สรุปตอน บทที่ 428 พายุฝนกำลังมา – จากเรื่อง ซูเปอร์ลูกเขย โดย ชิงเฉิง
ตอน บทที่ 428 พายุฝนกำลังมา ของนิยายนิยายจีนโบราณเรื่องดัง ซูเปอร์ลูกเขย โดยนักเขียน ชิงเฉิง เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยปม ตัวละครตัดสินใจครั้งสำคัญ หรือฉากที่ชวนให้ลุ้นระทึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้อ่านที่ติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง
เมืองไป๋ลู่ ผู้คนดีอกดีใจอย่างร่าเริง
เมืองไป๋ลู่และเมืองหลวงอยู่ห่างกันไม่ไกลนัก ผู้รวยมีอำนาจในเมืองหลวงก็มีสายลับประจำอยู่ทั่วทุกหัวเมือง
ข่าวการแต่งงานของเฉินอี้กับฉินซูโหรวแพร่สะพัดเข้าไปในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
ผู้ร่ำรวยมีอำนาจในเมืองหลวงต่างตกตะลึงอย่างมาก!
ไม่ว่าฉินซูโหรวกับเฉินอี้จะแต่งงานจริงหรือแต่งงานเท็จ มันเป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อประเพณีอันดีงาม!
ทุกคนในจวนฉินต่างสะดุ้งตกใจด้วยข่าวนี้ จนไม่กล้าพูดอะไรออก
หมดกัน ชื่อเสียงของเจ้าหญิงเสียหายหมดสิ้น
เหลียงไหวโหรวก็เช่นเดียวกับเซียวเฉวียนก่อนหน้า เขากลายเป็นตัวตลกในเมืองหลวง
เมื่อก่อนเซียวเฉวียนเคยถูกเหยียดหยามแค่ไหน ตอนนี้เหลียงไหวโหรวก็จะโดนมากกว่าสิบเท่า!
”ไม่ได้บอกว่า ฝ่าบาทได้สั่งให้เซียวเฉวียนไปปราบความวุ่นวายแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ?”
เสียงของแม่ฉินสั่นสะท้าน ชีวิตของลูกสาวเธอช่างลำบากเสียจริงๆ
เหลียงไหวโหรวตะโกนด้วยความโกรธ "ข้าจะรู้ได้อย่างไร! ต้องเป็นเพราะเซียวเฉวียนที่ไม่มีน้ำยา ไม่สามารถระงับความวุ่นวายได้ จึงทำให้เจ้าหญิงต้องอัปยศอดสู!"
ไม่เพียงแต่เหลียงไหวโหรวเท่านั้นที่คิดเช่นนั้น ทุกคนยังคิดว่าเซียวเฉวียนคงตายไปแล้ว
ตายอย่างไม่มีเหลือซากด้วย
ไม่อย่างนั้น ทำไมเจ้าหญิงตระกูลฉินถึงยอมมอบตัวกับโจรคนหนึ่งล่ะ?
ข้าราชสำนักทุกหมู่เหล่าต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้จนไส้พุงทั้งหมดของพวกเขาสั่นสะท้าน พวกเขาไม่มีอะไรจะทำจึงเข้าไปในพระราชวังทั้งในยามกลางคืน เพื่อบังคับองค์จักรพรรดิ "ฝ่าบาท โปรดส่งคนอื่นไปเมืองไป๋ลู่เพื่อปราบความวุ่นวายเถอะ ตอนนี้เจ้าหญิงก่อเรื่องอัปยศวุ่นวายขนาดนี้ จะเอาศักดิ์ศรีของราชวงศ์ไปไว้ที่ไหน?”
”ใช่ พวกอันธพาลเหล่านั้นก่อกรรมทำชั่วไปทุกที่ เซียวเฉวียนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอย่างแน่นอน! ดีไม่ดีเขาอาจตายไปแล้ว!”
”ถึงเขาจะไม่ตาย เซียวเฉวียนก็ไม่ใช่ผู้นำทัพ แม้เขาจะเป็นลูกศิษย์ของปีศาจกวี เขาก็ไม่สามารถขับเคลื่อนผู้อารักขามากมายขนาดนี้! พึ่งพาเขาคนเดียว ไม่ได้เรื่องแล้ว!”
บรรดาข้าราชสำนักส่งเสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าว แต่องค์จักรพรรดิยังคงไม่ไหวติง เฝ้าดูความมืดยามค่ำคืนค่อยๆสว่างขึ้นและต้อนรับยามรุ่งอรุณที่มาถึง
จักรพรรดิเชื่อเพียงว่าใครก็ตามที่สามารถออกมาจากเกาะจูเสินได้ เขาจะคืนความสงบได้อย่างแน่นอน
ในราชวงศ์ต้าเว่ยโดยรวม นอกเหนือจากผู้ที่ถูกเนรเทศบนเกาะจูเสินแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่รู้ว่าเกาะจูเสินนั้นโหดร้ายลำบากเพียงใด
บุคคลแรกที่ออกมาจากเกาะจูเสินได้ ไม่ใช่เซียวเฉวียน แต่เป็นจักรพรรดิเอง
ตอนจักรพรรดิยังทรงพระเยาว์ ก็ถูกโยนเข้าไปที่เกาะจูเสินเพื่อฝึกฝน
เขาถูกขังอยู่ที่นั่นสิบวันสิบคืน และในที่สุดก็หลบหนีออกมาได้โดยใช้ตราประทับเหวินอิ้น
จักรพรรดิไม่ต้องการที่จะย้อนความทรงจำในช่วงเวลานั้น
เพราะเขารอดออกมาได้ด้วยการเดินย่ำบนเลือดเนื้อของเหล่าข้าราชบริพาร
ข้าราชบริพารเหล่านั้นหมั่นท่องบทกวี ขับเคลื่อนอาวุธ เพื่อค่อยๆ เปิดช่องรอยร้าวเล็กๆ น้อยๆ ให้องค์จักรพรรดิ
พวกเขาท่องคำหนึ่ง ตราประทับจูเสินก็ส่งฟ้าผ่าทีหนึ่ง
ท่องคำหนึ่ง ผ่าทีหนึ่ง
ผ่าทีหนึ่ง ข้าราชบริพารก็หายเป็นขี้เถ้าคนหนึ่ง
พวกเขาล้วนเป็นข้าราชบริพารที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งนักเขียนและกวีที่โดดเด่นในสมัยนั้น และอีกหลายคนเป็นองครักษ์อาวุโสในพระราชวัง มีทั้งบุ๋นและบู๊
จักรพรรดิออกมาจากเกาะจูเสินได้
คนเป็นพันต้องเสียชีวิตไป
จักรพรรดิซึ่งยังทรงพระเยาว์ในเวลานั้นสามารถหลบหนีออกจากเกาะจูเสินได้ เพราะอาศัยเลือดเนื้อและความสามารถของคนนับพัน
ตอนที่เขาหลบหนีมาได้ กระดูกทั้งหมดในร่างกายแทบจะหักเพราะคลื่นยักษ์ของทะเล
ถึงเวลาจะผ่านไปหลายปี องค์จักรพรรดิยังคงรู้สึกหวาดผวาในเรื่องของเกาะจูเสิน
เขายังคงจำได้ว่า ตอนที่เขาหลบหนีและมองย้อนกลับไปที่เกาะ ไม่มีศพให้เห็นเลยแม้แต่น้อยบนเกาะจูเสิน
ผู้คนเป็นพัน กลายเป็นเถ้าถ่านและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เหลืออะไรสักนิด
หัวใจวัยเด็กของจักรพรรดิกำลังสั่นเทา คนที่รอเขาอยู่นอกเกาะจูเสินตบไหล่ที่เปียกน้ำของเขา "เจ้าต้องเป็นราชาที่มีความสามารถสูงยิ่ง ไม่เช่นนั้น ข้าราชบริพารของเจ้าจะต้องตายเพื่อเจ้า ต่อไป และต่อไป......"
จักรพรรดิสั่นสะท้านในเวลานั้น เหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่จมอยู่ในก้นลึกของหัวใจ ทำให้หัวใจของเขาไม่มีทางลอยขึ้นมาอย่างเบิกบานอีกเลย
ทุกครั้งที่ฝันถึงมันยามเที่ยงคืน เขาจะตัวสั่นสะท้านและสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
เวลาผ่านไปหลายปี เซียวเฉวียนก็ออกมาจากเกาะจูเสินได้อีก
และ ไม่ใช่เคลื่อนไหวเบาๆ แต่เป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่!
เซียวเฉวียนได้รับตราประทับของเมืองไป๋ลู่แล้วเหรอ?
เฉาสิงจือใจตื่นเต้นมองไปที่องค์จักรพรรดิ พระองค์แอบพยักหน้า ถือเป็นการตอบคำถามของเฉาสิงจือ
ตราประทับเหวินอิ้นของเมืองไป๋ลู่เป็นตราประทับที่ครอบครองโดยเจ้าอ๋องครองเมือง
แม้ว่าเหวินอิ้นของเจ้าอ๋องครองเมืองจะไม่ทรงพลังเท่ากับเหวินอิ้นขององค์จักรพรรดิ แต่ก็เพียงพอที่จะเรียกตัวผู้อารักขาได้
หลังจากที่เหวินอิ้นเรียกตัวผู้อารักขามาแล้ว เซียวเฉวียนจะต้องเชื่อมวิญญาณกับพวกเขา
เซียวเฉวียนได้เหวินอิ้นมายังไง องค์จักรพรรดิไม่แปลกใจเลย
สิ่งที่องค์จักรพรรดิคาดหวังคือ ตอนนี้เซียวเฉวียนถูกบังคับจนถึงทางตัน พระองค์ต้องการดูพลังที่แท้จริงของเซียวเฉวียน ดูว่าเซียวเฉวียนสามารถเชื่อมวิญญาณกับผู้อารักขาได้กี่คน?
คนธรรมดาจะขับเคลื่อนผู้อารักขาคนหนึ่งก็เหนื่อยแล้ว สำหรับคนที่มีความสามารถ มากที่สุดได้ 5 คน แต่ก่อนนั้น ปีศาจกวีเคยขับเคลื่อนได้เป็นหมื่นคนให้สู้รบในเวลาเดียวกันด้วย มันน่าทึ่งมากๆ !
มีชาวนักพเนจรแสนกว่าคน จะเอาชนะคนพวกนี้ให้ได้ เซียวเฉวียนต้องเชื่อมวิญญาณกับผู้อารักขาไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน
แต่เซียวเฉวียนยังห่างไกลลิบลิ่วจากระดับของปีศาจกวี ผู้อารักขาหนึ่งหมื่นคนนี่คิดว่าลำบาก
แต่เซียวเฉวียนสามารถหนีพ้นออกจากเกาะจูเสินได้ จักรพรรดิ์ประเมินว่ากำลังต่อสู้ของเซียวเฉวียนน่าจะขับเคลื่อนผู้อารักขาได้ประมาณพันคน
เซียวเฉวียนไม่ได้เป็นคนในราชวงศ์ ไม่สามารถใช้ตราประทับเหวิรอิ้นได้ แต่เว่ยอวี๋ทำได้
ดังนั้น เว่ยอวี๋นอกจากจะเป็นพ่อบุญธรรมของลูกเซียวเฉวียนแล้ว เว่ยอวี๋ยังมีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีก นั่นก็คือ ปล่อยเครื่องกระหายเลือด
ที่เมืองไป๋ลู่ พายุฝนกำลังจะมา
เว่ยอวี๋มือเต็มไปด้วยเลือด ยืนอยู่กลางลานบ้านซึ่งอยู่ห่างไกล เขามองดูบนท้องฟ้าด้วยความสับสนซึ่งมีตราประทับเหวินอิ้นสีแดงหมุนวนเวียนอยู่
เซียวเฉวียนยืนอยู่ท่ามกลางลมแรง ตะโกนขึ้นว่า "ผู้อารักขาทุกคนในเมืองไป๋ลู่จงฟังคำสั่ง! ข้าจะเป็นผู้นำ! จงมารวมตัวกันที่หนานตู!"
”จักรพรรดิต้าเว่ยของพวกเจ้าบ้าแล้วหรือ?” ชิงหลงมองพวกเขาอย่างมึนงง พูดกับเว่ยไป๋ว่า “เขาไม่ใช่ปีศาจกวี! ถึงจะเป็นปีศาจกวีก็ไม่สามารถต่อสู้เพียงลำพังได้! จะให้เซียวเฉวียนไปตายหรือไง?”
ชิงหลงคุ้นเคยกับปีศาจกวีอย่างดี ถึงแม้ปีนั้นปีศาจกวีได้ขับเคลื่อนผู้อารักขานับหมื่นคน แต่ตอนนั้นได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่ทัพเซียวด้วย! ช่วยเหลือขับเคลื่อนบรรดาผู้อารักขาไปด้วยกัน!
เวลานี้ในค่ายทหารหนานตูมีเหลือเพียงพวกพลทหารที่รบพ่ายแพ้ จักรพรรดิจะให้เซียวเฉวียนเชื่อมวิญญาณเพื่อต่อสู้เพียงลำพังงั้นหรือ?
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
อ่านแรกๆก็สนุกนะแต่อ่านไปสักพักก็งงกับตรรกะของนักเขียน..นักเขียนจีนนี่โนทัศน์แปลกๆรื่องราวไล่เรียงไปเหมือนมีเหตุผลอยู่ก็กลับไร้เหตุผลดื้อๆซะงั้นคงอ่านไปต่อไม่ได้แล้วมันช่างทำร้ายจิตใจคนอ่านเป็นระยะอ่านไปรู้สึกหนืดๆไม่ไหลลื่นเลย...
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...