สรุปเนื้อหา บทที่ 1161 ศึกบนหลังคา – ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง
บท บทที่ 1161 ศึกบนหลังคา ของ ซูเปอร์ลูกเขย ในหมวดนิยายนิยายจีนโบราณ เป็นตอนที่โดดเด่นด้วยการพัฒนาเนื้อเรื่อง และเปิดเผยแก่นแท้ของตัวละคร เขียนโดย ชิงเฉิง อย่างมีศิลป์และชั้นเชิง ใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้ว รับรองว่าต้องติดตามตอนต่อไปทันที
อาการปวดแสบปวดร้อนแบบนี้ รุนแรงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เซียวเฉวียนรู้ว่านี่คือตราจูเสินเล่นตลก
แต่ว่า ลองคิดดูสิ แค่เล่นๆ ก็รู้สึกร้อนแรงขนาดนี้ ถ้าตราจูเสินเอาจริง เซียวเฉวียนจะไม่ถูกย่างจนกลายเป็นศพเกรียมทั้งที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะต่อสู้เลยหรือ ?
ตราจูเสินหลังจากรวมตัวกับเซียวเฉวียนแล้วดูน่ากลัวจริงๆ
แค่ไม่เท่าไรเอง เซียวเฉวียนก็รู้สึกทั้งปากและริมฝีปากแห้งไปหมดแล้ว
“เจ้าจู ขอเพลาๆ หน่อย” เซียวเฉวียนร้องขอให้เบามือหน่อย
หากตราจูเสินไม่ละมืออีก เซียวเฉวียนก็จะทนไม่ไหว
แต่ไม่รอให้ตราจูเสินละมือ ชิงหลงก็โบกพัดไปหนึ่งทีเบา ๆ และมีลมเย็นกระโชกแรงพัดขึ้น เซียวเฉวียนรู้สึกเย็นสบายไปทั้งตัว
ลมนี้เป่าจนเซียวเฉวียนรู้สึกสบายตัวมาก
เซียวเฉวียนอดไม่ได้ที่จะชื่นชม "สบายดี"
แต่แล้ว ตราจูเสินดูไม่สู้จะปลื้ม ไม่ใช่เพราะอะไร ก็เพราะชิงหลงไม่รู้จักกติกามารยาทถึงขนาดนี้ ?
ดังนั้น เมื่อลมนั้นผ่านไป เซียวเฉวียนก็รู้สึกมีไอร้อนขึ้นมาทั่วตัวอีกครั้ง
ตราจูเสินกำลังก่อเหตุอีกแล้ว
แต่เที่ยวนี้ เซียวเฉวียนแค่รู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัว ไม่มีความรู้สึกแสบร้อน
เซียวเฉวียนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าคลื่นความร้อนเป็นระลอกๆ ออกมาจากร่างกายของเซียวเฉวียน จากนั้นรวมตัวกัน แล้วกลายเป็นเงาลำหนึ่งจู่โจมไปที่ชิงหลง
นี่......
เซียวเฉวียนสามารถมองเห็นคลื่นความร้อนที่รวมตัวกัน
เมื่อมันใกล้จะถึงตัวชิงหลง ชิงหลงใช้พัดปิดกั้นเบา ๆ สกัดคลื่นความร้อนไว้อยู่ตรงหน้าอย่างสบายๆ
แต่คลื่นความร้อนก็ไม่ได้เคลื่อนตัวไปไหน แต่เกาะติดอยู่บนพัดของชิงหลง
ในเวลาเดียวกัน ไอร้อนยังคงผุดออกมาจากตัวของเซียวเฉวียนอย่างต่อเนื่อง มุ่งหน้าไปยังชิงหลง เพิ่มกำลังให้คลื่นความร้อน
คลื่นความร้อนแผ่ความร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และอุณหภูมิในห้องก็สูงขึ้นหลายองศาในพริบตา
เมื่อตราจูเสินและหัวใจดาบสองยอดฝีมือประชันกัน สุดท้ายที่จะพินาศต้องเป็นจวนตระกูลเซียวแน่ๆ
ล้อเล่น ถึงเซียวเฉวียนจะมีเงิน แต่เขาก็จะปล่อยให้สองรายนี้มาทำให้บ้านล่มจมไม่ได้
“บรรพบุรุษอาวุโส เจ้าจู เลิกเล่นได้แล้ว” เซียวเฉวียนรีบห้ามอย่างรวดเร็ว
จวนเซียวยังไม่ได้รับความเสียหาย แต่เซียวเฉวียนเริ่มรู้สึกเจ็บเนื้อแล้ว
แต่ว่า ชิงหลงและตราจูเสินได้เริ่มการประลองแล้ว พวกเขาไม่รู้ใครชนะใครแพ้ คงไม่หยุดกันง่ายๆ
อุณหภูมิในห้องเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
พัดของชิงหลงถูกคลื่นความร้อนพันกันแน่นหนา ชิงหลงคิดจะโบกลมหนาวก็โบกพัดไม่ไป
ทำให้เซียวเฉวียนใจร้อนมากจริงๆ
ทำไมบรรพบุรุษอาวุโสสองคนนี้บอกจะรบก็รบขึ้นมาซะงั้น ?
”เจ้าจู รีบหยุดนะ” เซียวเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงลงคำสั่ง
บรรพบุรุษอาวุโสสองคนนี้ก็จริงๆ นะ ทุกคนก็ลงในเรือลำเดียวกันแล้ว จะประลองกันไปเพื่ออะไร ?
ชนะแล้วจะทำไง?
ถ้าแพ้จะทำไง ?
แค่ชื่อจอมปลอม
อยู่มาเป็นพันปีแล้ว แต่ก็ยังปลงไม่ตก
เฮ่ย......
ต้องให้คนรุ่นหลังน้อยๆ อย่างเซียวเฉวียนมาห่วงใย จะเอาหน้าแก่ๆ นั้นไว้อีกหรือเปล่าเนี่ย ?
แต่แล้ว ถึงเซียวเฉวียนจะลงคำสั่ง ตราจูเสินก็ยังไม่ละมือ ยังคงส่งไอร้อนออกจากร่างกายของเซียวเฉวียนอย่างต่อเนื่องต่อไป
”เจ้าจู อย่าให้ใครเห็นเข้า” เซียวเฉวียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้ไม้ตาย “เว่ยอวี๋ยังอยู่ตรงนี้ ให้เขารู้ไม่ได้”
ความอดทนของเว่ยอวี๋ไม่ดี หากให้เว่ยอวี๋รู้ว่าตราจูเสินสิงอยู่ในตัวเซียวเฉวียน เขาจะไม่สามารถเก็บความลับสำคัญนี้ได้อย่างแน่นอน
คำพูดนี้มีผลต่อตราจูเสินจริงๆ เมื่อได้ยินเซียวเฉวียนพูดเช่นนี้ ตราจูเสินก็หยุดทันทีและพูดด้วยเสียงที่มีเพียง เซียวเฉวียนและชิงหลงเท่านั้นที่ได้ยิน "ดูๆ แล้ว หัวใจดาบหลับมานับพันปี ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหนเลย”
ในเสียงทุ้มลึกของตราจูเสินนั้นไม่อาจปิดบังความรู้สึกภาคภูมิใจได้
หากการประลองนี้ดำเนินต่อไป ชิงหลงจะไม่สามารถสู้คลื่นความร้อนของตราจูเสินได้อย่างแน่นอน
แต่ว่า ชิงหลงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และกล่าวว่า "ข้าว่าไม่แน่"
”ใช่ ใช่ เฮ้ พวกเจ้าทั้งสองเก่งทั้งคู่ ไม่มีใครชนะไม่มีใครแพ้” เซียวเฉวียนเกรงว่าบรรพบุรุษอาวุโสทั้งสองจะมาประลองกันอีกรอบ เขารีบไกล่เกลี่ยกันอย่างไว
......
......
ที่จวนตระกูลจาง
บนหลังคาของจวนตระกูลจาง เซียวเฉวียนและชิงหลงยืนตระหง่านอยู่ ต่างหันหน้าเข้าหากัน
ตลกเสียไม่มี
ที่มาอยู่จวนจางนี้ไม่ใช่ความตั้งใจของเซียวเฉวียน แต่ตราจูเสินจะตีให้ชิงหลงยอมแพ้ จึงนำเซียวเฉวียนและชิงหลงมาถึงจวนตระกูลจางโดยพลการ
เซียวเฉวียนจะห้ามคงห้ามไม่ได้
สิ่งเดียวที่ทำให้เซียวเฉวียนพอจะอุ่นใจก็คือในเวลาเยี่ยงนี้ บรรพบุรุษอาวุโสทั้งสองยังรู้ว่าเซียวเฉวียนหวงจวนเซียวของเขา แทนที่จะรบกันในจวนเซียว เปลี่ยนมาเลือกที่จวนจาง
สมกับที่เป็นพวกเดียวกับเซียวเฉวียน
ถ้าเป็นเซียวเฉวียน เซียวเฉวียนก็คงเลือกจวนจางเหมือนกัน
ตราจูเสินและชิงหลงมีพลังแข็งแกร่งอย่างยิ่ง พวกเขาโผล่มาลงอยู่บนหลังคาบ้านของจวนจาง คนในจวนจางจึงไม่พบเห็นพวกเขาสักนิด
บรรพบุรุษอาวุโสทั้งสองก็ไม่ได้รอช้า บอกจะรบก็รบเลย
ยังคงต่อสู้เหมือนเมื่อสักครู่นี้ ตราจูเสินคิดจะใช้ไม้เดิม
ไม่คิดว่า ชิงหลงได้เรียนรู้กลยุทธ์ของตราจูเสินแล้ว จึงเปลี่ยนวิธีการสู้ใหม่ เขาจะไม่ให้ตราจูเสินมาผูกมัดอีกเด็ดขาด
จังหวะที่ตราจูเสินเกือบจะเข้าใกล้ถึงตัวชิงหลง ชิงหลงก็ก้าวถอยหลังและเริ่มโบกพัดขึ้นมา
ลมหนาวเป็นระลอกๆ พัดประสานกับคลื่นความร้อน ฝั่งหนึ่งเย็นฝั่งหนึ่งร้อน ทำให้อุณหภูมิโดยรอบรู้สึกแปลกประหลาดขึ้น
อากาศโดยรอบกลายเป็นเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น
อุณหภูมิลักษณะนี้กวาดไปทั่วจวนจางด้วยการกระหน่ำใส่กำลังภายในเข้ามาของชิงหลงและตราจูเสิน
ประกอบกับสภาพอากาศที่มืดครึ้มและมีฝนตกอยู่แล้ว
จวนจางทั้งบริเวณกลายเป็นสถานที่แปลกประหลาดอย่างมาก
เกิดอะไรขึ้นหรือ ?
ผู้คนในจวนจางยืนอยู่ใต้ชายคา มองดูท้องฟ้า บางครั้งก็ตัวสั่น และบางครั้งก็ต้องใช้มือโบกพัด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...