แห่แหนมารายล้อมรอบตัวเขา เขาขยับเข้าไปใกล้ข้างหูเซียวเฉวียน พลางถามขึ้นเสียงต่ำ
โย่วควนเห็นด้วยอย่างมากกับคำพูดนี้ โย่วควนหันไปพยักหน้าให้เซียวเฉวียนเบา ๆ เพื่อบอกว่าเขาคิดว่ามู่จิ่นพูดถูกต้อง
“ไม่ ไม่ได้เล่นใหญ่ไปหรอก” เซียวเฉวียนทำท่าทางจริงจัง และพูดขึ้นเสียงเรียบ
นี่นะหรือเรียกว่าเล่นใหญ่
หากไม่กลัวว่าจะรบกวนดวงวิญญาณกองทัพตระกูลเซียวห้าหมื่นนาย เซียวเฉวียนยังอยากเชิญกองทหารเกียรติยศมาตีกลองพร้อมจุดประทัดให้ ให้คนในเมืองหลวงได้สัมผัสประสบการณ์ที่เซียวเฉวียนกลับเมืองหลวง
เซียวเฉวียนปรากฏต่อหน้าทุกคนด้วยการประโคมข่าวอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ เขาจงใจบอกคนที่อยากได้ชีวิตของเซียวเฉวียนมาช้านานว่า เซียวเฉวียนกลับมาแล้ว พวกเขามีกลอุบายอะไรก็รีบเข้ามาเลย
นี่หมายความว่าเซียวเฉวียนพร้อมที่จะเผชิญหน้าและต่อสู้กับฝ่ายค้านแล้ว
มาเลย!
แน่จริงก็เข้ามาเลย!
เซียวเฉวียนไม่กลัวใครทั้งนั้น!
มู่จิ่นเหลือบมองเซียวเฉวียนอย่างไม่สบอารมณ์ ได้! เซียวเฉวียนเป็นลูกพี่ เซียวเฉวียนบอกว่าไม่ได้เล่นใหญ่ก็ไม่ได้เล่นใหญ่
ในเมื่อมาเเล้วก็จงอยู่อย่างมีความสุขเถิด
นับตั้งแต่วินาทีที่มู่จิ่นตัดสินใจมาต้าเว่ยกับเซียวเฉวียน มู่จิ่นก็เตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคต่าง ๆ แล้ว
มีเซียวเฉวียนที่เป็นคนบ้านเดียวกันจากฮว๋าเซี่ยอยู่ด้วยนั้น มู่จิ่นยังต้องกลัวอะไรอีก!
มาเลย!
มาคนหนึ่งมู่จิ่นก็ตบคนหนึ่ง มาสองคนมู่จิ่นก็ตบเข้าทั้งคู่!
เซียวเฉวียนเดินช้า ๆ โดยเอามือไพล่หลัง เพื่อวางมาดความน่าเกรงขาม มู่จิ่นและโย่วควนยืดอกเชิดหน้า ทั้งสองรักษาระดับของฝีเท้าให้เท่าทันเซียวเฉวียน เดินอย่างมั่นใจและทรงพลัง
มาแล้ว มาแล้ว เขามาแล้ว!
ขณะที่ทุกคนต่างชะเง้อคอรอ เงาของเซียวเฉวียนก็ค่อย ๆ เข้ามาใกล้กลุ่มคนมากขึ้น
ทุกคนเห็นว่าเป็นเซียวเฉวียนจริง ต่างก็พากันวิจารณ์ขึ้นต่าง ๆ นา ๆ
“เซียวเฉวียน! เซียวเฉวียนจริง ๆ ด้วย!” หนึ่งในฝูงชนมีคนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของเขา ทำราวกับว่าเขาเป็นคนเดียวในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่สามารถมองเห็นเซียวเฉวียน
“จริงเสียด้วย” มีคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ดีใจเช่นกัน
“พวกเจ้าจะตะโกนไปไย ไม่อายผู้อื่นหรืออย่างไร” ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็กลอกตามองบนให้เขาสองคน “เพียงแค่เซียวเฉวียนคนเดียวไม่ใช่หรือไร มีสิ่งใดให้น่าตื่นเต้น”
ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอเซียวเฉวียน เขาไม่ใช่เทพเจ้าอะไรเสียหน่อย
หากพูดให้กระจ่าง เซียวเฉวียนก็เป็นเพียงแค่ลูกเขยแต่งเข้า ความน่าอับอายของผู้ชาย เขากลับมามีสิ่งใดให้ดีใจ มีอะไรให้น่าดีใจหรือ?
หลังจากถูกคนผู้นี้ดุ ทั้งสองจึงเงียบไปในทันที พวกเขาเบะปากด้วยความไม่พอใจ และแอบมองคนผู้นี้ด้วยสีหน้ารังเกียจ
หนึ่งในนั้นกระซิบเสียงเบา “ชิ เขาเป็นใครมาจากไหนกัน? มายุ่งเรื่องที่คนอื่นพูดกันทำไม”
หวังหลินจึงอยู่ด้านหน้าเซียวเฉวียนอย่างสง่างาม ทำให้คนไม่อาจจับผิดได้
สองคนนั้นที่เพิ่งคุยกันเรื่องหวังหลินเมื่อครู่ เห็นว่าหวังหลินหันไปและเดินไปอยู่ต่อหน้าเซียวเฉวียน และยังแสดงความเคารพต่อเซียวเฉวียน ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะดูถูกหวังหลินเพิ่มมากขึ้น
ฟังจากน้ำเสียงเมื่อครู่ของหวังหลิน ทั้งสองคนนั้นก็ฟังออกว่า หวังหลินต้องไม่ถูกชะตากับเซียวเฉวียนแน่นอน
เพียงครู่เดียว หวังหลินก็เปลี่ยนสีหน้า และทำท่าทางเคารพเซียวเฉวียนอย่างมาก
คนประเภทนี้เสแสร้งได้น่าขยะแขยงที่สุด
หลอกผู้ใดได้เล่า?
อาจารย์ก็ยังคงเป็นอาจารย์วันยังค่ำ!
เจ้ารอดูเสียเถอะ เซียวเฉวียนไม่มีทางถูกเจ้าจูงจมูกได้แน่!
ทั้งสองคนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าราวกับว่าพวกเขารอดูการแสดงดี ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“...” จู่ ๆ เมื่อหวังหลินปรากฏต่อหน้าเซียวเฉวียน เซียวเฉวียนจำหวังหลินได้ เขาแค่แกล้งทำเป็นว่าเขาความจำเสื่อมเป็นระยะ ๆ และจำอะไรไม่ได้เลย
เซียวเฉวียนหรี่ตามองหวังหลินอย่างราบเรียบ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “อ้อ เจ้าเองหรือ จริงสิ เจ้าชื่อว่าอะไร? อาจารย์จำชื่อของเจ้าไม่ได้”
ว้าว!
คำพูดเหล่านี้เป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล!
หวังหลินเป็นนักเรียนของเซียวเฉวียนไม่ผิดแน่ แต่เซียวเฉวียนกลับจำหวังหลินไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้ผู้คนผุดความคิดหลายอย่างขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย
เป็นเพราะหวังหลินไม่ได้รับความชื่นชอบจากเซียวเฉวียน หรือว่านักเรียนที่ชิงหยวนมากไป จึงทำให้เซียวเฉวียนจำไม่ได้?
หรือเป็นเพราะหวังหลินไม่มีตัวตนในชิงหยวน ไร้ตัวตนถึงขนาดที่เซียวเฉวียนจำชื่อเขาไม่ได้?
สรุปแล้ว ไม่ว่าเพราะเหตุใด นักเรียนคนหนึ่งที่ถูกอาจารย์ลืมเช่นนี้ ต้องเป็นนักเรียนที่มีปัญหา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...