เหมยฮวาบัญชาการ นิยาย บท 66

ลงจมูกลงไปในตอนที่น่าหลงใหลของ เหมยฮวาบัญชาการ, นิยายInternet ที่เขียนโดย Internet นิยายนี้มีเรื่องราวที่ซับซ้อน ความลึกลับและตัวละครที่ไม่ลืม นิยายนี้สัญญาว่าจะพาคุณผ่านการเดินทางของความตื่นเต้นและความเชื่อมั่นอันหลงใหล ไม่ว่าคุณจะปกติที่การที่รักความลึกลับหรือความอบอุ่นใจของเรื่องราวที่เข้าถึงจิตใจ Internet ได้ถักเสาะเสียงให้เป็นเรื่องราวที่จะยินตัวเองลงบนหน้าความทรงจำ สำรวจหน้ากระดาษของ เหมยฮวาบัญชาการ ตั้งแต่ตอนที่ บทที่ 67 ขอเสบียง และปล่อยให้เวทมนตร์บุบคลามไปด้วย

ฝูซิ่นฮวาเขียนแจ้งมาในจดหมายด้วยลายมือของนางว่า ชาวต้าเจาตามเมืองต่าง ๆ ที่ทัพไป๋หู่ยึดมาได้ มีความลำบากยากแค้นยิ่งกว่าที่นางคิดเอาไว้ บางบ้านถึงกับต้องนำก้อนกรวดมาคั่วกับเกลือกินกับผักหญ้า ลูกเล็กเด็กแดงของแต่ละบ้านร่างกายผ่ายผอม เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น นางเห็นแล้วอดเวทนาไม่ได้ จึงต้องการขอเสบียงและเสื้อผ้าอาภรณ์จากเมืองหลวงเพิ่มก่อนกำหนด เพื่อนำมาแบ่งปันให้ชาวเมืองซึ่งบัดนี้นับได้ว่าเป็นคนของต้าจินแล้ว

เมื่อจินเกาหยางได้รับแจ้งว่าทัพไป๋หู่ต้องการเสบียงเพิ่มทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดส่งเสบียง ชายหนุ่มก็รีบคำนวณปริมาณเสบียงที่สะสมไว้ เพื่อตรวจดูว่าหากมอบเสบียงให้ฝูซิ่นฮวานำไปเลี้ยงผู้คนมากมายถึงเพียงนั้น เขาจะมีเสบียงเหลือสำหรับเลี้ยงทหารในกองทัพไปได้อีกกี่เดือน

“ยามนี้มีผู้คนมากขึ้น เสบียงที่เตรียมไว้จึงต้องจ่ายออกไปมากกว่าเดิม หากเป็นไปได้ ควรเตรียมการเจรจาขอซื้อเสบียงกับแคว้นข้างเคียงเอาไว้ด้วย เผื่อว่าบรรดาเมืองที่ทำหน้าที่ส่งเสบียงให้เราจะส่งเสบียงได้ไม่ทันกาล” จินเกาหยางกล่าวในที่ประชุม

“ในยามสงครามเช่นนี้ ข้าวยากหมากแพง เกรงว่าแคว้นอื่นจะฉวยโอกาสโก่งราคากับเรา” ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ย

“แคว้นใดคิดโก่งราคามากก็จงอย่าเจรจาให้เสียเวลา เพราะทางเราก็ใช่ว่าจะขาดแคลนถึงเพียงนั้น เสบียงที่ข้าเตรียมไว้ยังมีพอให้ทัพไป๋หู่อยู่ต่อไปได้อีกหลายเดือน ข้าเพียงต้องการให้เรามีเสบียงสำรองพร้อมสำหรับยามฉุกเฉิน”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“เตรียมเสบียงชุดแรกส่งไปให้ทัพไป๋หู่ภายในมะรืนนี้ พร้อมเสื้อผ้า ยา และผ้าพันแผลที่จำเป็น” จินเกาหยางสั่งการ โดยปกติแล้ว เขาจะส่งเสบียงให้ฝูซิ่นฮวาครั้งละสามชุด เพื่อให้ไพร่พลมีเวลาคัดเสบียงที่มีคุณภาพส่งไป สิ่งใดดีไม่พอ ก็ไม่อาจส่งให้ทหารได้ เพราะบุคคลเหล่านั้นคือผู้ที่กำลังแบกรับภาระหน้าที่ใหญ่หลวงในการปกป้องบ้านเมือง

“ส่วนขากลับก็รับคนเจ็บกลับมาด้วย ให้สำนักหมอหลวงเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนผู้บาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

จากนั้นจินเกาหยางก็หารือกับขุนนางต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมืองอีกหลายเรื่อง กว่าจะประชุมเสร็จก็กินเวลาไปค่อนวัน ชายหนุ่มเดินมานั่งทิ้งตัวอย่างเหนื่อยล้าในห้องหนังสือ รู้สึกได้ว่าภาระหน้าที่ของตนนั้นหนักขึ้นทุกวัน ปัญหาที่ต้องรับมือก็มีมาก ไหนจะต้องดูแลทหารที่ชายแดน ไหนจะต้องรับมือกับขั้วอำนาจต่าง ๆ ในราชสำนัก

ไม่รู้ว่าจินหยางหลงทนต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร

“ฮ่องเต้เสด็จ!” เสียงขันทีตะโกนขึ้น

จินเกาหยางยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อนึกถึงพระเชษฐา พระองค์ก็เสด็จมา ทั้งยังมาด้วยพระพักตร์เบิกบาน ดูมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ขึ้นไม่น้อย

“ถวายบังคมเสด็จพี่”

“จะมากพิธีไปไย ลุกขึ้นเถิด”

“เป็นพระกรุณา” จินเกาหยางลุกขึ้นยืน

“ได้ยินว่าบรรดาสนมของข้าที่ยังไม่เคยถวายตัวพากันมาหาเจ้าหรือ?” จินหยางหลงถาม

“ที่เคยถวายตัวแล้วก็มาพ่ะย่ะค่ะ” จินเกาหยางตอบอย่างเหนื่อยหน่าย ทว่าพระเชษฐากลับสรวลออกมาทันที

“แล้วเจ้าจัดการกับพวกนางเช่นไรเล่า” ฮ่องเต้ยังคงรับสั่งถามอย่างอารมณ์ดี

“กับพระสนมที่ยังไม่ได้ถวายตัว กระหม่อมบอกไปว่า กระหม่อมชอบสตรีที่สามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารในสนามรบได้อย่างฝูซิ่นฮวา หากผู้ใดคิดจะอยู่กับกระหม่อม ต้องผ่านบททดสอบโดยการไปร่วมรบกับทหารทัพไป๋หู่ในยามนี้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่ามาให้กระหม่อมเห็นหน้าอีก มิฉะนั้นกระหม่อมจะทำให้พวกนางหายหน้าไปเอง”

“แล้วพวกที่เคยถวายตัวแล้วล่ะ”

“เป็นถึงพระสนม แต่คิดเอาใจออกห่างจากพระสวามี บางคนกระหม่อมเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดน แต่บางคนก็ส่งไปอยู่ตำหนักเย็นพ่ะย่ะค่ะ”

ก่อนหน้านี้จินเกาหยางไม่ได้นำความเรื่องพระสนมเหล่านั้นไปกราบทูลองค์ฮ่องเต้ เนื่องจากพระองค์ยังคงประชวรด้วยโรคเกี่ยวกับพระหทัย เขาจึงไม่อยากนำความนี้ไปกราบทูลให้ทรงขุ่นเคือง

ฮ่องเต้สรวลออกมาด้วยความพอพระทัย

“ตัดสินได้ดี” จินหยางหลงพยักหน้าไปพลาง “ข้ายังไม่ตายแท้ ๆ แต่หญิงแพศยาพวกนั้นกลับไม่เห็นหัวข้าแม้แต่น้อย เจ้าลงโทษพวกนางเช่นนั้นก็นับว่าควรแล้ว”

“เป็นพระกรุณาที่เสด็จพี่ไม่ถือสากระหม่อม”

“อืม ยามนี้คงมิมีผู้ใดกล้ามาวุ่นวายกับเจ้าแล้วสินะ”

“กระหม่อมก็หวังว่าอย่างนั้น”

“แล้วสถานการณ์ชายแดนเป็นเช่นไรบ้าง”

“ทูลเสด็จพี่ ยามนี้ทัพไป๋หู่ยึดครองเมืองเล็กของต้าเจามาได้สี่เมือง และสามารถดึงเมืองที่เหลืออีกเก้าเมืองให้มาอยู่ฝ่ายเราได้พ่ะย่ะค่ะ”

จินหยางหลงพยักหน้าพลางครุ่นคิด

“ข้าคิดไม่ออกเลยว่าฮ่องเต้ต้าเจาปกครองเมืองเช่นไร คนในเมืองตัวเองจึงยอมมาเข้าร่วมกับทัพไป๋หู่ เพื่อต่อสู้กับชาวต้าเจาด้วยกัน”

“เหมยเหมยเล่ามาในจดหมายว่า ชาวเมืองถูกขูดรีดภาษีเพื่อมาใช้ในสงคราม มีสัตว์ มีอาหารเท่าใด ล้วนถูกทางการแย่งชิงไปเป็นเสบียงให้กองทัพจนหมดสิ้น ทำให้ชาวเมืองหมดสิ้นความอดทนพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นก็จงดีต่อพวกเขาให้มาก ให้พวกเขาซื่อสัตย์กับเราดังเช่นชาวเมืองหลันเจา เฮยเจา และฮุยเจา”

“พ่ะย่ะค่ะ” จินเกาหยางรับคำ “เหมยเหมยส่งหนังสือมาขอเสบียงเพิ่มสำหรับชาวเมืองที่อดอยาก คาดว่าการช่วยเหลือครั้งนี้น่าจะพอซื้อใจชาวเมืองเหล่านั้นได้”

“เป็นเช่นนั้นได้ก็ดี แต่จงแบ่งปันพวกเขาเท่าที่ทำได้ อย่าให้ชาวเราต้องเดือดร้อนอดอยาก ทหารทุกคนต้องกินอิ่มท้อง หาไม่ จะเท่ากับเป็นการตัดกำลังรบของเรา”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วงบประมาณกับเสบียงที่ต้องส่งไปเพิ่มมีเพียงพอหรือไม่”

“ทั้งสองสิ่งมีเพียงพอพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมคิดว่าควรมีเสบียงสำรองเผื่อฉุกเฉิน จึงให้เตรียมการเจรจาราคาเสบียงกับแคว้นข้างเคียงไว้แล้ว”

“รอบคอบสมเป็นว่าที่ฮ่องเต้” จินหยางหลงพอพระทัยยิ่ง

“เสด็จพี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้น”

“เช่นนั้นแหละดี” ผู้เป็นพี่กล่าว “ข้าว่าจะสละบัลลังก์ให้เจ้าเร็วสักหน่อย”

จินเกาหยางเงยหน้าขึ้นมองพระเชษฐาอย่างตกตะลึง

“จะตกใจไปไย จะช้าหรือเร็ว บัลลังก์มังกรก็ต้องเป็นของเจ้าอยู่ดี”

“...”

“ไม่แน่ว่าการได้พักผ่อน อาจช่วยต่อชีวิตข้าออกไปได้อีกสักหน่อย” จินหยางหลงยิ้มละมุน “รอชายาเจ้ากลับมาก่อน ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นฮ่องเต้ ส่วนข้ากับเสด็จแม่และกุ้ยเฟยจะหนีไปอยู่ตำหนักฤดูร้อน แล้วใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ทิ้งภาระบ้านเมืองไว้ให้เจ้ากับเหมยเหมยของเจ้าแทน”

รับสั่งจบก็สรวลออกมาอย่างอารมณ์ดี ราวกับเด็กน้อยคิดหนีเที่ยว

“ข้าไปละ เชิญเจ้าทำงานแทนข้าต่อเถอะ ข้าจะไปจิบชา กินขนมในอุทยานกับกุ้ยเฟยเสียหน่อย”

ฮ่องเต้โบกพัดให้ตัวเองแล้วเดินจากไปอย่างสำราญใจ โดยมีสือกุ้ยเฟยเดินก้มหน้ายิ้มราวกับกลั้นหัวเราะตามหลังไปติด ๆ

จินเกาหยางถอนหายใจ นึกถึงเรื่องสมัยเด็กขึ้นมา ตอนที่เขาอายุเพียงแปดปี และจินหยางหลงอายุได้สิบสองปี อดีตฮ่องเต้บิดาของพวกเขาเคยให้จินหยางหลงศึกษาฎีกา แต่เด็กหนุ่มคร้านจะอ่าน จึงให้น้องชายอย่างเขามาอ่านแทนแล้วสรุปให้ฟัง ยิ่งถ้าหากวันใดที่พระเชษฐาประชวร ก็จะเรียกให้จินเกาหยางมาทำการบ้านให้ ส่วนตัวเองนอนจิบยาบ้าง จิบชาบ้าง อยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์

มุมปากของจินเกาหยางยกยิ้ม นึกดีใจที่ความสัมพันธ์ของเขากับพระเชษฐาผูกพันแน่นแฟ้นมาตั้งแต่เด็ก แตกต่างจากราชวงศ์อื่น ที่พี่น้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงบัลลังก์

ความไว้วางพระทัยของพระเชษฐาที่พระราชทานให้นี้ เขาจะรับไว้ และจะไม่ทำให้พระองค์ต้องทรงผิดหวังเป็นอันขาด

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เหมยฮวาบัญชาการ