สรุปตอน บทที่ 424 หลอกมาถูกทางแล้ว – จากเรื่อง ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง
ตอน บทที่ 424 หลอกมาถูกทางแล้ว ของนิยายนิยายจีนโบราณเรื่องดัง ซูเปอร์ลูกเขย โดยนักเขียน ชิงเฉิง เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยปม ตัวละครตัดสินใจครั้งสำคัญ หรือฉากที่ชวนให้ลุ้นระทึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้อ่านที่ติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง
ที่แท้ในตอนที่อยู่สนามยิงธนู เซียวเฉวียนตอนที่ได้รับพระราชโองการนั่นกลับตื่นตระหนกตกใจอย่างไร้เทียบเทียม
ทางด้านบนเขียนเอาไว้อย่างเป็นจริงเป็นจังว่าให้เซียวเฉวียนไปปราบความวุ่นวายที่รัฐไป๋ลู่ให้สงบ ทั้งยังกล่าวอีกด้วยว่าเซียวเฉวียนสามารถใช้ตราประทับเหวินอิ้นในมือของฉินเซิงได้ เพื่อร้องเรียกราชองครักษ์ของรัฐไป๋ลู่
เซียวเฉวียนคิดอยากที่จะถือโอกาสนี้ทำลายพระราชโองการ ทว่าเฉินอี้กลับมีปฏิกิริยาตอบกลับรวดเร็วเป็นอย่างมาก
เฉินอี้หลังสัมผัสได้ว่าเขาตื่นตระหนกตกใจแล้ว ดังนั้นจึงเข้ามาเอาพระราชโองการไปโดยตรงทันที เพราะต้องการที่จะอ่านเนื้อหาทางด้านบน
การเอาไปในหนนี้ หัวใจของเซียวเฉวียนกลับเต้น "ตึกตัก ๆ" ไม่หยุด
จบแล้ว
หนนี้มันจบแล้วจริง ๆ
พระราชโองการของฮ่องเต้มาถึงแล้ว แต่เกรงว่าจะไม่มีชีวิตไปดำเนินการแล้ว
เหล่าจอมยุทธ์เดิมเป็นโจรชั่วที่กินคนดื่มโลหิต หากพบว่าเซียวเฉวียนเป็นหนอน แถมยังหลอกกินหลอกเล่นอีก นี่จะยังไม่หั่นเซียวเฉวียนเป็นชิ้น ๆ ได้อยู่อีกหรือ?
ครานั้นพู่กันเฉียนคุนกับภาพรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิแห่งเขาคุนหลุนในแขนเสื้อของเซียวเฉวียนเตรียมตัวพร้อมเรียบร้อยแล้ว กำลังรอจังหวะเวลาเพื่อที่จะสังหารเฉินอี้
การสังหารเฉินอี้ที่เป็นผู้นำของเหล่าจอมยุทธ์กลุ่มนี้เป็นมาตรการในลำดับถัด ๆ ไป เพราะว่าแม้จะสังหารผู้นำเหล่านี้แล้ว เหล่าจอมยุทธ์แสนกว่าคนยังคงก่อจลาจลอยู่ดี นี่คือการรักษาที่ปลายเหตุมิใช่การรักษาที่ต้นเหตุ
ตอนนี้สิ่งที่เซียวเฉวียนจะต้องกระทำนั้น มิเพียงแค่เป็นการรักษาความสงบสุขเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้เหล่าจอมยุทธ์สวามิภักดิ์อีกด้วย
การทำให้เฉินอี้ผู้นำคนเหล่านี้กลับไปสวามิภักดิ์ต่อต้าเว่ยนั้น จึงจะเป็นมาตรการในลำดับต้น ๆ
ทว่าหากตอนนี้ไม่สังหารเฉินอี้ เซียวเฉวียนกับคนเหล่านี้ก็จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว!
เซียวเฉวียนไร้ทางเลือกแล้วจริง ๆ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่ใช้มาตรการในลำดับถัด ๆ ไปแล้ว
เฉินอี้เอาพระราชโองการไปแล้ว สบตามองดูอย่างเป็นจริงเป็นจัง
โอกาสมาแล้ว จะสังหารเฉินอี้แล้ว!
เป็นตอนนี้แหละ!
แต่ประเดี๋ยวก่อน...
เหตุใดเฉินอี้จึงถือพระราชโองการกลับด้าน?
แถมยังอ่านอย่างตั้งใจมากขนาดนั้นอีก?
ภายในช่วงเวลาเร็วแสงนั้นเอง เซียวเฉวียนถึงมีปฏิกิริยาตอบกลับมาแล้ว เฉินอี้เป็นจอมยุทธ์ เขาแม่งไม่รู้หนังสือนี่นา!
อีกนิดเดียวเซียวเฉวียนก็เกือบเบรกพู่กันเฉียนคุนที่ต้องการจะสังหารคนในทันทีเอาไว้ไม่อยู่แล้ว! เขากำมันเอาไว้แน่นทันที กุลีกุจอขัดขวางพู่กันเอาไว้ เพราะเกรงว่ามันจะทำลายแผนการใหญ่ของตนเอง!
เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ เฉินอี้มองดูอย่างเป็นจริงเป็นจังอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นทันที "ท่านเทพเซียว ที่ด้านบนนี้เขียนว่ากระไรรึ?"
ฮ่า ๆ!
ฮ่า ๆ ๆ!
ช่างเป็นสวรรค์ที่ช่วยข้าโดยแท้!
ที่แท้ก็ไม่รู้หนังสือนี่เอง!
ตอนนี้เซียวเฉวียนกลับรู้สึกนับถือเหล่าจอมยุทธ์อยู่นิดหน่อยแล้ว หนังสือก็ไม่รู้เลยสักตัวแต่กลับกล้าลุกฮือก่อกบฏ อาศัยฝันหวานที่กล้าอยากจะเป็นฮ่องเต้เพียงอย่างเดียว คนที่กินใจหมีสุนัขกินตับเสือดาว [1] ก็ยังไม่กล้าที่จะทำเรื่องนี้จริง ๆ เลยนะเฟ้ย!
"ยินดีด้วย ๆ" เซียวเฉวียนยกมือขึ้น ประกบกันเป็นท่ามือแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการหนึ่งหน "พระราชโองการทางด้านบนนี้ได้เขียนเอาไว้ว่ามีคำสั่งให้ตระกูลฉินหยุดสงคราม ทรงรับสั่งให้คนขอค่ายทหารถอยทัพกลับไป"
ดวงตาของเฉินอี้เป็นประกายทันที "ความหมายของท่านก็คือฮ่องเต้ต้าเว่ยยอมรับความพ่ายแพ้แล้วอย่างนั้นรึ? รัฐไป๋ลู่เป็นของพวกเราแล้วรึ?"
"ใช่ พระราชโองการเขียนเอาไว้ว่ามีคำสั่งให้ตระกูลฉินปกป้องประมุขน้อยถอยทัพกลับเมืองหลวง" เซียวเฉวียนโป้ปดคำโตออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย หัวใจไม่เต้น "ดูท่าแล้วพวกท่านได้กลายเป็นประมุขแห่งรัฐไป๋ลู่แล้วจริง ๆ"
"ไม่ได้ ประมุขน้อยนั้นอย่างไรก็ต้องสังหาร ท่านเทพเซียว ท่านบอกกับข้ามาเถิดว่าประมุขน้อยอยู่ที่ใด!"
เฉินอี้ปลื้มใจเป็นอย่างมากที่รัฐไป๋ลู่อยู่ในมือแล้ว! ทว่าแม้ฮ่องเต้แห่งต้าเว่ยจะยอมรับการพ่ายแพ้แล้ว แต่ประมุขน้อยก็ยังคงเป็นอันตรายที่แอบแฝงเอาไว้อยู่ จะมิสังหารก็ไม่ได้
จิตสังหารของเฉินอี้หนักหนาเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจหลักการของการไม่ไล่ล่าคนจนนี้ ดูท่าแล้วคนผู้นี้มิอาจไม่จัดการไม่ได้แล้ว
หากมีผู้นำเช่นนี้อยู่ กลิ่นอายสังหารของเหล่าจอมยุทธ์แห่งรัฐไป๋ลู่จะต้องพรั่งพรูเพิ่มขึ้นมาเช่นกันเป็นแน่
"ในเมื่อฮ่องเต้ยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว พวกเราต้องถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากอยู่แล้ว" เซียวเฉวียนที่มีแผนการในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วยกยิ้มเล็กน้อย "ไม่รีบร้อน วันพรุ่งข้าจะบอกท่านเองว่าประมุขน้อยอยู่ที่ใด"
"ท่านเทพเซียว! ท่านช่างเป็นสหายที่ประเสริฐของข้าจริง ๆ!" เฉินอี้เก็บพระราชโองการ ตบไหล่ของเซียวเฉวียนแปะ ๆ ไปมา "วางใจเถิด! รอรัฐไป๋ลู่มาถึงมือแล้ว ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องขาดทุนอย่างแน่นอน!"
เผอิญว่าผู้นำคนอื่น ๆ เองก็ไม่ยอมรับในตนเองด้วยเช่นเดียวกัน นับประสาอะไรกับในพระราชโองการเขียนสิ่งใดเอาไว้เล่า ขอเพียงแค่มีเซียวเฉวียนอยู่ ยังจะหวาดกลัวคนเหล่านั้นจะไม่ยอมรับสิ่งใดไปเพื่ออะไร?
"ขอบพระคุณท่านเทพเซียวมาก!"
เฉินอี้โค้งคำนับไปหนหนึ่งด้วยความปลื้มปีติ เซียวเฉวียนพยักหน้าขึ้นลงด้วยความหยิ่งผยองลำพองขนอย่างเย็นชา ย่ำเท้าจากไปด้วยมาดเข้ม ๆ
ตะกี้นี้เมื่อผ่านทางเลี้ยวสายหนึ่งมาแล้ว เป็นสถานที่ที่เฉินอี้มองไม่เห็น เซียวเฉวียนแข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว
หากวันนี้เสแสร้งแกล้งทำได้ไม่ดีแล้วละก็ เช่นนั้นก็อาจจะต้องเอาชีวิตแล้วจริง ๆ สินะ!
เซียวเฉวียนถือพระราชโองการเอาไว้ เรียกต่งจัวเพื่อมุ่งหน้าไปช่วยฉินซูโหรวสองพี่น้อง ในเมื่อเขานั้นไม่สามารถให้เฉินอี้ไอ้คนไร้การศึกษาผู้นี้แต่งกับฉินซูโหรวได้จริง ๆ
บนพระราชโองการเขียนเอาไว้อย่างกระจ่างว่าความปลอดภัยของคนตระกูลฉินนั้น เซียวเฉวียนเองก็ต้องรับผิดชอบด้วยเฉกเช่นเดียวกัน
เพื่อสัญญาที่เคยให้ไว้กับฉินปาฟางแล้ว ทั้งก็เพื่อใช้อำนาจของดินแดนครึ่งหนึ่งในรัฐไป๋ลู่ ฉินซูโหรวสองพี่น้อง เซียวเฉวียนจึงจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลืออย่างไรข้อกังขา
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว จึงมีฉากนั้นทางด้านหน้าที่เซียวเฉวียนกับต่งจัวไปหาฉินซูโหรว
แต่ผลลัพธ์คือฉินซูโหรวราวกับสุกรตัวหนึ่งเลยก็ไม่ปาน เกียจคร้านไม่ฟังคำ กระทั่งนำพระราชโองการให้นางดูเป็นที่เรียบร้อยแล้วนางก็ยังไม่เชื่อ
ช่วงเวลากระชั้นชิด เซียวเฉวียนไม่มีเวลาว่างมาเจ๊าะแจ๊ะกับฉินซูโหรว ในเมื่อเธอไม่ยอมไป เช่นนั้นก็ทิ้งนางไว้ให้ตกทุกข์เถิด
เซียวเฉวียนออกมาจากห้องนั่นของนาง นำพระราชโองการส่งให้กับต่งจัว สั่งการให้เขาส่งไปถึงมือฉินเซิง
ในมือฉินเซิงมีตราประทับเหวินอิ้นของรัฐไป๋ลู่อยู่ เป็นชิ้นนั้นที่เว่ยชิงใช้ในตอนก่อนหน้านี้
บนพระราชโองการเขียนเอาไว้แล้วว่าหากมีตราประทับเหวินอิ้นแล้ว เซียวเฉวียนจึงจะสามารถร้องเรียกราชองครักษ์ของรัฐไป๋ลู่ได้
"ท่านเชื่อใจข้าหรือ?" ต่งจัวกำพระราชโองการเอาไว้ เซียวเฉวียนไม่ใช่นายท่านของตนเอง ทว่ากลับส่งมอบเรื่องสลักสำคัญเช่นนี้ให้เขาทำ
"เชื่อ" เซียวเฉวียนสบตามองเขาด้วยความสงสัย "เจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีความสามารถ เรื่องสลักสำคัญ ณ ตอนนี้นั้น นอกจากเจ้าแล้วก็ไม่มีใครสามารถทำได้ดีแล้ว"
ต่งจัวชะงักนิ่งทันที
ขุนพลที่มีความสามารถ?
[1] กินใจหมีสุนัขกินตับเสือดาว หมายถึง การกระทำการอย่างบุ่มบ่ามที่เหนือความคาดหมายผู้อื่นเป็นอย่างมาก เพราะหมีสุนัขและเสือดาวถือเป็นสัตว์ที่ดุร้ายและมีพละกำลังมหาศาลเป็นอย่างมาก ดังนั้นแล้ว หากผู้ใดสามารถจับหมีสุนัขและเสือดาวมากินหัวใจและตับได้ ผู้อื่นก็จะถือว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างมาก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...