อ่านสรุป บทที่ 1158 แก้แค้น จาก ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง
บทที่ บทที่ 1158 แก้แค้น คืออีกหนึ่งตอนเด่นในนิยายนิยายจีนโบราณ ซูเปอร์ลูกเขย ที่นักอ่านห้ามพลาด การดำเนินเรื่องในตอนนี้จะทำให้คุณเข้าใจตัวละครมากขึ้น พร้อมกับพลิกสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เขียนโดย ชิงเฉิง อย่างเฉียบคมและลึกซึ้ง
เมื่อมีปืนแล้ว ฮ่องเต้ก็มีความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับเว่ยเชียนชิว
มีมันเทศแล้ว ประชาชนของต้าเว่ยก็จะหลุดพ้นจากความอดอยากหิวโหย
จากคำพูดของเซียวเฉวียน เป็นเพราะของสองสิ่งนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของต้าเว่ย
การเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้คาดหวังที่จะได้เห็น
ครั้งนี้ฮ่องเต้รับสั่งเรียกสวีซูผิงและจ้าวหลานเข้ามาในพระราชวัง ที่จริงก็เพราะมีเรื่องต้องการจะปรึกษาหารือ
ตอนที่ทั้งสองคนมาที่ห้องหนังสือ ฮ่องเต้ยังทรงแก้ไขพระราชฎีกาไม่เสร็จเรียบร้อย
ดังนั้น ทั้งสองคนก็หลบอยู่ด้านหลังฉากกั้น เล่นหมากรุกไปด้วย และรอฮ่องเต้แก้ไขพระราชฎีกาให้เสร็จและจะได้เริ่มปรึกษาหารือกัน
ที่จริงแล้ว ฮ่องเต้ทรงเรียกสวีซูผิงและจ้าวหลานมา เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการบวงสรวงเทพแห่งสวรรค์
ฮ่องเต้รู้สึกว่าเว่ยเชียนชิวจะต้องก่อเรื่องอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการป้องกัน ฮ่องเต้จะต้องเตรียมพร้อมไว้ ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
ยังไม่ได้เริ่มการปรึกษาหารือ ฮ่องเต้ก็ได้รับข่าวว่าเซียวเฉวียนกลับมาที่เมืองหลวงแล้ว
ดูท่าแล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องปรึกษาหารือกันแล้ว
มีเซียวเฉวียนอยู่ จะต้องไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน
ใช่สิ ฮ่องเต้ทั้งสามพระองค์ก็เคารพเชื่อถือเซียวเฉวียนมาก
แม้แต่เว่ยเชียนชิวที่สร้างเรื่องระรานต้าเว่ยมาเป็นสิบปียังต้องพ่ายแพ้ต่อเซียวเฉวียน ถ้าพวกเขาไม่เคารพเชื่อถือเซียวเฉวียนแล้วจะให้เคารพเชื่อถือใครละ?
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีเรื่องที่ต้องพูดคุยกับสวีซูผิงและจ้าวหลานแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ทูลลาแล้วก็เร่งรีบออกจากพระราชวังไป หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ขี่ม้าผ่านสายฝนไปที่จวนเซียว
เซียวเฉวียนกลับมาแล้ว ทั้งสองคนจะต้องพบเขาให้ได้ และจะได้สอบถามเซียวเฉวียนว่าได้พบเห็นอะไรที่ซินเจียงบ้าง
โดยเฉพาะสวีซูผิง เขาชอบเรื่องซุบซิบนินทามาก แน่นอนว่าไม่ยอมปล่อยโอกาสดีๆอย่างนี้ไปง่ายๆ
ท้องฟ้าของเมืองหลวง ยังคงมืดมน
น้ำฝนของเมืองหลวง ยังคงหยดลงบนพื้นดิน
ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก ฝนตกเยอะมากจนทำให้จิตใจของประชาชนรู้สึกเยือกเย็นไปหมด
ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป คงไม่ได้สัมผัสลมตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว
แต่ในยุคที่ต้องพึ่งพาอาหาร ประชาชนก็หมดหนทาง ได้แต่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
ปีนี้ช่างโชคร้ายจริงๆ เมืองหลวงถูกไฟไหม้ประชาชนที่ยากจนก็ยิ่งจนมากขึ้นอีก และยังตามมาด้วยฝนที่ตกอย่างยาวนาน
พระเจ้ายังจะให้คนมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร?
เฮ่อ!
สวีซูผิงและจ้าวหลานที่ได้ยินเสียงคร่ำครวญของประชาชนรู้สึกเจ็บปวดใจ
.........
.........
ที่จริง ไม่ใช่ว่าพื้นที่ทั้งหมดของเมืองหลวงจะมืดครึ้มและฝนตกตลอดๆอย่างนี้ทุกที่
ยิ่งเข้าใกล้เขตประตูเมือง ก็ยิ่งดูเป็นปกติ
ดังนั้น เมื่อตอนที่เซียวเฉวียนทั้งสามคนเข้ามาถึงประตูเมือง ท้องฟ้ายังคงสว่างแจ่มใส
ทั้งสามคนยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนไป
ตอนแรก ท้องฟ้าก็แค่มืดครึ้มเล็กน้อย
แต่พอพวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนไปยิ่งมืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ และฝนก็ตก บางครั้งก็มีเสียงลมพัดดังขึ้น
สถานการณ์แบบนี้ เหมือนกับหมู่บ้านซิ่วสุ่ยไม่มีผิด
โย่วควนที่เคยเห็นสถานการณ์ขอหมู่บ้านซิ่วสุ่ยอดไม่ได้ที่จะกังวล:“นายท่าน จะทำอย่างไรดี?”
ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป เมืองหลวงจะต้องกลายเป็นหมู่บ้านซิ่วสุ่ยแห่งที่สองเป็นแน่
เมืองหลวงเป็นรากฐานของต้าเว่ย ถ้าเมืองหลวงกลายเป็นเหมือนกับหมู่บ้านซิ่วสุ่ย แล้วต้าเว่ยจะทำอย่างไร?
เป็นความผิดของเซียวเฉวียน ที่เขาไม่ได้บอกโย่วควรว่าต้าเว่ยมีอาจารย์ผู้เรียกวิญญาณ การเรียกวิญญาณสามารถเรียกวิญญาณที่ตายไปแล้วได้
เซียวเฉวียนยกมือขึ้นบนอากาศสร้างม่านกำบังขึ้น เพื่อป้องกันฝน
เซียวเฉวียนค่อยๆพูดขึ้นว่า :“ไม่ต้องกังวล พวกเรากลับมาที่เมืองหลวงก็เหมือนได้กลับบ้านแล้ว ตระกูลเซียวจะทำให้พวกเขาสงบสุข จะทวงความยุติธรรมคืนให้พวกเขา ”
เรื่องนี้เซียวเฉวียนจะต้องทำอย่างแน่นอน
สำหรับครอบครัวของพวกเขาแล้ว ก็เหมือนกับเป็นการควักหัวใจของพวกเขาออกมาทำลาย!
เซียวเฉวียนสาบานในใจ เขาจะต้องหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้ เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับวิญญาณของกองทัพตระกูลเซียว!
สายตาดุดันของเซียวเฉวียนมองพุ่งไปด้านหน้า
ก่อนที่จะแก้แค้นให้กับวิญญาณเหล่านี้ เซียวเฉวียนจะต้องรีบทำให้วิญญาณที่ล่องลอยอยู่บนโลกนี้มาถึงสิบหน้าปีได้รับความสงบสุข
ควรไปที่ไหน เซียวเฉวียนก็ได้ไปจนเสร็จสิ้นแล้ว เขาได้เปิดเผยตัวตัวของตัวเองต่อหน้าทุกคนอย่างสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ถึงจุดหมายแล้ว เซียวเฉวียนไม่ต้องเดินไปบนถนนเส้นนี้อย่างช้าๆอีกต่อไปแล้ว
เซียวเฉวียนพามู่จิ่นและโย่วควนมุ่งกลับไปที่จวนเซียวอย่างรวดเร็ว
ม่านกั้นที่ชิงหลงสร้างไว้ที่จวนเซียว สำหรับเซียวเฉวียนแล้วไม่มีประโยชน์อะไร
นี่เป็นสิ่งที่ชิงหลงคาดคิดไว้อยู่แล้ว
ดังนั้น ชิงหลงไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อยที่เซียวเฉวียนเข้ามาที่จวนเซียวได้อย่างง่ายดาย
แต่ว่า ตอนที่ชิงหลงได้เห็นเซียวเฉวียน ก็มีความรู้สึกประหลาดใจ
เยี่ยม!
ในสายตาของชิงหลง เซียวเฉวียนรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายแข็งแกร่ง และยังมีความสามารถอีกด้วย
เซียวเฉวียนมีพลังแห่งการฆ่าล้างที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้ หล่อเหลาอย่างมาก!
นี่สิเป็นท่าทางลูกหลานของหมื่นดาบแห่งบรรพบุรุษยุคหลังที่ปลูกฝังกันมา!
เรียกได้ว่าเซียวเฉวียนเป็นแบบอย่างที่ดีของหมื่นดาบแห่งบรรพบุรุษยุคหลัง!
ชิงหลงยิ่งมองดูเซียวเฉวียนก็ยิ่งชื่นชมยินดี
วัตถุโบราณอย่างผนึกจูเสินยังเลือกเซียวเฉวียนเป็นเจ้านาย สายตาของผนึกจูเสินนั้นถือว่าไม่เลวทีเดียว!
นายท่านคนนี้ ชิงหลงให้คะแนนเต็มร้อย!
“นายท่าน!” ชิงหลงเป็นคนแรกที่รู้ว่าเซียวเฉวียนกลับมาแล้ว เขายอมรับว่าเซียวเฉวียนเป็นนายท่านแล้ว เรียกเซียวเฉวียนว่านายท่านมันก็สมควรแล้ว
เหมิงเอ้าที่อยู่ในห้อง ได้ยินชิงหลงตะโกนเรียก รีบวิ่งออกมาทันที ดีที่เหม้าเอ้ามีการตอบสนองที่รวดเร็วหยุดฝีเท้าได้ทัน เกือบจะพุ่งเข้าไปชนเซียวเฉวียน
ดวงตาทั้งสองข้างของเหม้าเอ้าเป็นประกายตะโกนพูดว่า:“นายท่าน!ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!คิดถึงมากเลย!”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...