สรุปตอน บทที่ 1493 ไม่พบอะไรเลย – จากเรื่อง ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง
ตอน บทที่ 1493 ไม่พบอะไรเลย ของนิยายนิยายจีนโบราณเรื่องดัง ซูเปอร์ลูกเขย โดยนักเขียน ชิงเฉิง เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยปม ตัวละครตัดสินใจครั้งสำคัญ หรือฉากที่ชวนให้ลุ้นระทึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้อ่านที่ติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง
เช่น จะเปลี่ยนถ่ายเลือดกันยังไง ?
ใครทำเป็น ?
ชิงหลงกล่าวว่า "อันนี้ข้าทำได้ คือหลังจากเปลี่ยนถ่ายเลือดเสร็จ ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนในการพักฟื้น ร่างกายฟื้นตัวได้โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่วิทยายุทธ์ของเสวี่ยเยี่ยนจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนถึงจะกลับคืนสู่ระดับของปัจจุบัน"
"......" ชิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงอย่างจริงจังจนเซียวเฉวียนยังคิดว่ามันยากเย็นถึงขนาดไหน
นี่ไม่ได้เป็นอะไรมากมายเลย ใช่ไหม ?
มันยากไหม ?
มันยากตรงไหน ?
เซียวเฉวียนถูกชิงหลงปั่นจนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ชิงหลงผงะ "นี่ไม่ยากหรือ ?"
นี่มาเจอชิงหลง พอดีรู้วิธีการเปลี่ยนถ่ายเลือด และเซียวเฉวียนหัวไว รู้วิธีใช้เงินเพื่อชักจูงผู้คนมาถ่ายเลือดให้กับเสวี่ยเยี่ยน ฟังแล้วจึงดูไม่ยาก
ในความเป็นจริง ในโลกนี้ คนที่รู้วิธีเปลี่ยนถ่ายเลือดมีจำนวนยกนิ้วนับได้
เย่าเหล่าทำได้ แต่เย่าเหล่าตายแล้ว
ตอนนี้ เท่าที่ชิงหลงรู้ มีเพียงชิงหลงที่ทำได้
ในโลกนี้เกรงว่าจะมีเพียงชิงหลงเท่านั้นที่ทำเป็น
เพราะวิชาเปลี่ยนถ่ายเลือดนี้เป็นวิทยาการลึกลับของคุนหลุน ไม่ใช่ทุกคนจะเรียนรู้ได้ และไม่ใช่ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้มันได้
ได้ยินชิงหลงพูดมาเช่นนี้ เซียวเฉวียนก็พูดว่า "อย่างนี้นี่เอง"
งั้นแสดงว่าเขาได้พบกับคนที่มีความสามารถพิเศษเข้าแล้วล่ะสิ
ว่าแล้วไง อะไรจะยากหรือไม่ยาก ขึ้นอยู่กับว่ามันอยู่ต่อหน้าของใคร
เซียวเฉวียนได้คืบจะเอาศอก พูดว่า "ถ้าอย่างนั้นต้องขอรบกวนท่านชิงหลงวิ่งสักเที่ยวแล้ว"
พอมีเรื่องจะขอร้องชิงหลง เขายังเป็นถึงเจ้าชายชิงหลง ดังนั้นเซียวเฉวียนก็ให้เกียรติเรียกเขาว่า ท่านชิงหลงด้วยความเคารพ
เพราะต้องอาศัยใช้วิชาลึกลับของเขานี่หว่า
ถ้าเป็นเวลาปกติ เซียวเฉวียนจะเรียกเขาตามชื่อตรงๆ ไปเลย
เป็นคนกันเองทั้งนั้น เรียกกันเป็นพิธีรีตองเกินไป กลับดูเหมือนคนห่างเหิน
เรียกท่านชิงหลงคำนี้ ที่แท้คือเซียวเฉวียนแสดงความเคารพต่อวิทยาการลึกลับของคุนหลุน
เมื่อชิงหลงได้ยินว่าเซียวเฉวียนขอให้เขาไปที่ต้าเว่ย เขาใจชื้นขึ้นมาทันทีและตอบอย่างทันด่วน "ท่านเซียวต้องการความช่วยเหลือ ชิงหลงตกลงด้วยภาระหน้าที่ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้"
ฤกษ์ดีไม่สู้วันเวลาเหมาะเจาะ ชิงหลงพูดว่า "ท่านเซียว รีบไปหาคนที่ยินดีจะถ่ายเลือด ชิงหลงจะไปที่จวนเซียวเดี๋ยวนี้เลย"
จากนั้นไม่รอให้เซียวเฉวียนจะเอ่ยปาก เขาตัดสายไปฝ่ายเดียวและออกเดินทางไปต้าเว่ยทันที
เขาคิดจะหาเซียวเฉวียนมานานแล้ว แต่ไม่มีข้ออ้างที่เหมาะสม เขามีฐานะเป็นเจ้าชายแห่งคุนหลุน เขาไม่สามารถไปที่จวนเซียวอย่างหุนหันพลันแล่นได้
เซียวเฉวียนยื่นหมอนมาให้ยามเขาง่วงจะหลับพอดี เขาจึงต้องรีบตกลงรับภารกิจเปลี่ยนถ่ายเลือดให้เสวี่ยเยี่ยน
เขาจะถือโอกาสแวะมาเยี่ยมบรรพบุรุษผู้เฒ่าด้วย
ความปรารถนาที่จะไปที่จวนเซียวอันแรงกล้า ขับเคลื่อนให้ชิงหลงเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งฟ้าผ่าลมกระโชก
ระยะทางอันเดียวกัน แต่ใช้เวลาสั้นลงไปครึ่งหนึ่ง
เซียวเฉวียนยังไม่ทันจะออกไปหาคน จู่ๆ ชิงหลงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ข้างนอกประตูของจวนเซียวแล้ว
เขาต้องการเข้าไป แต่จวนเซียวถูกล้อมรอบด้วยม่านกำบังที่บรรพบุรุษผู้เฒ่าวางไว้ ชิงหลงเข้าไปไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงตะโกนอยู่นอกประตู "ท่านเซียว เปิดประตู"
หมายถึงขอให้เซียวเฉวียนออกมาพาเขาเข้าไป
ถึงแม้เซียวเฉวียนจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รีบออกมาเปิดประตูให้ชิงหลงด้วยตัวเอง
ชิงหลงอุตส่าห์เจาะจงมาจากเขาคุนหลุนเพื่อช่วยเซียวเฉวียน เซียวเฉวียนจะเมินเฉยเขาไม่ได้
เมื่อเห็นเซียวเฉวียน ชิงหลงดีใจจนปริปากยิ้มและพูดว่า "ท่านเซียว ไม่ได้เจอกันนานเลย"
ฉินซูโหรวยินดีที่จะมาที่ชิงหยวนและช่วยเซียวเฉวียน เซียวเฉวียนไม่อาจปล่อยให้เธอต้องลำบากใจ
ขอให้โรงเรียนเปิด ให้นักเรียนหญิงได้สัมผัสถึงความดีของฉินซูโหรว ให้ผู้ปกครองรับทราบเกี่ยวกับบทบาทของฉินซูโหรวในฐานะครูผ่านปากของนักเรียนหญิง
ถึงเวลานั้น ผู้ปกครองยอมรับก็รับ ไม่ยอมรับก็ต้องรับ
อย่างมากพวกเขาก็แค่กำชับลูกสาวว่าอย่าไปทางที่ไม่ดี
เพราะพวกเขาส่งลูกสาวไปที่ชิงหยวนก็เพื่อรับเงินประจำทุกเดือนมาจุนเจือครอบครัว โตแล้วก็แต่งสามี เป็นคนของบ้านอื่นไปแล้ว
พูดง่ายๆ ก็คือ พวกเขาไม่ได้ห่วงใยในตัวครูสอนของชั้นเรียนเด็กหญิงนัก และไม่สนใจว่าลูกสาวจะเรียนรู้อะไรในชิงหยวนได้หรือไม่
เมื่อได้ยินว่าเซียวเฉวียนจะเลื่อนการเปลี่ยนถ่ายเลือดออกไป จู่ๆ ชิงหลงก็รู้สึกเคอะเขินเล็กน้อย "งั้นชิงหลงมาผิดเวลาจริงๆ "
เซียวเฉวียนยิ้มๆ และพูดว่า "ไม่สำคัญ ถ้าเจ้าว่าง ก็สามารถอยู่เที่ยวเล่นที่เมืองหลวงสักพักหนึ่ง"
พอได้ยินว่าเซียวเฉวียนจะให้เขาอยู่ต่อ ชิงหลงก็ยิ้มระเริงและพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว"
ที่คุนหลุนไม่มีอะไร เขาคิดจะอยู่ที่จวนเซียวกี่วันก็อยู่ได้
อันที่จริง เซียวเฉวียนมองทะลุความตั้งใจของชิงหลงที่อยากจะอยู่ในจวนเซียวมานานแล้ว ดีเหมือนกัน ให้เขาอยู่ที่นี่ เซียวเฉวียนจะได้มีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
ทำเช่นนี้ เซียวเฉวียนสนองความปรารถนาชิงหลงได้ สนองงานของตัวเองได้ ใครจะไม่ทำล่ะ ?
เซียวเฉวียนยิ้มเบา ๆ และพูดว่า "ยินดีต้อนรับ ถือว่าจวนเซียวเป็นเหมือนบ้านของเจ้าก็แล้วกัน"
แค่นี้เอง ชิงหลงก็มาอาศัยอยู่ในจวนเซียว
ในเวลานี้ เสียงของเหมิงเอ้าดังเข้าหูของเซียวเฉวียน "เจ้านาย ผู้น้อยมาอยู่ที่เมืองซานถังนานหลายวัน ได้พลิกเกือบทุกตารางนิ้วของเมืองซานถังแล้ว แต่ไม่พบเงาของนักปราชญ์เจ้าเล่ห์เลย ”
แม้กระทั่งสองเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เหมิงเอ้าก็ค้นหามาแล้ว ก็ไม่พบอะไรเลย
ไอ้แก่คนนี้ได้เคลื่อนย้ายสถานปักหลักไปที่อื่นหรือเปล่า ?
เซียวเฉวียนพูดเรียบ ๆ "ก็อาจเป็นไปได้ เจ้าค้นหาต่อไป อย่าปล่อยร่องรอยใดๆ ให้หลุดรอดไปได้ รู้ไหม ?"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...