เหมยฮวาบัญชาการ บทที่ 67 ขอเสบียง

sprite

ฝูซิ่นฮวาเขียนแจ้งมาในจดหมายด้วยลายมือของนางว่า ชาวต้าเจาตามเมืองต่าง ๆ ที่ทัพไป๋หู่ยึดมาได้ มีความลำบากยากแค้นยิ่งกว่าที่นางคิดเอาไว้ บางบ้านถึงกับต้องนำก้อนกรวดมาคั่วกับเกลือกินกับผักหญ้า ลูกเล็กเด็กแดงของแต่ละบ้านร่างกายผ่ายผอม เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น นางเห็นแล้วอดเวทนาไม่ได้ จึงต้องการขอเสบียงและเสื้อผ้าอาภรณ์จากเมืองหลวงเพิ่มก่อนกำหนด เพื่อนำมาแบ่งปันให้ชาวเมืองซึ่งบัดนี้นับได้ว่าเป็นคนของต้าจินแล้ว

เมื่อจินเกาหยางได้รับแจ้งว่าทัพไป๋หู่ต้องการเสบียงเพิ่มทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดส่งเสบียง ชายหนุ่มก็รีบคำนวณปริมาณเสบียงที่สะสมไว้ เพื่อตรวจดูว่าหากมอบเสบียงให้ฝูซิ่นฮวานำไปเลี้ยงผู้คนมากมายถึงเพียงนั้น เขาจะมีเสบียงเหลือสำหรับเลี้ยงทหารในกองทัพไปได้อีกกี่เดือน

“ยามนี้มีผู้คนมากขึ้น เสบียงที่เตรียมไว้จึงต้องจ่ายออกไปมากกว่าเดิม หากเป็นไปได้ ควรเตรียมการเจรจาขอซื้อเสบียงกับแคว้นข้างเคียงเอาไว้ด้วย เผื่อว่าบรรดาเมืองที่ทำหน้าที่ส่งเสบียงให้เราจะส่งเสบียงได้ไม่ทันกาล” จินเกาหยางกล่าวในที่ประชุม

“ในยามสงครามเช่นนี้ ข้าวยากหมากแพง เกรงว่าแคว้นอื่นจะฉวยโอกาสโก่งราคากับเรา” ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ย

“แคว้นใดคิดโก่งราคามากก็จงอย่าเจรจาให้เสียเวลา เพราะทางเราก็ใช่ว่าจะขาดแคลนถึงเพียงนั้น เสบียงที่ข้าเตรียมไว้ยังมีพอให้ทัพไป๋หู่อยู่ต่อไปได้อีกหลายเดือน ข้าเพียงต้องการให้เรามีเสบียงสำรองพร้อมสำหรับยามฉุกเฉิน”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“เตรียมเสบียงชุดแรกส่งไปให้ทัพไป๋หู่ภายในมะรืนนี้ พร้อมเสื้อผ้า ยา และผ้าพันแผลที่จำเป็น” จินเกาหยางสั่งการ โดยปกติแล้ว เขาจะส่งเสบียงให้ฝูซิ่นฮวาครั้งละสามชุด เพื่อให้ไพร่พลมีเวลาคัดเสบียงที่มีคุณภาพส่งไป สิ่งใดดีไม่พอ ก็ไม่อาจส่งให้ทหารได้ เพราะบุคคลเหล่านั้นคือผู้ที่กำลังแบกรับภาระหน้าที่ใหญ่หลวงในการปกป้องบ้านเมือง

“ส่วนขากลับก็รับคนเจ็บกลับมาด้วย ให้สำนักหมอหลวงเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนผู้บาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

จากนั้นจินเกาหยางก็หารือกับขุนนางต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมืองอีกหลายเรื่อง กว่าจะประชุมเสร็จก็กินเวลาไปค่อนวัน ชายหนุ่มเดินมานั่งทิ้งตัวอย่างเหนื่อยล้าในห้องหนังสือ รู้สึกได้ว่าภาระหน้าที่ของตนนั้นหนักขึ้นทุกวัน ปัญหาที่ต้องรับมือก็มีมาก ไหนจะต้องดูแลทหารที่ชายแดน ไหนจะต้องรับมือกับขั้วอำนาจต่าง ๆ ในราชสำนัก

ไม่รู้ว่าจินหยางหลงทนต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร

“ฮ่องเต้เสด็จ!” เสียงขันทีตะโกนขึ้น

จินเกาหยางยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อนึกถึงพระเชษฐา พระองค์ก็เสด็จมา ทั้งยังมาด้วยพระพักตร์เบิกบาน ดูมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ขึ้นไม่น้อย

“ถวายบังคมเสด็จพี่”

“จะมากพิธีไปไย ลุกขึ้นเถิด”

“เป็นพระกรุณา” จินเกาหยางลุกขึ้นยืน

“ได้ยินว่าบรรดาสนมของข้าที่ยังไม่เคยถวายตัวพากันมาหาเจ้าหรือ?” จินหยางหลงถาม

“ที่เคยถวายตัวแล้วก็มาพ่ะย่ะค่ะ” จินเกาหยางตอบอย่างเหนื่อยหน่าย ทว่าพระเชษฐากลับสรวลออกมาทันที

“แล้วเจ้าจัดการกับพวกนางเช่นไรเล่า” ฮ่องเต้ยังคงรับสั่งถามอย่างอารมณ์ดี

“กับพระสนมที่ยังไม่ได้ถวายตัว กระหม่อมบอกไปว่า กระหม่อมชอบสตรีที่สามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารในสนามรบได้อย่างฝูซิ่นฮวา หากผู้ใดคิดจะอยู่กับกระหม่อม ต้องผ่านบททดสอบโดยการไปร่วมรบกับทหารทัพไป๋หู่ในยามนี้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่ามาให้กระหม่อมเห็นหน้าอีก มิฉะนั้นกระหม่อมจะทำให้พวกนางหายหน้าไปเอง”

“แล้วพวกที่เคยถวายตัวแล้วล่ะ”

“เป็นถึงพระสนม แต่คิดเอาใจออกห่างจากพระสวามี บางคนกระหม่อมเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดน แต่บางคนก็ส่งไปอยู่ตำหนักเย็นพ่ะย่ะค่ะ”

ก่อนหน้านี้จินเกาหยางไม่ได้นำความเรื่องพระสนมเหล่านั้นไปกราบทูลองค์ฮ่องเต้ เนื่องจากพระองค์ยังคงประชวรด้วยโรคเกี่ยวกับพระหทัย เขาจึงไม่อยากนำความนี้ไปกราบทูลให้ทรงขุ่นเคือง

ฮ่องเต้สรวลออกมาด้วยความพอพระทัย

“ตัดสินได้ดี” จินหยางหลงพยักหน้าไปพลาง “ข้ายังไม่ตายแท้ ๆ แต่หญิงแพศยาพวกนั้นกลับไม่เห็นหัวข้าแม้แต่น้อย เจ้าลงโทษพวกนางเช่นนั้นก็นับว่าควรแล้ว”

“เป็นพระกรุณาที่เสด็จพี่ไม่ถือสากระหม่อม”

“อืม ยามนี้คงมิมีผู้ใดกล้ามาวุ่นวายกับเจ้าแล้วสินะ”

“กระหม่อมก็หวังว่าอย่างนั้น”

“แล้วสถานการณ์ชายแดนเป็นเช่นไรบ้าง”

“ทูลเสด็จพี่ ยามนี้ทัพไป๋หู่ยึดครองเมืองเล็กของต้าเจามาได้สี่เมือง และสามารถดึงเมืองที่เหลืออีกเก้าเมืองให้มาอยู่ฝ่ายเราได้พ่ะย่ะค่ะ”

จินหยางหลงพยักหน้าพลางครุ่นคิด

“ข้าคิดไม่ออกเลยว่าฮ่องเต้ต้าเจาปกครองเมืองเช่นไร คนในเมืองตัวเองจึงยอมมาเข้าร่วมกับทัพไป๋หู่ เพื่อต่อสู้กับชาวต้าเจาด้วยกัน”

“เหมยเหมยเล่ามาในจดหมายว่า ชาวเมืองถูกขูดรีดภาษีเพื่อมาใช้ในสงคราม มีสัตว์ มีอาหารเท่าใด ล้วนถูกทางการแย่งชิงไปเป็นเสบียงให้กองทัพจนหมดสิ้น

“เช่นนั้นก็จงดีต่อพวกเขาให้มาก ให้พวกเขาซื่อสัตย์กับเราดังเช่นชาวเมืองหลันเจา เฮยเจา และฮุยเจา”

“พ่ะย่ะค่ะ” จินเกาหยางรับคำ “เหมยเหมยส่งหนังสือมาขอเสบียงเพิ่มสำหรับชาวเมืองที่อดอยาก คาดว่าการช่วยเหลือครั้งนี้น่าจะพอซื้อใจชาวเมืองเหล่านั้นได้”

แต่จงแบ่งปันพวกเขาเท่าที่ทำได้ อย่าให้ชาวเราต้องเดือดร้อนอดอยาก ทหารทุกคนต้องกินอิ่มท้อง หาไม่

“พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วงบประมาณกับเสบียงที่ต้องส่งไปเพิ่มมีเพียงพอหรือไม่”

“ทั้งสองสิ่งมีเพียงพอพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมคิดว่าควรมีเสบียงสำรองเผื่อฉุกเฉิน จึงให้เตรียมการเจรจาราคาเสบียงกับแคว้นข้างเคียงไว้แล้ว”

“รอบคอบสมเป็นว่าที่ฮ่องเต้” จินหยางหลงพอพระทัยยิ่ง

“เสด็จพี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้น”

“เช่นนั้นแหละดี” ผู้เป็นพี่กล่าว “ข้าว่าจะสละบัลลังก์ให้เจ้าเร็วสักหน่อย”

อ่าน เหมยฮวาบัญชาการ บทที่ 67 ขอเสบียง

นิยาย เหมยฮวาบัญชาการ นี้เต็ม อ่าน บทที่ 67 ขอเสบียง และบทอื่น ๆ ได้ที่นี่

นิยาย เหมยฮวาบัญชาการ โดย จิ้นอิ๋ง กำลังมาถึงสถานการณ์ที่น่าทึ่งโดยมี บทที่ 67 ขอเสบียง ที่ซึ่งความรักของนักแสดงนำชายและนางเอกจะดำเนินไป ติดตามนิยายเรื่องนี้ได้ที่ novelones.com

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง:

เหมยฮวาบัญชาการ บทที่ 67 ขอเสบียง

นิยาย เหมยฮวาบัญชาการ บทที่ 67 ขอเสบียง