แต่เว่ยหงก็รู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขามาทำอย่างนี้เพื่ออะไร
พูดง่ายๆ ก็คือมากระแนะกระแหนว่ากองทัพของพวกเจ้าเมืองขาดเสบียง ทั้งอาวุธของพวกเขาก็สู้ของกองทัพตระกูลฉินไม่ได้
คิดจะให้ทหารทัพของพวกเจ้าเมืองรู้ว่าลำบากจะได้ถอยกลับไป
โธ่ !
พวกเขาจะไม่ถอยง่ายๆ !
ถอยก็มีทางเดียวคือตาย !
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายลับของกองทัพตระกูลฉินนั้นเก่งจริงๆ แผนของพวกเจ้าเมืองก็ถือว่าปกปิดมิดชิดแล้ว ยังให้พวกเขาล้วงเอาไปจนได้
บรรดาเจ้าเมืองพอรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราว ก็ย้อนกลับเข้าไปในค่าย
ทั้งห้าคนล้วนหน้าดำคร่ำเครียด
พูดตามตรง เว่ยอี้หรานทำหน้าที่เป็นแม่ทัพของทหารเจ้าเมือง มาเกิดเหตุเรื่องนี้ขึ้น เขาก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเปิดศึกต่อไปหรือเปลี่ยนแผนการรบดี
เรื่องมาถึงจุดนี้ เขารู้สึกว่าโอกาสเดียวที่จะเอาชนะของพวกเขาก็ไม่เหลือแล้ว
ถึงแม้พวกเขาเปลี่ยนแผนการรบ แต่กองทัพตระกูลฉินสามารถสืบรู้ครั้งหนึ่ง ก็สามารถสืบรู้ครั้งที่สองได้
ยิ่งกว่านี้ จำนวนเสบียงทางทหารในปัจจุบันไม่อำนวยให้พวกเขาเปลี่ยนแผนสู้รบได้
สภาพนี้แล้วยังจะไปรบ กองทัพตระกูลฉินที่เตรียมพร้อมมานาน จะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้หยิบฉวยแน่
กล่าวอีกนัยหนึ่ง จะรบหรือไม่รบ สำหรับทัพของเหล่าเจ้าเมืองทั้งหลาย จะไม่เป็นผลดีแม่แต่นิดเดียว
เว้นแต่พวกเขาจะยอมจำนน
แต่ถ้ายอมจำนน ทหารก็อาจมีโอกาสรักษาชีวิตได้ แต่บรรดาเจ้าเมืองจะไม่มีโอกาสได้รอดชีวิตแน่นอน
ยังเป็นคำเหมือนเดิม ถึงจุดนี้แล้ว พวกเจ้าเมืองไม่เหลือทางให้กลับใจอีกแล้ว ถึงพวกเขาจะยอมจำนนเสียแต่ตอนนี้ ความผิดฐานก่อกบฏของพวกเขาก็มิอาจปลดเปลื้องได้
ที่รอพวกเขาอยู่คือทางที่นำไปสู่ความตายสถานเดียว
เมื่อมาถึงจุดนี้ เว่ยอี้หรานรู้สึกว่าพวกเขาได้เข้าสู่ทางตันแล้ว
ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกทำอย่างใด ล้วนหนีไม่พ้นคำว่าตาย
มีข้อแตกต่างอยู่อย่างเดียวคือหากฮึกสู้กับทัพตระกูลฉิน อาจยังเอาชีวิตรอดได้ แม้ว่าโอกาสจะน้อยเต็มที แต่ก็ยังพอมีความหวังเหลือนิดหนึ่งอยู่
จะสู้เพื่อความหวังอันน้อยนิดนี้หรือไม่ เว่ยอี้หรานก็ตัดสินใจไม่ถูกจริงๆ
พูดอีกอย่าง เขาสับสนไปหมดแล้ว !
ช่วงหลายวันที่ประจันหน้ากับทัพตระกูลฉินมานี้ ความมั่นใจและกำลังใจก่อนเคลื่อนพลของเว่ยอี้หรานได้สูญหายจนแทบไม่เหลือ
เขาถามอย่างหมดแรงว่า “ท่านเสนาธิการ ท่านคิดว่า ควรทำอย่างไรดี ?”
เรื่องโยนลูกบอล เว่ยอี้หรานทำได้เนียนมากๆ
ไม่ว่าจะเจอเรื่องยุ่งยากขนาดไหนก็แล้วแต่ ยังมีลุงสองคนอยู่ข้างบน โยนลูกบอลให้พวกเขาไปรับรองไม่พลาดแน่ๆ
ทั้งไม้นี้ลองมาแล้วกี่ครั้งก็ไม่เคยเหลว
เว่ยหงเหลือบมองเว่ยอี้หรานด้วยสายตาอันจืดชืด สีหน้ามีความมุ่งมั่นและพูดว่า "ตามแผน เราจะจู่โจมค่ายทหารตระกูลฉินในคืนนี้"
“แต่ว่า เราจะเผชิญซึ่งๆ หน้ากับพวกเขาไม่ได้”
รบกันซึ่งๆ หน้า ถึงจะมีทหารมากเท่าไรก็ไม่เพียงพอที่จะปะทะกับกระบอกปืนของกองทัพฉินได้
ในเมื่อกองทัพตระกูลฉินรู้แผนแล้ว เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว พวกเขาจึงต้องใช้วิธีชนิดที่คนไม่ทันได้เอะใจ
ใช้ไฟตีค่ายทหารของตระกูลฉิน !
ดูลมของคืนนี้ กำลังพัดไปในทิศทางของกองทัพตระกูลฉินซะด้วย
ฟ้าเบื้องบนมาช่วยเหลือทัพของเหล่าเจ้าเมืองกันแท้ๆ !
หากใช้ไฟบุกโจมตี ขอเพียงเล็งให้ตรง จากนั้นยิงลูกธนูที่ชุบด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปที่ค่ายทัพตระกูลฉินแค่นั้นแหละ
สามารถรักษาระยะห่างจากค่ายกองทัพตระกูลฉินได้
และเมื่อยิงลูกธนูนี้เข้าไป ไฟก็เป็นไปได้สูงที่จะเผาลามไปถึงเสบียงของกองทัพตระกูลฉิน
ด้วยวิธีนี้ จึงถือเป็นการโต้กลับของทัพเจ้าเมืองได้
หลังจากฟังเว่ยหงกล่าว ดวงตาของเหล่าเจ้าเมืองส่งแววประกายขึ้น ต่างรู้สึกว่าแผนนี้ไม่เลว
ดังนั้น วิธีการรบจึงตกลงกันได้อย่างชื่นมื่น
แต่เพื่อให้ไฟลุกโหมแรงขึ้น ต้องส่งคนที่มีฝีมือดีแอบเข้าใกล้ค่ายทหารของตระกูลฉิน แล้วสาดน้ำมันเชื้อเพลงเข้าไป
ทำเช่นนี้สามารถเพิ่มโอกาสชนะให้กับทหารของเหล่าเจ้าเมืองได้
สุดยอด !
เหล่าเจ้าเมืองจึงส่งคนฝีมือดีของตัวเองให้พกน้ำมันเชื้อเพลิงติดตัว นำหน้าไปยังค่ายทหารของตระกูลฉินก่อน
ทำเช่นนี้ สงครามระหว่างกองทัพเหล่าเจ้าเมืองกับกองทัพตระกูลฉินเป็นอันว่าจะเปิดฉากขึ้นในที่สุด
ดวงตาของเว่ยหงอดหรี่ลงไม่ได้ ด้วยสายตาที่ดูเหี้ยมโหด เขาตะคอกอย่างเย็นชาและพึมพำอยู่ในใจ "ฮึ ! ฉินเซิ่ง พวกเจ้าโอหังนัก ต้องชดใช้กรรมแน่ !"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...
แล้วมันสั่งให้ลูกน้องตอบโต้คนที่เข้ามาหาเรื่องเอาไว้ล่วงหน้าไม่ได้เหรอ กฎของนิยายเรื่องนี้มันบ้าๆ อยู่นะ แบบนี้ให้ผู้อารักขาเฝ้าบ้าน ถ้าเจ้านายไม่อยู่ โจรก็เดินเข้าไปเอาของได้สบายเลยสิ เพราะผู้อารักขาไม่มีนาย ทำอะไรโจรก็ไม่ได้...
ไหนบอกรักลูกน้องหนักหนา เด็กมันอยากจะเข้าไปเป็นสนมก็จะปล่อยให้เข้าไปงั้นเหรอ ตัวเอกเรื่องนี้มันยังไง พิมพ์ด่านะ แต่ก็อ่าน 55555...