บทที่ 422 หลอกลวงอีกครั้งและอีกครั้ง – ตอนที่ต้องอ่านของ ซูเปอร์ลูกเขย
ตอนนี้ของ ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของนิยายนิยายจีนโบราณทั้งเรื่อง ด้วยบทสนทนาทรงพลัง ความสัมพันธ์ของตัวละครที่พัฒนา และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนโทนเรื่องอย่างสิ้นเชิง บทที่ 422 หลอกลวงอีกครั้งและอีกครั้ง จะทำให้คุณอยากอ่านต่อทันที
เหล่านักฆ่าชาวยุทธ์อยากเฉินอี้พวกนี้ อยากจะสร้างบารมีให้คนเรียกขาน และแน่นอนว่าเขาต้องคิดอยากสังหารน้องชายอายุห้าขวยของเว่ยชิงรายนั้น หรือก็คือนายน้อยของรัฐไป๋ลู่
หรือไม่อย่างนั้น ขอเพียงนายน้อยผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ รัฐไป๋ลู่ก็จะถือว่ามีนาย พวกเฉินอี้เองก็ไม่อาจเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงได้
จนใจแต่ว่านายน้อยผู้นี้อยู่ที่ใดไม่ทราบ เฉินอี้สงสัยว่าเป็นฉินเซิงที่พานายน้อยหนีไป
ดังนั้นแล้ว พวกนักฆ่าในยามนี้จึงยังไม่ได้สังหารฉินเฟิงกับฉินซูโหรว เป็นแบบนี้จะได้มีเงื่อนไขไว้ต่อรองกับฉินเซิง
พวกชิงหลงสีหน้าแข็งค้าง พวกเขามาถือโอกาสกินดื่ม แล้วค่อยฉวยโอกาสกำราบพวกนักฆ่ายุทธภพพวกนี้เสีย แต่ไม่ได้คิดจะช่วยพวกเขารบทัพจับศึกแต่อย่างใด
ทว่าเฉินอี้ทั้งหลายทำสีหน้า เจ้ากินดื่มและพักในที่ของข้า ไม่คิดจะทำงานสักหน่อยหรือ?
เซียวเฉวียนหยิบน่องไก่ขึ้นมาก่อนจะตีไปบนหัวของเฉินอี้ “เจ้านี่! เจ้ากล้าใช้ท่านเทพให้ทำงานเรอะ? ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ยังต้องมองสีหน้าข้าสักหลายส่วนเลย! เจ้ายังกล้าจัดการข้า!”
เซียวเฉวียนมีกำลังวังชาขึ้นมา สายตาเรืองรอง พู่กันเฉียนคุนกับภาพรุ่งอรุณใบไม้ผลิคุนหลุนส่งเสียงดัง “ฟึ่บ” พุ่งออกมาจากชายเสื้อของเซียวเฉวียนก่อนจะลอยอยู่กลางอากาศ เตรียมตัวจะลงมือต่อยกับเฉินอี้เป็นเพื่อนเจ้านาย
พู่กันเฉินคุนทอประกายสีแดงเล็กน้อย ส่วนภาพวาดรุ่งอรุณนั้นกลับยิ่งค่อยๆ แผ่ภาพออก ไม่มีใครจับพวกมันขยับ แต่พวกมันดันขยับเองได้งั้นหรือ? เรื่องนี้ทำเอาเฉินอี้มึนงงไปหมด
“มองอะไรกันล่ะ! นี่คืออาวุธของข้า!” เซียวเฉวียนกระโจนขึ้นบนโต๊ะก่อนจะกระทืบหน้าโต๊ะสั่นสะเทือน!
พี่ใหญ่เป็นเช่นนี้แล้ว พวกเว่ยไป๋ย่อมต้องติดตามด้วย!
เว่ยไป๋รวมไปถึงสิบเจ็ดอรหันต์เองก็ค่อยๆ พากันใช้เท้ากระทืบลงบนโต๊ะคนละข้าง การกระทืบนี้ จานกับข้าวและจอกสุราต่างสะเทือนคว่ำสิ้น!
ต่งจัวยังจะใช้ฝ่ามือตบโต๊ะลงมาอย่างแรงโดยพลัน พลังของชาวยุทธ์แท้นั้นมีพลังมหัศจรรย์รุนแรง โต๊ะพลันแตกออกทันที!
เว่ยอวี๋สีหน้าแข็งค้าง เขาตัวสั่นงันงกก่อนจะเอาเท้าเหยียบลงบนโต๊ะ แล้ววางบารมีขามไปกับชาวบ้านด้วยอย่างไม่ค่อยมีกำลังวังชานัก “เฮอะ...”
พวกเฉินอี้ไฉนเลยจะเคยเห็นอาวุธเช่นนี้ และกระบวนท่าแบบนี้ เซียวเฉวียนเผยสายตาดุดัน “เจ้าพูดคำที่เจ้าว่าไว้เมื่อครู่อีกรอบหนึ่งซิ! ตัวข้าละเกลียดที่สุดก็คือมีคนสั่งให้ข้าทำงานให้นี่ละ! เหล่าเซียนบนฟากฟ้าร้องขอให้ข้าทำงาน นั่นยังต้องถวายท้อเซียนให้ข้า!พวกเจ้าให้ข้ากินแค่นี้ ยังคิดจะให้ข้าทำงานอย่างนั้นหรือ?”
ยามที่เซียวเฉวียนเอ่ยวาจาเช่นนี้ พวกเว่ยอวี๋ล้วนเหงื่อตกเย็น ครานี้หากว่าเสแสร้งไม่ดี เช่นนั้นก็อาจถึงแก่ชีวิตได้
บางทีอาจจะเพราะเซียวเฉวียนโอหังมากไปหน่อยและมีท่วงท่าที่มั่นอกมั่นใจ หรือบางทีอาจจะเพราะพู่กันเฉินคุนและภาพวาดรุ่งอรุณนั้นเหมือนของใช้เทวะเป็นอย่างมาก เฉินอี้จึงตกตะลึงจนพูดจาติดอ่าง “ขอ...ขออภัย ท่านเทพเซียว ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้น ก็ ก็เท่านั้น”
เซียวเฉวียนแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่งก่อนจะหัวเราะได้ใจ เขาพลันเก็บอารมณ์โกรธในหนึ่งวินาที “อย่างนั้นหรือ เจ้าเองก็อย่าร้อนรนไป ข้าก็แค่เอ่ยปากระบายโทสะไปก็เท่านั้น”
กล่าวจบ เขาก็โบกมือ พู่กันเฉียนคุนและภาพวาดอรุณรุ่งก็กลับเข้าสู่ชายเสื้อเขาอีกครั้ง เซียวเฉีวยนหันกาย ก่อนจะออกคำสั่งให้เว่ยอวี๋และทุกคนเอาเท้าลง “เพ้ยๆๆ ท่าทางเช่นนี้ไม่มีมารยาทเลย! พวกเจ้าทำกับข้าวทำสุราหกหมดแล้ว! นี่จะกินกันอย่างไร!”
“ไม่เป็นไรไม่เป็นไร! ข้าจะสั่งให้คนจัดเอามาให้ใหม่! จะต้องให้ท่านเซียนทั้งสองคนกินดีอยู่ดีเป็นอันแน่!”
เซียวเฉวียนระเบิดโทสะเช่นนี้ เฉินอี้ไม่เพียงแต่ไม่โกรธแต่กลับยิ่งยินดีกว่าเดิม ดูไปแล้วเซียวเฉวียนเป็นเทพจริงๆ!
พู่กันกับภาพวาดนั้นช่างลึกลับเป็นที่สุดเลย!
เฉินอี้มีท่าทีเป็นมิตรมากขึ้นทุกที ทำเอาพวกเว่ยอวี๋นั้นนับว่าได้รู้เห็นโลกอย่างแท้จริง เรื่องหน้าไม่อายของเขานี้นับว่าไม่มีใครต่อกรได้
เซียวเฉวียนเก็บขาลง ก่อนจะตบชายเสื้อ เขาเอ่ยอย่างมั่นใจประหนึ่งอยู่บ้านตัวเองก็ไม่ปาน “มา! กินดื่มต่อ!”
กล่าวแล้ว เขาก็หันหน้าไปพูดกับเฉินอี้ “เจ้าวางใจ! รอจนถึงเวลาประจวบเหมาะ ข้าย่อมจะช่วยพวกเจ้าสังหารนายน้อย แล้วช่วงชิงเอารัฐไป๋ลู่มาในครั้งเดียวแน่”
เฉินอี้ที่เมื่อครู่ตื่นตะลึงจนตาถลนปากอ้า พอได้ยินว่าเซียวเฉวียนยินดีช่วยตัวเอง เขาก็พยักหน้ายินดีไม่หยุด “เยี่ยมๆๆ! ขอบคุณท่านเทพ! ขอบคุณ!”
“มาๆ! เติมเหล้าเติมเครื่องปรุงเสีย! พวกเรามาดื่มให้ท่านเทพจอกหนึ่ง!”
ในจวนผู้ครองรัฐยามนี้คึกคักเป็นพิเศษเพราะมีพวกเซียวเฉวียนมา
ข่าวเล่าลือจากหนึ่งไปสิบไปร้อย ด้วยความรวดเร็วทุกคนก็รู้ว่าฟ้าได้ลดตัวลงมาเป็นนิมิตมงคล เซียนคุนหลุนมากันถึงสองท่าน และต้องการช่วยพวกจอมยุทธ์ชิงเอารัฐไป๋ลู่ให้สำเร็จ!
ได้ยินมาว่าอาวุธของเทพเซียนนั้นดูพิสดารเป็นที่สุด มันขยับเองได้ด้วย!
มีท่านเทพทั้งสองอยู่ พวกชาวยุทธ์ต้องได้ชัยชนะเป็นน่นอน
ดินของรัฐไป๋ลู่อุดมสมบูรณ์ หากได้เป็นฮ่องเต้ของรัฐไป๋ลู่ เช่นนั้นย่อมแข็งแกร่งเหนือกว่าการเป็นชาวยุทธมากนัก
เฉินอี้ฝันหวานจะได้เป็นฮ่องเต้ เหล่าหัวหน้าของเขาทั้พวกงหลายก็ฝันจะได้เป็นฮ่องเต้ไปด้วย เซียวเฉวียนเห็นภาพนี้อยู่แต่กลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
“พี่ใหญ่ นี่มิใช่ว่าเป็นราชโองการของฮ่องเต้ต้าเว่ยหรอกหรือ พวกเรารื้อค้นมาได้จากตัวของสายลับผู้หนึ่ง”
เซียวเฉวียนที่กำลังยิงธนูอยู่หรี่ตาครั้งหนึ่ง ทั้งเหลืองทั้งสว่างปานนี้ เป็นราชโองการแน่มิผิด
หรือว่า ราชโองการมาถึงแล้วหรือ?
เซียวเฉวียนแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทว่าฝ่ามือนั้นกลับออกเหงื่อเย็น
หากว่าราชโองการเขียนให้เซียวเฉวียนระงับเหตุจลาจล ในวินาทีถัดไป เซียวเฉวียนย่อมถูกสังหารแน่!
ในยามนี้ เฉินอี้กำลังเปิดราชโองการออก
เซียวเฉวียนยิงธนูออกหนึ่งดัง “ฟึ่บ” มีเสียง “อ๊าก” หนึ่งเสียง “จบกัน ข้าเหมือนจะยิงโดนคนเข้าแล้ว”
สายตาของเฉินอี้เบนออกห่างจากราชโองการ เซียวเฉวียนอาศัยที่เขาไม่ทนัระวัง หยิบเอาราชโองการมาแทน
ไม่อ่านก็ช่างเถอะ แต่พออ่านแล้วเหงื่อเย็นๆ ก็ทะลัก
สุดแล้วก็เป็นราชโองการที่ฮ่องเต้สั่งให้เซียวเฉวียนระงับเหตุจลาจล!
แม่งเอ้ย ไอ้โง่นั่น ขนาดราชโองการยังส่งมาดีๆ ไม่ได้! ถึงกับปล่อยให้ตกอยู่ในมือโจร
ชื่อเซียวเฉวียนสองตัวที่อยู่บนราชโองการนั้นเขียนได้ทั้งใหญ่ทั้งหยาบและมีพลังเป็นอย่างมาก!
เหงื่อเย็นๆ หยดลงมาจากแก้มของเซียวเฉวียน ไม่อาจจะให้เฉินอี้ได้เห็นราชโองการนี้เด็ดขาด!
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...