เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล [นิยายแปล] นิยาย บท 33

เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล ตอนที่ 33.1
ตอนที่ 33.1

บทที่ 33

โรมาเชีย ดิลลาร์ด ผู้รับผิดชอบกลุ่มการค้าลอมบาร์เดียในปัจจุบัน ได้เดินทางมายังคฤหาสน์ลอมบาร์เดียตามคำสั่งเรียกตัวของเจ้าตระกูลตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่

ตระกูลดิลลาร์ดเป็นตระกูลที่จงรักภักดีเป็นอย่างมาก และได้ทำงานรับใช้ด้วยความซื่อสัตย์ต่อลอมบาร์เดียมาแล้วหลายยุคหลายสมัยถึงขนาดมีคำพูดมุกตลกว่าสำหรับตระกูลดิลลาร์ดแล้ว ผู้ที่เป็นกษัตริย์มิได้อาศัยอยู่ในเมืองหลวง แต่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในตระกูลลอมบาร์เดียต่างหาก

“ไม่ได้พบกันเสียนานนะครับ ท่านโรมาเชีย”

พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ออกมารอต้อนรับเขาด้วยความสุภาพจากหน้าคฤหาสน์

“ท่านเจ้าตระกูลอยู่ที่ห้องทำงานหรือ”

“เปล่าครับ วันนี้มีคำสั่งให้เชิญไปยังห้องประชุมน่ะครับ”

“ห้องประชุม? อืม”

โรมาเชียลูบเคราที่ถูกตัดแต่งจนสั้นไปพลางตอบรับอย่างไม่คิดอะไร

สำหรับโรมาเชียซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลกลุ่มการค้าลอมบาร์เดียทั้งหมดคนนี้ ถึงแม้จะอายุมากขึ้น แต่ก็ไม่เคยถอยห่างจากหน้าที่การงานเลยแม้แต่วินาทีเดียว

หนังสือสัญญาและการติดต่อขนส่งของกลุ่มการค้าลอมบาร์เดียยังกองสุมอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาอยู่เลย

เขามั่นใจว่ายังไม่มีเรื่องใดเกี่ยวกับกลุ่มการค้าให้ต้องมาพบเจ้าตระกูลอย่างแน่นอน แต่จู่ๆ กลับเรียกตัวมาให้เข้าพบด่วนแบบนี้ พอคิดว่าอาจจะมีเรื่องใหญ่โตอะไรก็เป็นได้ ข้างในก็แอบรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา

บอกให้ไปยังห้องประชุมอย่างนั้นหรือ

โรมาเชียถามพ่อบ้าน

“หรือว่านอกจากข้าแล้ว ยังมีคนอื่นๆ อีก?”

พ่อบ้านจึงหัวเราะเล็กน้อยพลางเอ่ยตอบ

“ตอนนี้ตระกูลเบรย์ ตระกูลเฮลิ่ง ตระกูลบิลเคย์ ตระกูลเดวอน และตระกูลแวร์ ต่างก็มาถึงกันแล้วครับ ท่านโรมาเชียเป็นคนสุดท้ายครับ”

โรมาเชียยิ่งมีสีหน้าสับสนมากขึ้นไปอีก

ตระกูลที่พ่อบ้านกล่าวมาทั้งหมดเป็นตระกูลที่รับใช้ตระกูลลอมบาร์เดียเช่นเดียวกันกับตระกูลดิลลาร์ดพวกเขาต่างก็แบ่งกันรับหน้าที่ดูแลกิจการสำคัญอย่างธนาคาร การศึกษา การคมนาคม การเกษตร การก่อสร้าง และอื่นๆ

โรมาเชียรีบเดินด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูห้องประชุมออกด้วยความใจร้อน หัวหน้าตระกูลเฮลิ่งเป็นคนเห็นและต้อนรับโรมาเชียคนแรก

“โอ้ ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ”

“รู้มั้ยว่ามีเรื่องอะไรกันแน่”

ทว่าอีกฝ่ายเองก็ส่ายหน้าเช่นกัน

โรมาเชียนั่งลงบนที่นั่งว่าง เขาลองถามบุตรชายคนแรกของตระกูลเบรย์ที่นั่งข้างๆ ด้วยคำถามเดียวกัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็คล้ายๆ กัน

“ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันครับ เมื่อวานจู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อมา…”

“นี่มันจริงๆ เลย เรียกตัวมาแบบนี้ไม่ปกติเลยนะ…”

คำพูดของโรมาเชียนั้นถูกต้องแล้ว

การเรียกรวมตัวสมาชิกทั้งหมดแบบนี้ในคราวเดียว ปกติแล้วจะเป็นงานเลี้ยงปีใหม่ หรือไม่ก็งานเลี้ยงวันเกิดของรูลลักเท่านั้น

ในตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเดินเข้ามาเพิ่มอีกคน

“ไม่สิ เครย์ลีบัน ขนาดเจ้าเองก็ด้วยเหรอเนี่ย”

เครย์ลีบันมีใบหน้าที่ยังคงง่วงงุนอยู่เลย

เครย์ลีบันกวาดสายตามองซ้ายขวาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งลงข้างโรมาเชียอย่างเป็นธรรมชาติ

โรมาเชียที่ตกใจกับการปรากฏตัวของเครย์ลีบันไปชั่วขณะเป็นฝ่ายชวนคุยด้วยเสียงทุ้มต่ำก่อน

“ไม่ได้พบกันนานเลยนะ เครย์ลีบัน”

เครย์ลีบันนวดรอบนัยน์ตาดูแล้วค่อนข้างเหนื่อยล้าพอควร เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปเสียงแผ่ว

“ครับ ท่านพ่อ”

นามสกุลของเครย์ลีบันอย่างเพลเลสนั้น เป็นนามสกุลที่ใช้ตามสกุลเดิมของมารดา

เครย์ลีบันซึ่งเป็นบุตรนอกสมรสของโรมาเชีย ดิลลาร์ดคนนี้ หลังจากที่บรรลุนิติภาวะก็ย้ายออกจากตระกูลดิลลาร์ด และใช้ชีวิตแยกตัวเป็นอิสระเรื่อยมา

คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ซ้ายขวาซึ่งรู้ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกเป็นอย่างดี ต่างก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำทักทายระหว่างทั้งคู่

ไม่นานหลังจากนั้น รูลลัก ลอมบาร์เดียก็เปิดประตูห้องประชุมออก แล้วเดินเข้ามา

ยกเว้นผู้นำตระกูลแวร์ที่อายุมากแล้ว คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ทั้งหมดต่างลุกขึ้นจากที่นั่ง โค้งศีรษะทักทาย

รูลลักหัวเราะทำมือส่งสัญญาณไปทางพวกเขาให้นั่งลง

“ทุกคนมากันหมดแล้วสินะ”

ต่างจากที่พวกเขากังวล ใบหน้าของรูลลักยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแล้วท่าทางจะอารมณ์ดีมากทีเดียว ถึงอย่างนั้นเหล่าข้ารับใช้ใต้บังคับบัญชาจึงยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล [นิยายแปล]