มนุษย์มันก็ต่ำต้อยเช่นนี้ ในตอนที่เซียวเฉวียนให้โอกาสพวกเขา พวกเขาก็ไม่รู้จักคว้ามันเอาไว้ พยายามดื้อรั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เวลานี้เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีก็พากันมาขอความเมตตาเซียวเฉวียนถึงหน้าประตู
ในเวลานี้ ทั้งสองคนอยู่หน้าประตู ไม่ต้องบอกเซียวเฉวียนก็รู้ว่าว่าพวกเขานั้นมาเพื่อขอความเมตตา
ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเข้ามาขอความเมตตา
ก็รู้อยู่แล้ว เหตุใดตอนแรกถึงยังทำเช่นนั้น?
แต่เซียวเฉวียนไม่ได้คิดที่จะออกมาเผชิญหน้ากับพวกเขา
เซียวเฉวียนมอบคำสั่งแก่เฉวียนอี บอกให้ไล่พวกเขากลับไปให้หมด
ตอนที่ได้ยินว่าเซียวเฉวียนไม่อยู่จวน สีหน้าของอู๋จี้ก็มืดมนลงในทันใด พูดออกมาด้วยความโกรธว่า “ไม่อยู่จวน? ข้าคิดว่าเขาคงกำลังได้ใจและไม่คิดที่ออกมาเผชิญหน้ากับพวกเรามากกว่า?”
ไม่อยู่จวนเป็นข้ออ้างทั่วไปที่จะใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการพบหน้า มีหรือที่หลินฟ่างจะไม่เข้าใจเรื่องนี้?
แต่เวลานี้พวกเขามาเพื่อขอความเมตตาจากเซียวเฉวียน ก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นศัตรูกับเซียวเฉวียน การที่เซียวเฉวียนถือตัวนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องยอมรับ
คนที่มาขอความเมตตา มันก็ต้องมาด้วยท่าทีของคนที่ต้องการความเมตตา ท่าทางที่ต้องการเอาชนะของอู๋จี้ มันจะนำพาไปสู้ความล้มเหลว
หลินฟ่างเหลือบตามองอู๋จี้โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ จากนั้นก็กล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้ม “จี้เออร์”
เป็นการบอกให้อู๋จี้สงบสติอารมณ์เอาไว้
หลังจากอู๋จี้ได้ยินเช่นนั้น เขาเม้มริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจ ไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลินฟ่างจึงหันกลับมา แสร้งทำเป็นยิ้มและถามเฉวียนอีออกมาว่า “ขอถามหน่อยว่าใต้เท้าเซียวจะกลับมาเมื่อใด?”
พวกเขาไม่สามารถรออยู่ที่นี่เป็นเวลานานเกินไปได้
และก็ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เต็มใจที่จะรอ แต่หากพวกเขารอนานเกินไป เกรงว่าประชาชนที่สัญจรไปมาจะรู้สึกตัวและมาล้อมพวกเขาเพื่อสร้างปัญหา
หากความโกรธของประชาชนปะทุขึ้นมา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
แม้ว่าพวกเขาจะถูกรุมทำร้ายกลางท้องถนน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นขุนนางของราชสำนัก ตอนนี้ทุกอย่างล้วนไร้ค่า พวกเขาไม่อาจเอาโทษประชาชนได้!
ขุนนางราชสำนักถูกทุบตีกลางถนน พวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
ไม่ว่าเซียวเฉวียนจะออกมาหรือไม่ หวังว่าเซียวเฉวียนจะเห็นพวกเขาโดยเร็วที่สุด
ต่อให้พวกเขาต้องเข้าไปรอด้านในก็ยอม
โดยไม่คาดคิด เฉวียนอีกล่าวออกมาอย่างสงบว่า “นายท่านออกไปด้านนอก เขาไม่ได้บอกอะไรพวกเราไว้ ลูกน้องอย่างพวกข้าก็ไม่กล้าที่จะไถ่ถาม”
พูดจบเฉวียนอีก็ไม่มีวี่แววว่าจะเรียกพวกเขาเข้าไปในจวน หันหลังและเดินกลับเข้าไป
เห็นเฉวียนอีปิดประตู อู๋จี้ก็ระงับความโกรธเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ตะโกนออกมาด้วยอารมณ์ว่า “ราชครู ประมุขแห่งชิงหยวนบ้าอะไร! เหตุใดคนในจวนถึงไม่รู้จักคำว่ามารยาท ไม่เคยอบรมสั่งสอนบ้างหรือไง? ไม่กลัวขายหน้าบ้างงั้นหรือ!”
ในฐานะแขก ไม่ว่าจะแย่แค่ไหน อย่างนั้นก็ต้องเปิดประตูให้พวกเขาเข้าไปนั่งพักเสียบ้าง
เมื่อเห็นว่าเฉวียนอีไม่รู้จักแม้แต่มารยาท พูดจาด้วยน้ำเสียงอันเย่อหยิ่ง เป็นแค่คนรับใช้อันต่ำต้อย แต่กลับมาแสดงท่าทีอันเย่อหยิ่งต่อหน้าหลินฟ่างและอู๋จี้
ไม่รู้จักความต่างชั้นเลยบ้างหรือไง?
ไม่มีกฎเกณฑ์เลยแม้แต่น้อย!
อู๋จี้ในตอนนี้ ลืมคำพูดของหลินฟ่างทั้งหมดที่แนะนำเขาว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรกับเซียวเฉวียนตอนที่อยู่ในจวนอู๋ไปแล้ว
ยังคงเป็นคำพูดเดิม มีแต่ขุนนางเท่านั้นที่รังแกผู้ต้อยต่ำได้ และผู้ต้อยต่ำก็ไม่อาจขัดขืน
เมื่อถูกทอดทิ้งเช่นนี้ แน่นอนว่าหลินฟ่างเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าอู๋จี้เลย
แต่ใครใช้ให้สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ?
มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าชีวิตของเขานั้นอยู่ในกำมือของเซียวเฉวียน พวกเขามาเพื่อขอความเมตตาจากเซียวเฉวียน เช่นนั้นพวกเขาจะมาพูดถึงเรื่องสถานะในพื้นที่ของจวนเซียวได้อย่างไร ต้องการประกาศความยิ่งใหญ่?
หลินฟ่างเหลือบมองอู๋จี้ด้วยสายตาแห่งความโกรธ คิดที่จะดุอู๋จี้ แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
แค่อู๋จี้ตามเข้ามา เท่านี้ก็ยากมากเกินพอแล้ว
หลินฟ่างเลือกที่จะใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนในการพูดคุยกับอู๋จี้ “จี้เออร์ พวกเรามาถึงที่นี่แล้ว อย่าได้เสียสติเพราะเรื่องเล็กน้อย อย่าไปคิดมากกับคนรับใช้พวกนั้นเลย”
เซียวเฉวียนปฏิบัติต่อคนในจวนเหมือนพี่น้อง เรื่องนี้หลินฟ่างรู้ดี ดังนั้นเมื่อมีเซียวเฉวียนคอยให้การสนับสนุน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนของจวนเซียวจะแข็งกระด้าง
และมีเซียวเฉวียนคอยถือหาง หากท้าทายหรือสร้างปัญหาให้กับคนของจวนเซียว เซียวเฉวียนก็ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ เป็นแน่
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...
แล้วมันสั่งให้ลูกน้องตอบโต้คนที่เข้ามาหาเรื่องเอาไว้ล่วงหน้าไม่ได้เหรอ กฎของนิยายเรื่องนี้มันบ้าๆ อยู่นะ แบบนี้ให้ผู้อารักขาเฝ้าบ้าน ถ้าเจ้านายไม่อยู่ โจรก็เดินเข้าไปเอาของได้สบายเลยสิ เพราะผู้อารักขาไม่มีนาย ทำอะไรโจรก็ไม่ได้...
ไหนบอกรักลูกน้องหนักหนา เด็กมันอยากจะเข้าไปเป็นสนมก็จะปล่อยให้เข้าไปงั้นเหรอ ตัวเอกเรื่องนี้มันยังไง พิมพ์ด่านะ แต่ก็อ่าน 55555...