ตอน บทที่ 420 ฆ่าเชื้อโรค จาก ซูเปอร์ลูกเขย – ความลับ ความรัก และการเปลี่ยนแปลง
บทที่ 420 ฆ่าเชื้อโรค คือตอนที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และสาระในนิยายนิยายจีนโบราณ ซูเปอร์ลูกเขย ที่เขียนโดย ชิงเฉิง เรื่องราวดำเนินสู่จุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยใจตัวละคร การตัดสินใจที่ส่งผลต่ออนาคต หรือความลับที่ซ่อนมานาน เรียกได้ว่าเป็นตอนที่นักอ่านรอคอย
เซียวเฉวียนทำหน้าตาดุร้าย ไม่ตอแย มีอารมณ์อย่างกะว่าที่มาปรากฏตัวที่นี่เป็นเกียรติตลอดชีวิตสำหรับชาวนักพเนจรอย่างพวกเจ้า ซึ่งกำราบพวกนักพเนจรที่ฆ่าฟันปล้นสะดมในหนานตูได้ผลทันที
กล่าวในเชิงเข้มงวด เซียวเฉวียนเป็นผู้รู้หนังสือติดนิสัยนักเลงมาโดยตลอด เมื่อเทียบกับพวกผู้รู้หนังสือที่ชอบอวดวิชาความรู้ในหนังสือแล้ว เซียวเฉวียนจะแสดงอารมณ์ดูหมิ่นผู้คนย่างง่ายดาย เพราะเดิมทีเขาก็เป็นมนุษย์ในยุคใหม่ที่มีนิสัยเสเพลตามใจชอบอยู่แล้ว
นอกจากนี้ เซียวเฉวียนยังยืนขึ้นด้วยมือท้าวสะเอว ชิงหลงก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ถึงเซียวเฉวียนจะไม่มีป้าย ใครจะไปสงสัยว่าพี่ใหญ่ของชิงหลงนี้เป็นตัวปลอม?
ชิงหลงได้รับความเคารพความพึ่งพาจากเกาปิงจึงพิสูจน์ให้เห็นว่า ชิงหลงเป็นคนที่มีความสามารถ
เป็นพี่ใหญ่ของชิงหลง ยิ่งไม่ต้องสงสัย เซียวเฉวียนต้องเป็นคนในคุนหลุนที่มีสถานะสูงส่งอย่างยิ่ง!
ด้วยวิธีนี้ เซียวเฉวียนอาศัยวาจาฉะฉานและความหน้าด้านของเขา ด้วยคำพูดประโยคเดียว ก็ทำให้เฉินอี้และพวกยอมรับตัวเซียวเฉวียนได้สำเร็จลุล่วง
ชาวคุนหลุน ก็คือเทพเจ้าในตำนาน!
ดวงตาของเฉินอี้และพวกเป็นประกาย เซียวเฉวียนและชิงหลงต่างก็มีร่างสูงใหญ่และดูดุดัน มีนิสัยที่เร่าร้อน พวกเขาต้องเป็นเทพเจ้าอย่างแน่นอน
“ไม่ทราบท่านพี่ใหญ่ มีชื่อธรรมว่าอะไร” ดวงตาของเฉินอี้เป็นประกาย เทพเจ้าล้วนมีชื่อธรรมไม่ใช่เหรอ?
”เซียวเฉวียน”
เซียวเฉวียนพูดตรงๆ เฉินอี้ขมวดคิ้ว เทพเจ้าก็มีแซ่ด้วยเหรอ?
แต่ว่าทำไมชื่อเซียวเฉวียนนี้ ฟังคุ้นๆ หู ?
เฉินอี้ครุ่นคิดอย่างเอาจริงเอาจัง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเซียวเฉวียนคือใคร เซียวเฉวียนโบกมือแล้วเรียกเว่ยอวี๋ เว่ยไป๋และคนอื่นๆ ออกมา "พวกเราชาวคุนหลุนเดินทางผ่านมาทางนี้ รวมกันยี่สิบคน เจ้าช่วยจัดเตรียมห้องยี่สิบห้องให้พวกเราได้พักผ่อนเถอะ”
น้ำเสียงและท่าทางของเซียวเฉวียน ราวกับว่าเดินทางมาขอเช่าห้องพักในจวนเจ้าอ๋องอย่างนั้น
เฉินอี้ตกตะลึง ชิงหลงก็ตกตะลึงเช่นกัน ชิงหลงไม่เคยคิดได้ว่าเซียวเฉวียนจะเล่นกันซื่อๆ อย่างนี้ เหมือนลากเอาครอบครัวของเขามาอยู่ต่อหน้าคนกลุ่มนี้
”พี่เฉินอี้ เทพเจ้านี้ก็มีญาติด้วยหรือ?” ผู้นำของพวกนักพเนจรอดไม่ได้ที่จะสงสัย ยิ่งกว่านั้น ยกเว้นเว่ยอวี๋และ ต่งจัวที่ดูมีเนื้อหนังหน่อย คนอื่นๆ ล้วนผอมจนราวกับไม้ฟืนแห้ง
เซียวเฉวียนและชิงหลงไม่น่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมั่ง
พวกเขามองไปที่ชิงหลงและก็มองไปที่เซียวเฉวียน ด้วยความสงสัยบนใบหน้า ชิงหลงเป็นคนจริงจากคุนหลุน เซียวเฉวียนและคนอื่นๆ เป็นคนปลอม ในโลกนี้ที่ยากแก่การแยกแยะที่สุดคือมีทั้งของจริงในของปลอมและมีทั้งของปลอมในของจริง
ชิงหลงต้องเล่นตามบทจึงรีบพยักหน้า พร้อมด้วยท่าทีที่ดีขึ้นมาก "ใช่ พวกเราทุกคนมาจากคุนหลุน ถ้าสะดวก รบกวนช่วยเตรียมห้องให้พวกเราด้วย "
“พี่เฉินอี้ พวกเทพเจ้าต้องนอนหลับด้วยเหรอ?” ผู้นำของพวกนักพเนจรแอบถามเฉินอี้ ดวงตาเกลือกกลิ้งวนเวียนอยู่แถวเซียวเฉวียนและพวก ตอนนี้เป็นจังหวะเวลาสำคัญที่จะโจมตีค่ายทหารหนานตู ชัยชนะรออยู่ตรงหน้าแล้ว ขอร้องอย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย
”เทพเจ้าอย่างพวกเราไม่เพียงแต่จะต้องนอนหลับ! ยังต้องกินและถ่าย! ใครบอกเจ้าว่าเทพเจ้าไม่หลับ! หืม?”
เซียวเฉวียนเห็นความอืดอาดยืดยาด ผัดวันประกันพรุ่งของคนเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ยินดีต้อนรับเขา เขาจึงตะโกนทันที "พวกเราชาวคุนหลุนไม่ค่อยปรากฏตัวนัก ที่ได้มายืนตรงนี้คุยกับเจ้าได้ถือเป็นบุญของเจ้าแล้ว! เจ้ายังไม่ยินดีต้อนรับหรือ เมื่อก่อนเจ้าอ๋องเมืองไป๋ลู่ล้วนมาขอร้องให้พวกเรามา ตอนนี้พวกเจ้าเป็นใหญ่ในเมืองไป๋ลู่แล้ว ใช่ไหม? กล้าดียังไงมาวางท่ากับพวกเราแบบนี้? ”
ท่าทางมั่นใจของเซียวเฉวียน ทำให้ชิงหลงและพวกรู้สึกน่าทึ่ง
เซียวเฉวียนหน้าด้าน มือหยิบเรื่อยเปื่อยไปตามใจชอบ
แต่ว่า ด้วยถ้อยคำนี้เองที่ขู่ให้คนอย่างเฉินอี้และพวกๆ สยบลงได้
ถ้าเซียวเฉวียนและพวกๆ ไม่ใช่เทพเจ้าจากคุนหลุน จะกล้าพูดกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงอย่างนี้หรือ
นอกจากนี้ ชิงหลงยังมีป้าย ปลอมไม่ได้ ปลอมไม่ได้
แม้ว่าคำพูดของเซียวเฉวียนจะเป็นคำพูดโทสะ แต่ก็ทำให้พวกเขาสบายใจ
เทพเจ้าของคุนหลุนยอมรับจริงๆ แล้วว่าพวกเขามาเป็นใหญ่ในเมืองไป๋ลู่แล้ว! แน่นอนว่าเหล่าเทพเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อมาช่วยเหลือพวกเขา ต้องต้อนรับให้ดีๆ ถึงจะถูก!
”มานี่สิ! ไปจัดเตรียมห้องที่ดีที่สุดในจวนเจ้าอ๋องสำหรับเทพเจ้าทุกท่านและผู้ติดตามของพวกท่าน! เตรียมเหล้าอาหารดีๆ! ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากแดนไกลเหล่านี้ให้ดี!”
เฉินอี้โบกมือและออกคำสั่ง คนรับใช้ต่างก็รีบกุลีกุจอไปเตรียมการ
สาดแอลกอฮอล์ที่แผลก็เช่นกัน จะเกิดอาการปวดเข้ากระดูก
ฉินเฟิงร้องโหยหวน ซึ่งทำให้เฉินอี้พอใจมาก
หลังจากที่เซียวเฉวียนเทขวดเหล้าจนหมด ฉินเฟิงก็เจ็บปวดจนหมดสติไป แต่เซียวเฉวียนก็รู้สึกพอใจมาก ฉินเฟิงทนความเจ็บปวด แต่เซียวเฉวียนก็ฆ่าเชื้อบาดแผลให้ฉินเฟิงได้ ฉินเฟิงก็จะไม่ตายเพราะการติดเชื้อที่บาดแผล
ดูเหมือนเป็นการลงโทษ แต่จริงๆ คือเซียวเฉวียนกำลังช่วยชีวิตเขา
คนโบราณไม่รู้ว่าเหล้าที่มีดีกรี 75 องศาสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เซียวเฉวียนดูจากสายตาของฉินเฟิงก็รู้ว่าฉินเฟิงจะต้องเกลียดเซียวเฉวียนจนตายแน่ ถ้าเหล้านั้นเทลงไป
เซียวเฉวียนประเมินความแรงของเหล้าขวดนี้ซึ่งเลือกมาจากเหล้าหลายๆ ขวด เอามาล้างบาดแผลของฉินเฟิงกำลังดี
เหล้านี้สาดลงไป ไม่เพียงแต่เฉินอี้เท่านั้นที่พอใจ เว่ยอวี๋ซึ่งเป็นคนขี้ขลาดก็แทบใจสลายเช่นกัน
เหล่าเซียวนี้ใจถึงจริงๆ ขนาดฉินเฟิงเคยเป็นพี่ชายภรรยามาก่อน เหล่าเซียวก็ไม่ได้ใจอ่อนเลยแม้แต่นิดจริงๆ
ต่อไปนี้ จะล่วงเกินเหล่าเซียวไม่ได้เด็ดขาด ในใจของเว่ยอวี๋ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ รู้สึกตัว จบแน่ ข้ายังไปแย่งเอาต่งจัวของเหล่าเซียวมา ต้องหาโอกาสคืนต่งจัวไปดีกว่า
ฉินเฟิงถูกมัดอยู่ที่ลานบ้าน งานเลี้ยงต้อนรับเซียวเฉวียนและพวกก็จัดขึ้นในห้องโถงข้างๆ เขา
เซียวเฉวียและพรรคพวก ร่วมกับเฉินอี้และผู้นำของพวกนักพเนจรต่างหัวเราะและพูดคุยกัน ดื่มเหล้าแลกแก้วกัน มีความสุขอย่างเต็มที่
"รายงาน!"
ในเวลานี้ มีลิ่วล้อคนหนึ่งวิ่งเข้ามาและรายงาน "ท่านหัวหน้า มีข่าวดี! พวกเราได้จับตัวเจ้าหญิงจิ่นโหรว คุณหนูคนโตของตระกูลฉินได้!"
เฉินอี้กำลังถือแก้วเหล้าดีใจ ทุบแก้วเหล้าบนโต๊ะ "ดี! ดีมาก! นำตัวขึ้นมาซิ! อย่างนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าฉินเซิ่งจะไม่มอบนายน้อยของเมืองไป๋ลู่มาให้แล้ว! "
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...