ตอน บทที่ 419 รอจังหวะ จาก ซูเปอร์ลูกเขย – ความลับ ความรัก และการเปลี่ยนแปลง
บทที่ 419 รอจังหวะ คือตอนที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และสาระในนิยายนิยายจีนโบราณ ซูเปอร์ลูกเขย ที่เขียนโดย ชิงเฉิง เรื่องราวดำเนินสู่จุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยใจตัวละคร การตัดสินใจที่ส่งผลต่ออนาคต หรือความลับที่ซ่อนมานาน เรียกได้ว่าเป็นตอนที่นักอ่านรอคอย
เซียวเฉวียนมาที่นี่ก็เพื่อจะดูเพื่อความสนุกสนาน ดูว่าฉินเฟิงลูกชายคนโตผู้สูงศักดิ์ของตระกูลฉิน ร้องไห้เป็นอย่างไร
วันนี้พวกนักพเนจรใช้ดินระเบิด ระเบิดกำแพงค่ายทหารหนานตูพังไปแล้ว
ไม่คิดว่า แค่ลองไม่กี่ครั้ง ก็สามารถระเบิดเปิดทางออกได้
อนิจจา งานก่อสร้างเหลวแหลกนี้ ไม่มีใครอยู่ดูแล้ว
ดูเหมือนว่าเงินของเมืองไป๋ลู่ถูกใช้ไปเพื่อเลี้ยงชีวิตชาวนักพเนจรหมด แม้แต่กำแพงค่ายทหารก็ไม่ลงทุนทำให้แข็งแรงสักหน่อย
วันนี้ ฉินเฟิงนำผู้คนจากค่ายทหารหนานตูไปสู้รบกับชาวนักพเนจร ฝ่ายตรงข้ามมีคนจำนวนมากและสังหารทหารที่ตระกูลฉินนำมา ทั้งจับตัวฉินเฟิงเอาไว้ได้
ฉินเซิ่งนำกองทหารอีกกลุ่มหนึ่งเข้าต่อสู้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน เขาจึงรอดพ้นจากการโจมตีของชาวนักพเนจร
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าพ่อของเจ้ายังคงเป็นพ่อของเจ้า ฉินเซิ่งมีประสบการณ์ในสนามรบมากมายและเหนือกว่าฉินเฟิงผู้เป็นลูกมาก
ฉินเฟิงมีสถานะสูงส่ง ตอนนี้เขาถูกจับตัวแล้ว ชาวนักพเนจรจะต้องเอาไว้เล่นอะไรสักหน่อย สั่งสอนลูกมีตระกูลที่ชอบอวดดีเสียบ้าง
ผลก็คือ ฉินเฟิงได้ทนรับแส้หวดมาแล้วไม่น้อย
"อ๊ากๆ ๆ ๆ! "
เริ่มแรก ฉินเฟิงกัดฟันและนิ่งเงียบ หลังจากถูกแส้หวดจนปากฉีกฟันหลุด จึงทนไม่ได้จนร้องโหยหวนไม่ขาดเสียง
ดีมาก!
ไม่เคยโดน เอาให้เข็ด!
เซียวเฉวียนมองดูอย่างมีความสุข ฉินเฟิงจำเป็นต้องได้รับการอบรมส่งสอนมานานแล้ว อายุยังน้อยอารมณ์ร้อน ขาดความยั้งคิด! ฉินเฟิงอาศัยความได้เปรียบของตน กล้าดีที่จะนำผู้คนในค่ายทหารหนานตูออกศึก
เป็นผลให้พวกเขาพ่ายแพ้ทันทีที่เคลื่อนพลออกรบ
คนที่เอาแต่พูดว่าเขาจะช่วยชีวิตค่ายทหารหนานตู แต่กลับถูกคู่ต่อสู้จับตัวได้ทั้งเป็น!
ฟังดูก็เหมือนเรื่องตลก พวกนักพเนจรระเบิดกำแพงค่ายทหาร ก้อนหินกระจาย ลอยไปโดนฉินเฟิงเข้าอย่างจังโดยไม่คาดคิด เพราะฉินเฟิงกำลังตั้งหน้าตั้งตาท่องคำขวัญ ร้องนำให้ผู้คนรุกไปข้างหน้า “ตระกูลฉินต้องชนะ! เมืองไป๋ลู่ต้องชนะ!”
ผลก็คือมีก้อนหินกระแทกเข้าศีรษะของเขา ฉินเฟิงก็หมดสติคาที่ไป
พวกนักพเนจรก็อย่างกับไปเก็บเอาตัวฉินเฟิงอย่างง่ายดายกลับไปไว้ที่จวนเจ้าอ๋อง
กลายเป็นเรื่องน่าอาบอายขายหน้าสำหรับตระกูลฉิน! เป็นที่อัปยศอดสูต่อค่ายทหาร!
ทุกคนในค่ายทหารหนานตูมองว่าฉินเฟิงเป็นตัวตลก!
แม้แต่พวกนักพเนจรก็ยังพูดไม่ออก คุณชายฉินคนนี้จัดการง่ายกว่าที่พวกเขาคิดมากมายทีเดียว!
ฮ่า ๆ ๆ ๆ!
เซียวเฉวียนหัวเราะจนท้องแข็ง ดาบจิงโหงของฉินเฟิงนั้นทรงพลังจริงๆ แต่ว่าฉินเฟิงอยู่แต่ในค่ายทหารในเมืองหลวงและไม่เคยสู้รบในสนามรบจริง เขาเองนิสัยก็หยิ่งผยอง ที่เขาพลาดในครั้งแรกนี้ ถือว่ามีเหตุมีผล
เหตุการณ์ของฉินเฟิงเป็นข้อพิสูจน์ที่ดี หากครอบครัวไม่อบรมเด็กที่ซุกซนให้ดี สังคมก็จะอบรมแทนให้เอง
เซียวเฉวียนมองดูฉินเฟิงถูกหวดด้วยความเพลิดเพลิน ดี ดี หวดถี่ๆ หน่อย จะทำให้ฉินเฟิงจดจำได้ยาวนาน อย่าคิดว่าฐานะลูกหลานผู้มีตระกูลจะสามารถนำมาใช้ได้ทุกที่
ในสนามรบ กำปั้นใครแข็งพอ วิทยายุทธแกร่งพอ นั่นแหละคือสัจธรรม
ในขณะที่ชมดูเหตุการณ์ เซียวเฉวียนเกือบจะจดจำผู้นำตัวหลักๆ ของนักพเนจรได้
คนที่สำคัญที่สุดชื่อเฉินอี้ เซียวเฉวียนไม่ต้องการรู้จักคนอื่นๆ เพราะทุกคนจะต้องตายหลังจากวันนี้
เฉินอี้ดูเป็นคนที่มีบารมีที่สุดในบรรดาชาวนักพเนจรทั้งหมด
ควรจะโจมตีที่ไหน เมื่อไรควรโจมตี และเมื่อใดควรถอย ส่วนใหญ่เป็นความคิดของเฉินอี้
”เราจะมองดูถึงเวลาเมื่อไร” ชิงหลงถาม พวกเขาแอบเข้าไปในจวนเจ้าอ๋องมาเป็นเวลานาน แต่เซียวเฉวียนไม่ได้บอกว่าจะดำเนินการอะไร เขาเพียงมองดูฉินเฟิงอย่างเพลิดเพลินและมีความสุข
ไม่ต้องรีบ เซียวเฉวียนยิ้ม ที่เขาเดินเล่นตามถนนนั้น องค์จักรพรรดิคงจะรับรู้ในไม่ช้า
เขารอให้คำสั่งของจักรพรรดิมาถึง แล้วจะดำเนินการทันที
ก่อนถึงเวลานั้น ให้ฉินเฟิงต้องทนทุกข์ทรมานหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นไร
เซียวเฉวียนหันกลับมาและถามชิงหลง "พวกชาวนักพเนจรยอมรับเขาคุนหลุนของพวกเจ้าไหม?"
"รับสิ" ชิงหลงพยักหน้า " ก็บรรดามีดดาบของต้าเว่ยจะใช้วัตถุดิบจากเขาคุนหลุนเป็นหลัก"
ภูเขาคุนหลุนมีสถานะที่สำคัญสำหรับผู้รู้หนังสือ ผู้อารักขา และผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ
”พวกเจ้าชาวคุนหลุนช่างยอดเยี่ยมมาก น่าเสียดายที่ไม่ได้มาครองโลก” เซียวเฉวียนกัดมันเทศร้อนๆ ในมือแล้วพูดอย่างน่าเสียดาย
หยาบคายมากไปแล้ว!
แต่ว่า เฉินอี้และพวกกำลังมองดูชิงหลงด้วยสีหน้าอาฆาตแค้น ชิงหลงก็ไม่อาจไปถือสากับเซียวเฉวียนในตอนนี้ได้
“ข้าพเจ้าชื่อชิงหลง จากภูเขาคุนหลุน วันนี้ผ่านมาเมืองไป่ลู่ เห็นความโกลาหลจึงแวะเข้ามาดู”
ชิงหลงหยิบป้ายที่เซียวกวีมอบให้เขาออกมาเพื่อแสดงตัวตน
ด้านหน้าของป้ายเป็นรูปมังกรเล่นน้ำของเมืองไป๋ลู่ ด้านหลังเป็นรูปหงส์โอบดวงอาทิตย์ของภูเขาคุนหลุน
เมื่อเฉินอี้ได้ยินคำว่า “เขาคุนหลุน" สีหน้ากังวลในตอนแรกก็ผ่อนคลายเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าชิงหลงรูปร่างสูงใหญ่แข็งแกร่ง มีสีหน้าสงบนิ่งไม่เหมือนว่าเขาจะโกหก เขาจึงรับป้ายในมือของชิงหลงมาแล้วกัดมันด้วยปากดู อื่ม ป้ายนี้เป็นของแท้ที่ทำมาจากทองคำ
แต่ว่า เรื่องคนของเขาคุนหลุนก็เหมือนเรื่องผี ใครๆ ก็บอกว่ามี แต่คนที่เคยพบเห็นนั้นไม่มีสักคน
เฉินอี้มองสำรวจชิงหลงขึ้นๆ ลงๆ "จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเจ้ามาจากเขาคุนหลุนจริง?"
“พวกเจ้าไม่ได้จับตัวเกาปิงไว้หรือ? เขารู้จักข้าดี” ชิงหลงไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งทั้งไม่ถ่อมตัวจนดูต่ำต้อย มีอารมณ์สุขุมหนักแน่น ทำให้เฉินอี้และผู้นำคนอื่นๆ ของนักพเนจรตื่นตระนก
ในลานบ้าน ฉินเฟิงซึ่งถูกแส้หวดจนมีเลือดออกทั่วตัวเงยหน้าขึ้น มองไปที่ชิงหลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เป็นคนอะไร ทำให้พวกอันธพาลกลุ่มนี้ปฏิบัติต่อเขาอย่างเท่าเทียมกัน?
เห็นได้ชัดว่า ฉินเฟิงถูกหวดจนประสาทหลอนไปแล้ว ไม่ได้ยินชิงหลงประกาศที่มาของเขาอย่างชัดเจน
”พาเกาปิงขึ้นมา”
เฉินอี้โบกมือแล้วสั่งให้คนลากตัวเกาปิงซึ่งมีจมูกบอบช้ำและตาบวมออกจากคุก
เกาปิงคิดว่าพวกนักพเนจรกำลังจะฆ่าเขาและเขาก็เกือบจะยอมรับชะตากรรมแล้ว แต่พอเขาออกมาและเห็น ชิงหลง เขาก็ตะโกนอย่างตื่นเต้น "ท่านชิงหลง! ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว! เขาคุนหลุนอยู่ไกลขนาดนั้นหรือ! ทำไมเพิ่งมาถึงตอนนี้! ฮือๆ ๆ ๆ! ท่านดูพวกเขาสิ ทำอย่างไรกับข้า!”
คำพูดของเกาปิงพิสูจน์แล้วว่าสถานะของชิงหลงเป็นตัวจริง ดวงตาของเฉินอี้เป็นประกายและน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปทันที "ท่านมาจากเขาคุนหลุนจริงๆ หรือท่านมาที่นี่ เพราะเขาคุนหลุนเห็นพวกเรามีความสามารถที่โดดเด่น ต้องการมารับสมัครบุคลากรอย่างพวกเราหรือ?"
ชิงหลงถูกถามจนไม่รู้จะตอบอย่างไร นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวเฉวียนเห็นคนตีความกบฏในเชิงสดใหม่ล้ำยุคขนาดนี้ ที่แท้ในโลกนี้มีคนเยอะเหมือนกันที่หน้าด้านกว่าเซียวเฉวียนอย่างเขา
เวลานี้ เซียวเฉวียนลุกขึ้นยืนทันเวลา ผู้นำชาวนักพเนจรหลายคนชี้ดาบอย่างระวังตัวไปที่เซียวเฉวียนซึ่งจู่ๆ ก็เดินออกมา เฉินอี้ตกตะลึง "เจ้าเป็นใคร?"
ฉินเฟิงที่ถูกมัดตัวไว้กลางสนาม รูม่านตาขยายโต! ตาพร่าไปเหรอเปล่า เป็นเซียวเฉวียนได้ไง?
เซียวเฉวียนเหลือบมองฉินเฟิง สะบัดแขนเสื้ออย่างสง่าผ่าเผย และตอบเฉินอี้ด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตร "สวัสดี ข้าเป็นพี่ใหญ่ของชิงหลงเอง"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...